วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม 2569

Login
Login

ระบบยุติธรรมล้มเหลวต่อผู้หญิง ยูเอ็นชี้ ไร้ประเทศบรรลุความเสมอภาคทางกฎหมาย

ระบบยุติธรรมล้มเหลวต่อผู้หญิง ยูเอ็นชี้ ไร้ประเทศบรรลุความเสมอภาคทางกฎหมาย

เนื่องในวันสตรีสากลปี 2569 (International Women’s Day 2026) องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) ออกคำเตือนถึงสถานการณ์ "สิทธิสตรี" ทั่วโลกที่ยังคงน่ากังวล โดยระบุว่า แม้ความพยายามผลักดันความเท่าเทียมทางเพศจะดำเนินมาอย่างยาวนาน แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีประเทศใดในโลกที่สามารถสร้าง “ความเสมอภาคทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์” ระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายได้ ขณะที่ช่องว่างด้านสิทธิยังคงเปิดทางให้การเลือกปฏิบัติ ความรุนแรง และการละเมิดสิทธิเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทั่วโลก

ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยพร้อมกับรายงานฉบับใหม่ของเลขาธิการสหประชาชาติ เรื่อง “Ensuring and Strengthening Access to Justice for All Women and Girls” ที่สะท้อนให้เห็นว่าระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่ควรทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน กลับยังไม่สามารถปกป้องผู้หญิงและเด็กผู้หญิงได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้พวกเธอต้องเผชิญอุปสรรคในการเข้าถึงความยุติธรรมตั้งแต่ในระดับครอบครัว สังคม ไปจนถึงระดับโครงสร้างของรัฐ

สิทธิสตรีทั่วโลกยังต่ำกว่าผู้ชาย

รายงานของสหประชาชาติระบุว่า ปัจจุบัน ผู้หญิงทั่วโลกมีสิทธิทางกฎหมายเพียงประมาณ 64% ของสิทธิที่ผู้ชายได้รับ ซึ่งสะท้อนถึงช่องว่างเชิงโครงสร้างที่ยังคงฝังลึกอยู่ในระบบกฎหมายของหลายประเทศ

ความเหลื่อมล้ำดังกล่าวส่งผลให้ผู้หญิงต้องเผชิญกับความไม่เท่าเทียมในหลายมิติของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ สิทธิในการทำงาน ความปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย รวมถึงการมีส่วนร่วมทางสังคมและการเมือง

รายงานยังพบว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศทั่วโลก หรือประมาณ 54% ยังไม่ได้กำหนดนิยามความผิดฐานข่มขืนโดยอิงหลัก “ความยินยอม” ทำให้ในหลายกรณี แม้ผู้หญิงจะถูกล่วงละเมิดทางเพศ แต่กฎหมายกลับไม่สามารถเอาผิดผู้กระทำได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ กฎหมายในหลายประเทศยังเปิดช่องให้ เด็กผู้หญิงถูกบังคับให้แต่งงานได้ตามกฎหมายในเกือบ 3 ใน 4 ของประเทศทั่วโลก ซึ่งถือเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการศึกษา สุขภาพ และอนาคตของเด็กผู้หญิงจำนวนมาก

ในด้านเศรษฐกิจ รายงานยังชี้ว่า 44% ของประเทศทั่วโลกยังไม่มีข้อกำหนดทางกฎหมายให้ต้องจ่ายค่าจ้างเท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่ากัน ส่งผลให้ผู้หญิงยังสามารถได้รับค่าตอบแทนต่ำกว่าผู้ชายสำหรับงานประเภทเดียวกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

วัฒนธรรมไม่ต้องรับผิด

"ซิมา บาโฮส" (Sima Bahous) ผู้อำนวยการบริหารของ UN Women กล่าวว่า เมื่อระบบยุติธรรมไม่สามารถปกป้องผู้หญิงได้ ผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ผู้เสียหายรายบุคคล แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสังคมโดยรวม

“เมื่อผู้หญิงและเด็กผู้หญิงไม่ได้รับความยุติธรรม ความเสียหายจะขยายวงกว้างไปไกลกว่าคดีใดคดีหนึ่ง ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อสถาบันรัฐจะถูกบั่นทอน และหลักนิติธรรมเองก็จะอ่อนแอลง ระบบยุติธรรมที่ล้มเหลวต่อประชากรครึ่งหนึ่งของสังคม ไม่อาจอ้างได้ว่ากำลังรักษาความยุติธรรมอย่างแท้จริง”

UN Women ยังเตือนว่า ในหลายประเทศทั่วโลกกำลังเกิดกระแส การถอยหลังของความก้าวหน้าด้านความเท่าเทียมทางเพศ โดยมีความพยายามแก้ไขกฎหมายหรือออกนโยบายที่จำกัดเสรีภาพของผู้หญิงและเด็กผู้หญิงมากขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสิ่งที่องค์กรระบุว่าเป็น “วัฒนธรรมของการไม่ต้องรับผิด” (culture of impunity) ซึ่งทำให้การละเมิดสิทธิสตรีเกิดขึ้นโดยผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษอย่างเหมาะสม

ความรุนแรงออนไลน์และสงคราม ซ้ำเติมผู้หญิง

รายงานยังระบุว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วกว่าการกำกับดูแลทางกฎหมาย กำลังทำให้ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงเผชิญกับ ความรุนแรงในโลกดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการคุกคาม การเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว การข่มขู่ หรือการใช้เทคโนโลยีโจมตีทางเพศ

ในหลายกรณี ผู้กระทำผิดในโลกออนไลน์ยังคง ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตน เนื่องจากกฎหมายยังไม่สามารถรับมือกับความรุนแรงรูปแบบใหม่ได้ทัน

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ความขัดแย้งทั่วโลก การข่มขืนยังคงถูกใช้เป็น “อาวุธของสงคราม” เพื่อสร้างความหวาดกลัวและทำลายชุมชน โดยรายงานพบว่า กรณีความรุนแรงทางเพศในพื้นที่ความขัดแย้งเพิ่มขึ้นถึง 87% ภายในระยะเวลาเพียงสองปี

แม้มีความก้าวหน้า แต่ยังต้องทำอีกมาก

แม้สถานการณ์โดยรวมยังคงน่ากังวล แต่รายงานของสหประชาชาติยังชี้ให้เห็นว่าความก้าวหน้าบางประการได้เกิดขึ้นแล้ว

ปัจจุบัน ประมาณ 87% ของประเทศทั่วโลกได้ออกกฎหมายว่าด้วยความรุนแรงในครอบครัว เพื่อคุ้มครองผู้หญิงและสมาชิกในครอบครัวจากการถูกทำร้าย นอกจากนี้ มากกว่า 40 ประเทศทั่วโลกได้เพิ่มบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิสตรีในรัฐธรรมนูญ ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับสิทธิสตรีในระดับโครงสร้างของรัฐ

อย่างไรก็ตาม การมีกฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เนื่องจากอุปสรรคสำคัญยังคงมาจากทัศนคติและบรรทัดฐานทางสังคม เช่น

  • การตีตราเหยื่อ
  • การโทษเหยื่อ
  • ความกลัวการตอบโต้จากสังคม
  • แรงกดดันจากครอบครัวหรือชุมชน

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้หญิงจำนวนมาก ไม่กล้าแจ้งความหรือเรียกร้องความยุติธรรม ส่งผลให้แม้แต่อาชญากรรมร้ายแรงอย่าง การฆ่าผู้หญิงด้วยเหตุแห่งเพศ (femicide) ก็ยังคงไม่ได้รับการลงโทษในหลายกรณี

นอกจากนี้ ผู้หญิงจำนวนมากยังเผชิญอุปสรรคเชิงปฏิบัติในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม เช่น ค่าใช้จ่ายสูง ระยะเวลาการดำเนินคดีที่ยาวนาน ปัญหาด้านภาษา และความไม่ไว้วางใจต่อสถาบันของรัฐ

วันสตรีสากล 2026 “สิทธิ ความยุติธรรม และลงมือทำ”

เนื่องในวันสตรีสากลปี 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Rights. Justice. Action. For ALL Women and Girls” UN Women เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลก ภาคประชาสังคม และสถาบันระหว่างประเทศ เร่งดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อ ยุติวัฒนธรรมการไม่ต้องรับผิด ปกป้องหลักนิติธรรม สร้างความเท่าเทียมทั้งในกฎหมาย และการปฏิบัติจริง สำหรับผู้หญิงและเด็กผู้หญิงทุกคน

เวทีโลก CSW70 โอกาสสำคัญผลักดันสิทธิสตรี

ในปีนี้การเฉลิมฉลองวันสตรีสากลยังเกิดขึ้นพร้อมกับ การประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยสถานภาพสตรีแห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 70 (CSW70) ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกที่มีบทบาทกำหนดมาตรฐานด้านสิทธิสตรีและความเท่าเทียมทางเพศ

UN Women มองว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็น โอกาสสำคัญในการหยุดยั้งการถอยหลังของสิทธิสตรี และผลักดันความยุติธรรมให้เกิดขึ้นจริงในระดับโลก

"ซิมา บาโฮส" กล่าวย้ำว่า นี่คือช่วงเวลาที่เราต้องลุกขึ้น ยืนหยัด และเปล่งเสียงเพื่อสิทธิ ความยุติธรรม และการลงมือทำ เพื่อให้ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงทุกคนสามารถใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย แสดงออกได้อย่างเสรี และดำรงชีวิตอย่างเท่าเทียม

ทั้งนี้ การจัดงานเฉลิมฉลอง วันสตรีสากลของสหประชาชาติ และพิธีเปิดการประชุม CSW70 จะจัดขึ้นในวันที่ 9 มีนาคม 2026 ณ ห้องประชุม สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly) ในนครนิวยอร์ก เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น พร้อมถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์ให้ผู้คนทั่วโลกสามารถติดตามได้