ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวประกอบกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรและการเติบโตทางเศรษฐกิจนำไปสู่การทิ้งขยะจำนวนมหาศาล
ในปี พ.ศ. 2562 มีขยะมูลฝอยจากชุมชนรวมถึงขยะพลาสติกจำนวนกว่า 28.7 ล้านตัน ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งใน 10 ประเทศที่มีการปล่อยขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุดในโลก ซึ่งปัญหามลพิษขยะจากพลาสติกนั้นอยู่ในระดับที่สร้างความผลกระทบร้ายแรงต่อความหลากหลายทางชีวภาพ อาทิเช่น ปะการังแข็งจำนวนกว่า 400 สายพันธุ์ และปลามากกว่า 2,000 สายพันธุ์
องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ได้เล่าถึงโครงการการลดการใช้ การออกแบบที่ยั่งยืน และการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อป้องกันขยะในทะเล (MA-RE-DESIGN)ว่ากำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการ ต.ค.2565 – ก.ย. 2569 ภายใต้ความร่วมมือกับมูลนิธิกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) และ กลุ่มประสานความร่วมมือทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกโดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP COBSEA)
โดยมีผลลัพธ์ที่ครอบคลุมการดำเนินงานใน 4 ด้าน ได้แก่ :พัฒนากลยุทธ์เพื่อหลีกเลี่ยงหรือหาบรรจุภัณฑ์อื่นเพื่อทดแทนบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกทางโครงการฯ ตั้งใจที่จะประชาสัมพันธ์และสนับสนุนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน โดยการพัฒนาระบบการผลิต/การออกแบบบรรจุภัณฑ์ เสริมสร้างความรู้และความเข้าใจ ให้รางวัลด้านนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายรวมถึงขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวในการหลีกเลี่ยงและใช้บรรจุภัณฑ์อื่นทดแทนบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง
ส่งเสริมนโยบายและกระบวนการด้านการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์และรวมถึงความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (EPR)กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะร่วมพัฒนาร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับระบบ EPR ในการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ และภาคเอกชนจะช่วยพัฒนากลไก“องค์กรความรับผิดชอบของผู้ผลิต” (Producer Responsibility Organization: PRO)เพื่อการดำเนินงานตามระบบ EPR ของบริษัทสมาชิกโดยรวม และจะมีการจัดอบรมเกี่ยวกับ EPR สำหรับบรรจุภัณฑ์ในระดับประเทศและระดับท้องถิ่นลดมลพิษจากขยะพลาสติกในเทศบาลนำร่อง 2 แห่งที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ที่มีความสำคัญทางชีวภาพ
ทั้งนี้ โครงการฯ ได้คัดเลือกเทศบาลนำร่อง 2 แห่ง ได้แก่เทศบาลตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเทศบาลนครตรัง จังหวัดตรัง และสนับสนุนการพัฒนาแผนปฎิบัติงานด้านพลาสติก (Plastic Action Plans)และนำข้อเสนอแนะจากแผนปฎิบัติงานดังกล่าวผสานกับแผนปฏิบัติการประจำปีด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชนของเทศบาลนำร่อง พร้อมดำเนินงานตาม แผน
ปฎิบัติการ “Plastic Smart Cities”โดยจะมีการวางระบบการติดตามผลการดำเนินงานในพื้นที่นำร่องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างประเทศสมาชิกและขยายผลการป้องกันขยะทะเลเพิ่มขึ้นระหว่างประเทศโดยการเสริมศักยภาพและสื่อรูปแบบต่างๆ ที่เกี่ยวกับองค์ความรู้ระดับภูมิภาคจากผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการสมาชิกทั้ง 9 ประเทศของกลุ่มประสานความร่วมมือทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออก (Coordinating Body on the Seas of East Asia: COBSEA) รวมถึงประเทศไทย และมีการนำบทเรียนที่ได้รับจากโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก





