“โลกรวน”กำลังนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้านเพื่อรับมือกับความไม่เหมือนเดิมของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนบริบทใหม่ของโครงสร้างพื้นฐาน อย่าง “ถนน”
เมื่อเร็วๆนี้มีการหารือร่วมกับนายมุโต ซาชิโอะ (Mr. MUTO Sachio) ผู้อำนวยการอาวุโส กองโครงการระหว่างประเทศสำนักนโยบาย กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism : MLIT)องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency : JICA) และ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยและคณะ โดยมีผู้แทนจากกรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เข้าร่วมการหารือ
นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในฐานะประธานการหารือ ว่าการหารือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหารือแนวทางและความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคม และ MLIT ในการดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาจากเหตุอุทกภัย อาทิ การจัดทำทางระบายน้ำหลาก (Floodway) ให้สอดคล้องกับบันทึกความร่วมมมือด้านแผนงาน นโยบาย และเทคโนโลยีจราจร (MOC) ที่ได้มีการหารือกันไว้ก่อนหน้านี้
ด้านนายมุโต ซาชิโอะ กล่าวว่า ญี่ปุ่นมีนโยบายบริหารจัดการอุทกภัย เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เนื่องจากภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นเกาะ และมีแม่น้ำที่มีระยะทางสั้นและความลาดชันสูง ส่งผลให้น้ำไหลบ่าอย่างรวดเร็วและมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมสูง
ญี่ปุ่นจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีต โดยดำเนินโครงการวิศวกรรมแม่น้ำขนาดใหญ่เพื่อป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งช่วยลดความสูญเสียจากอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ฝนตกหนักบ่อยขึ้นและระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับแนวทางการวางแผนควบคุมอุทกภัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในอนาคต โดยเสริมสร้างมาตรการทั้งด้านโครงสร้างและไม่ใช่โครงสร้างควบคู่กัน ผ่านหลักการผสมผสานการขุดลอกและขยายลำน้ำ การกักเก็บน้ำ การเบี่ยงน้ำ และการบริหารจัดการเขื่อนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
โดยมีแนวคิดสำคัญคือการพัฒนา“ทางระบายน้ำหลาก (Floodway)”ซึ่งออกแบบมาเพื่อเบี่ยงน้ำส่วนเกินออกจากพื้นที่เสี่ยง โดยมักบูรณาการร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เช่น ถนนและทางด่วน เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างคุ้มค่า
กรณีศึกษาจากหลายพื้นที่ของญี่ปุ่นแสดงให้เห็นว่าการออกแบบถนนให้ทำหน้าที่เป็นคันกั้นน้ำหรือเส้นทางอพยพ สามารถลดความเสียหายจากอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาทางระบายน้ำหลากของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีความเสี่ยงเกิดอุทกภัยสูง พร้อมชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ กระทรวงฯ อยู่ระหว่างดำเนินการต่ออายุ บันทึกความร่วมมือระหว่าง MLIT และกระทรวงคมนาคม ด้านแผนงานนโยบายและเทคโนโลยีจราจร (Memorandum of Cooperation on the Policy Planning and Technologies of Road Traffic : MOC)
ซึ่งฉบับปัจจุบันจะสิ้นอายุในวันที่ 24 พ.ค.2569
โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และเห็นชอบให้ขยายขอบเขตความร่วมมือให้ครอบคลุมด้าน Road Safety Management ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป
การหารือดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน ระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป





