วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

‘จีน’ ใช้ท่อส่งน้ำมันเก่าลำเลียง ‘ก๊าซคาร์บอน’ แก้ปัญหาภาคขนส่ง-พื้นที่ห่างไกล ลดต้นทุน

‘จีน’ ใช้ท่อส่งน้ำมันเก่าลำเลียง ‘ก๊าซคาร์บอน’ แก้ปัญหาภาคขนส่ง-พื้นที่ห่างไกล ลดต้นทุน

จีน” ปรับเปลี่ยนท่อส่งน้ำมันทางไกลให้กลายเป็นเส้นทางลำเลียงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ( ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาการขนส่งและภูมิศาสตร์ อีกทั้งสามารถเร่งกระบวนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศ

China Oil and Gas Pipeline Network Corporation หรือที่รู้จักในชื่อ PipeChina ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการทดลอง ส่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปยังแหล่งน้ำมันในมณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของจีน ด้วยเส้นทางกว่า 27 กิโลเมตร เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

PipeChina ระบุในแถลงการณ์ว่า โครงการนำร่องนี้เป็นเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) ซึ่งสามารถทำซ้ำและขยายเส้นทางได้ ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้โครงการ CCUS เปลี่ยนผ่านจากเพียงโครงการนำร่องไปสู่การปรับใช้ในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่างเต็มตัว

เทคโนโลยี CCUS ประกอบด้วยกระบวนการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์จากแหล่งกำเนิด เช่น โรงไฟฟ้าหรือโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันไม่ให้ก๊าซที่เป็นผลพลอยได้นี้หลุดรอดเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ก๊าซที่ถูกดักจับจะถูกบีบอัด ขนส่ง และนำไปใช้ประโยชน์ในงานอุตสาหกรรมหรือกักเก็บไว้อย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ “คาร์บอนคู่ขนาน” (Dual-carbon strategy) ของรัฐบาลจีน

รัฐบาลจีนตั้งเป้าหมายที่จะให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แตะจุดสูงสุดภายในปี 2030 และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2060 นโยบายนี้ทำหน้าที่เป็นแกนหลักในการเปลี่ยนผ่านสีเขียวของประเทศ โดยมีการทุ่มทรัพยากรอย่างต่อเนื่องในด้านพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีลดคาร์บอน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

การฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงในแหล่งน้ำมัน ไม่เพียงแต่เป็นการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกไว้ใต้ดินอย่างปลอดภัย เท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตน้ำมันดิบ หรือที่เรียกว่าเทคนิค Enhanced Oil Recovery (EOR) ซึ่งช่วยให้สามารถดึงน้ำมันออกจากแหล่งกักเก็บได้มากขึ้น

รายงานจากสมาคมวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศจีนระบุว่า คาร์บอนที่ถูกดักจับมาได้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าในระบบเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม PipeChina ได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายหลัก นั่นคือ “ความไม่สมดุลทางภูมิศาสตร์” เนื่องจากแหล่งกำเนิดคาร์บอนจากภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลทางตะวันออก ในขณะที่แหล่งกักเก็บและพื้นที่ใช้ประโยชน์หลัก ๆ กลับกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือและทางตะวันตกของประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญจาก PipeChina ให้ความเห็นว่า “การสร้างเครือข่ายขนส่งคาร์บอนไดออกไซด์ทางไกลที่ประหยัด ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ เคยเป็นปัญหาสำหรับการใช้งานระดับประเทศ ซึ่งการนำท่อส่งน้ำมันเดิมที่มีอยู่แล้วมาปรับใช้ใหม่เป็นทางออกที่น่าสนใจและดีกว่าการสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งหมด”

ข้อมูลเชิงสถิติระบุว่า การนำท่อส่งเดิมมาปรับใช้สามารถช่วยลดต้นทุนการลงทุนได้มากถึง 40-80% และยังช่วยลดระยะเวลาในการก่อสร้างลงได้ถึง 20-60% ซึ่งจะช่วยให้จีนสามารถขยายโครงข่าย CCUS ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นภายใต้งบประมาณที่สมเหตุสมผล

การทดลองในครั้งนี้ ใช้ท่อส่งน้ำมันเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วระยะทาง 21 กิโลเมตร ร่วมกับท่อคอมโพสิตทนแรงดันสูงที่สร้างขึ้นใหม่ระยะทาง 6 กิโลเมตร โครงการนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากงานวิจัยในห้องปฏิบัติการและทฤษฎี สู่การประยุกต์ใช้ในงานวิศวกรรมจริงในพื้นที่

กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การปรับเปลี่ยนสภาพท่อ การขนส่ง ไปจนถึงการใช้งานจริง ณ แหล่งน้ำมันจงหยวน ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับโครงการ CCUS อื่น ๆ ในอนาคตว่าการใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่นั้นมีความเป็นไปได้ทางเทคนิคและมีความปลอดภัย

ในขณะเดียวกัน จีนยังคงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ควบคู่กันไป เช่น การเริ่มก่อสร้างท่อส่งคาร์บอนระยะทาง 400 กิโลเมตรในมณฑลจี๋หลินเมื่อเดือนเมษายน 2025 ซึ่งคาดว่าจะช่วยกักเก็บคาร์บอนได้กว่า 4 ล้านตันต่อปี และเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบได้ถึง 1 ล้านตันต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการขยายโครงข่ายการจัดการคาร์บอนทั่วประเทศ

ความสำเร็จนี้เป็นไปตามการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของจีน โดยในปี 2025 พลังงานหมุนเวียนจะมีสัดส่วนมากกว่า 60% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด การพัฒนาโครงข่ายท่อส่งคาร์บอนจึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยให้จีนสามารถรับมือกับปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่ยังคงสูงอยู่ และก้าวสู่เป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอนได้ตามกำหนด


ที่มา: Gas EcpshereSouth China Morning Post