กทม. และเครือข่ายไทย-เดนมาร์ก เปิดตัวโครงการนำร่องคัดแยกขยะในอาคารสูงพื้นที่เขตคลองเตยและวัฒนา หวังสร้างต้นแบบการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพสอดรับนโยบาย "ไม่เทรวม" ชี้ผลสำรวจพบขยะเศษอาหารและขยะทั่วไปเป็นปัญหาหลัก เตรียมใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์จูงใจคนกรุงคัดแยกขยะเพื่อลดภาระค่าธรรมเนียมจัดการมูลฝอยฉบับใหม่
วิกฤติขยะกรุง 9,000 ตันต่อวัน กับมาตรการ "จ่ายตามจริง"
พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันกรุงเทพฯ ต้องแบกรับภาระจัดการมูลฝอยสูงถึง 9,000 ตันต่อวัน โดยในจำนวนนี้กว่า 50% คือขยะเศษอาหารที่ควรถูกแยกออกตั้งแต่ต้นทาง เพื่อแก้ปัญหานี้ กทม. กำลังยกระดับสู่การบังคับใช้ "ข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยฉบับใหม่ พ.ศ. 2568" ซึ่งใช้หลักการ "ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย" (Polluter Pays Principle)
มาตรการใหม่นี้จะใช้กลไกราคามาสร้างแรงจูงใจ หากคอนโดมิเนียมหรือครัวเรือนใดมีการคัดแยกขยะอย่างชัดเจนจะเสียค่าธรรมเนียมน้อยลง แต่หากไม่คัดแยกจะต้องชำระในอัตราที่สูงขึ้น ซึ่งโครงการนำร่องนี้จะเข้ามาช่วยอุดช่องว่างสำหรับอาคารชุดที่ต้องการแยกขยะแต่ยังขาดระบบที่เหมาะสมกับโครงสร้างอาคารสูง
เจาะลึกถังขยะคอนโด
พบขยะทั่วไป-เศษอาหารครองแชมป์ จากการลงพื้นที่สำรวจของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในคอนโดมิเนียมนำร่อง 10 แห่ง พื้นที่เขตคลองเตยและเขตวัฒนา พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับองค์ประกอบขยะมูลฝอย ดังนี้
- ขยะทั่วไป: มีสัดส่วนสูงที่สุดถึง 41%
- ขยะเศษอาหาร: ตามมาเป็นอันดับสองที่ 35%
- ขยะรีไซเคิล: มีสัดส่วน 21%
- ขยะอันตราย: มีสัดส่วน 3%
นอกจากนี้ ผลการศึกษายังระบุว่า "ท็อป 5" ของขยะที่มักพบในถังขยะรวม ได้แก่ ขยะอาหาร, กระดาษเลอะ, พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง, พลาสติกที่รีไซเคิลได้ และแก้ว ตามลำดับ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้วางแผนพัฒนาระบบการจัดวางถังขยะและการสื่อสารให้ตรงจุดมากขึ้น
ถอดบทเรียนเดนมาร์ก
เน้นความง่ายและสัญลักษณ์ภาพ แดนนี่ แอนแนน เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย กล่าวว่าในเดนมาร์กมีการแยกขยะครัวเรือนละเอียดถึง 10 ประเภท ทำให้สามารถรีไซเคิลขยะได้เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมด ขณะที่นาย Jens Nytoft Rasmussen จาก DEPA เสริมว่ากุญแจสำคัญคือ "ความง่าย" โดยต้องวางถังขยะให้ใกล้ผู้อยู่อาศัยและใช้สัญลักษณ์ภาพ (Pictograms) ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อให้สื่อสารได้ชัดเจน ซึ่งระบบสัญลักษณ์นี้ได้รับความสนใจจนสหภาพยุโรป (EU) กำลังนำไปปรับใช้ในระดับภูมิภาค
เป้าหมายขยายผลทั่วกรุงสู่ระดับอาเซียน ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เน้นยำว่าการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพต้องทำควบคู่ไปกับการสื่อสารประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ลูกบ้านและผู้พักอาศัยเข้าใจวิธีการแยกที่ถูกต้อง
สำหรับโครงการนำร่องใน 10 คอนโดมิเนียมนี้ จะเป็น "จิ๊กซอว์" สำคัญในการถอดบทเรียนเพื่อสร้างโมเดลที่ยืดหยุ่น ก่อนจะขยายผลไปยัง 50 เขตทั่วกรุงเทพมหานคร และตั้งเป้าให้เป็นมาตรฐานการจัดการขยะอย่างยั่งยืนที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่น ๆ รวมถึงภูมิภาคอาเซียนในอนาคต





