วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ลำพูน’เอาจริง แก้ไฟป่า–สกัด PM 2.5 ต้นแบบยั่งยืน‘รัฐ–ชุมชน–เอกชน’

‘ลำพูน’เอาจริง แก้ไฟป่า–สกัด PM 2.5 ต้นแบบยั่งยืน‘รัฐ–ชุมชน–เอกชน’

ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง

จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ระบุว่า แหล่งกำเนิดหลักของ PM 2.5 กว่าร้อยละ 64 มาจากการเผาพื้นที่ป่า สะท้อนชัดว่าการป้องกันไฟป่าตั้งแต่ต้นทาง คือหัวใจของการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

จังหวัดลำพูนจึงเดินหน้าขับเคลื่อน “โครงการป้องกันไฟป่าและแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5” ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ภายใต้ความร่วมมือของจังหวัดลำพูน สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมป่าไม้ และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (ซีพีเอฟ) ตลอดจนชุมชน เพื่อสร้างต้นแบบการบริหารจัดการไฟป่าแบบบูรณาการสร้างต้นแบบการป้องกัน และเฝ้าระวังไฟป่า เพื่อลดการเกิดฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน

โครงการนำร่องดำเนินงานต่อเนื่อง 3 ปี (พ.ศ. 2569–2571)ครอบคลุมพื้นที่ป่าชุมชนกว่า 20,000 ไร่ใน 12 หมู่บ้านในพื้นที่ 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลทาปลาดุกและตำบลทาสบเส้า กิจกรรมมุ่งเน้นการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการป้องกันและควบคุมไฟป่า สนับสนุนอุปกรณ์ดับไฟ จัดตั้งจุดเฝ้าระวัง และพัฒนาศักยภาพเครือข่ายชุมชนให้สามารถรับมือสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ควบคู่กันนี้ ยังส่งเสริมการนำเศษวัสดุธรรมชาติและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น กิ่งไม้ ใบไม้แห้ง มาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลใช้ในครัวเรือน ลดปริมาณเชื้อไฟในพื้นที่ และสร้างรายได้เสริมให้ครัวเรือนในชุมชน ถือเป็นการแก้ปัญหาทั้งมิติสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจฐานรากไปพร้อมกัน

ในช่วงปลายฤดูหนาวต่อเนื่องฤดูแล้ง ซึ่งเป็นช่วงเสี่ยงสูง จังหวัดลำพูนได้ดำเนินมาตรการทางกฎหมายออกประกาศห้ามเผาในที่โล่ง ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 พฤษภาคม 2569 รวม 120 วัน เพื่อควบคุมและลดความเสี่ยงการเกิดไฟป่า  ควบคู่กับการขอความร่วมมือจากประชาชน ขณะที่ภาคเอกชนและภาคชุมชนเข้ามาเสริมกำลังการทำงานในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ซีพีเอฟในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจในจังหวัดลำพูนมายาวนานร่วม 50 ปี สนับสนุนทั้งบุคลากร องค์ความรู้ และอุปกรณ์ที่จำเป็น อาทิ เครื่องเป่าลมสำหรับควบคุมแนวไฟในพื้นที่นำร่อง พร้อมจัดอบรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมทักษะการป้องกันไฟป่าให้กับชุมชน สร้างความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ในระยะยาว

อีกหนึ่งกลไกสำคัญในการร่วมลด PM 2.5 คือ นโยบายการจัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ของซีพีเอฟ ที่ไม่รับซื้อและไม่นำเข้าข้าวโพดจากพื้นที่รุกป่าและพื้นที่เผาแปลง โดยดำเนินระบบตรวจสอบย้อนกลับตั้งแต่ปี 2559 ปัจจุบันข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จัดหาในประเทศไทยสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ 100% ถึงแปลงปลูก ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลพิกัดแปลงกับเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อประเมินความเสี่ยงการเผา และส่งเสริมการจัดการเศษวัสดุหลังเก็บเกี่ยวโดยไม่เผาแปลง

ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการควบคุมไฟป่าในระยะสั้น แต่เป็นการวางรากฐานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน สร้างต้นแบบการจัดการเชื้อไฟอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงนโยบายภาครัฐ กลไกภาคธุรกิจ และพลังชุมชนเข้าด้วยกัน

“โครงการป้องกันไฟป่าและแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5” นับเป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดลำพูนในการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ พร้อมต่อยอดองค์ความรู้และขยายผลสู่พื้นที่อื่น เพื่อร่วมกันสร้างอากาศที่สะอาด และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน