แม้ว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 1/2569 โดยวาระงานประชุมดังกล่าวจะมีการติดตามความคืบหน้าของโครงการลงทุนในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก แผนพัฒนาเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) ของอีอีซีบนพื้นที่ 15,000 ไร่ ซึ่งรวมไปถึงการลงทุนสวนสนุกระดับโลกอย่างดิสนีย์แลนด์ และแนวทางแก้ไขปัญหาของสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ต้องยกเลิกออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากเหตุผลเพื่อรอให้รัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาพิจารณาดำเนินโครงการต่างๆนั้น
ข้อมูลจากHong Kong Trade Development Council ที่ระบุถึง The EEC Capital City (EECiti) หรือ เมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ ไว้ว่า เป็นโครงการสร้างเมืองอัจฉริยะแห่งใหม่บนพื้นที่ประมาณ 24 ตารางกิโลเมตรในจังหวัดชลบุรี ใกล้สนามบินอู่ตะเภา เพื่อเร่งการลงทุน กำหนดเป้าหมายเร่งด่วนใน 1-2 ปีข้างหน้า
“การสร้างโครงสร้างพื้นฐานหลัก ซึ่งจะดำเนินการผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) แบบครบวงจร ที่รวมระบบที่จำเป็นทั้งหมดไว้ในโครงการเดียว แพ็กเกจแบบบูรณาการนี้ประกอบด้วยโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ระบบจัดการน้ำและของเสีย เครือข่ายการขนส่ง ระบบดิจิทัลขั้นสูง และท่อสาธารณูปโภคใต้ดิน”
กลยุทธ์คือการสร้างพื้นที่ที่พร้อมสำหรับการก่อสร้าง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนได้อย่างมาก ด้วยการสร้างรากฐานที่มีคุณภาพสูงนี้ก่อน EECiti ตั้งเป้าที่จะดึงดูดการพัฒนาอย่างรวดเร็วสำหรับโซนการเงิน ธุรกิจ การดูแลสุขภาพ และที่อยู่อาศัยที่วางแผนไว้ เร่งการเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและที่อยู่อาศัยที่สำคัญภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี
ชี้ให้เห็นว่า โปรเจกต์ EECiti อยู่ในโฟกัสของนักลงทุนต่างชาติ จะด้วยเหตุผลเป็นโครงการที่น่าสนใจ หักล้างจุดอ่อนด้านการลงทุนของไทยทั้งเรื่องกฎระเบียบ และโครงสร้างพื้นฐานเก่าๆได้แล้ว ขณะเดียวกันก็เสริมจุดแข็งใหม่ๆ ที่น่าจะตีคู่ไปกับความท้าทายโลกเศรษฐกิจปัจจุบัน
ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO ระบุว่า EECiti ครอบคลุมธุรกิจเป้าหมายสำคัญ 6 กลุ่ม ได้แก่ ศูนย์ธุรกิจระดับภูมิภาคและบริการทางการเงิน (CBD), ศูนย์วิจัยและการศึกษานานาชาติ, ศูนย์การแพทย์อนาคต, ศูนย์บริการท่องเที่ยว กีฬา โลจิสติกส์, ศูนย์ธุรกิจ BCG, พื้นที่ที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม (Mixed-use)
เมื่อเร็วๆนี้พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) พร้อมด้วย ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO ได้ร่วมกันหารือ ความคืบหน้าและวางกรอบทิศทางการพัฒนา “โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ” (EECiti) ภายใต้คอนเซปต์ Smart & Sustainable “LIVE-WORK-PLAY” City ซึ่งมีเป้าหมายยกระดับพื้นที่ภาคตะวันออกให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับโลก
เน้นในประเด็นการพัฒนา World - Class Entertainment & Leisure Hub ซึ่งรวมถึงสวนสนุกดิสนีแลนด์ด้วย โดยมีแผนแม่บทในการดึงดูดการลงทุนพัฒนาพื้นที่ให้ประกอบไปด้วย สวนสนุกขนาดใหญ่ที่ทัดเทียมกับสวนสนุกชั้นนำของโลก สปอร์ตคอมเพล็กซ์ ที่ได้มาตรฐานสากล และพื้นที่ที่จะสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว โดยตั้งเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางการกีฬาและนันทนาการที่ทันสมัยที่สุดในโลก พร้อมกันนี้ ได้เตรียมวางแผนการบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการ ทั้งในส่วนของการบริการนักท่องเที่ยว การจัดการพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อมุ่งสู่การเป็น Net Zero City อย่างสมบูรณ์แบบ
ทั้งนี้ กระทรวคมนาคม ได้กำหนดนโยบายและแนวทางสำคัญ ให้แก่ สกพอ. เร่งรัดการจัดทำโครงการในรูปแบบ PPP รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภคหลักของโครงการ รวมถึงระบบบริหารจัดการน้ำดิบ ที่จะนำมาใช้ในพื้นที่ EECiti และพื้นที่อื่นๆ ของ EEC พื้นที่โครงการ EECiti นับเป็นพื้นที่ซึ่งมีจุดเด่นในการรองรับอุตสาหกรรมบริการ เพราะสามารถเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมหลักของประเทศอย่างสมบูรณ์แบบ
โดยมีที่ตั้งโครงการอยู่ห่างจาก สถานีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เพียงประมาณ 10 กิโลเมตร และห่างจากสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา เพียงประมาณ 15 กิโลเมตร ทำให้สะดวกต่อการเดินทางและขนส่งทั้งในและต่างประเทศ
ในส่วนการพัฒนาพื้นที่ World - Class Entertainment & Leisure Hub จะเข้าสู่กระบวนการศึกษาความเป็นไปได้ และจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนเพื่อจัดทำ PPP เพิ่มเติม ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากบริษัทชั้นนำระดับโลกต่อไป
แนวความคิดสร้างเมืองอัจฉริยะไม่น่าจะเกิดขึ้นแต่ประเทศไทยที่เดียว เพราะแนวโน้มการพัฒนาทั่วโลกต่างมุ่งสู่ความอัจฉริยะที่ต้องคู่ขนานไปกับความยั่งยืนด้วย ดังนั้น EECiti ที่เกิดแล้วในจินตนาการของไทย ก็ยังต้องรอการปฎิบัติจริง ซึ่งคงต้องหวังให้การเมืองนิ่งแล้วการจัดตัั้งรัฐบาลทีี่มีเสถียรภาพและความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงมาสานต่อจินตนาการสู่ความเป็นจริงต่อไป





