วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

มาตรฐานอสังหาฯ เขียว 'Green Loan -Thailand Taxonomy' สู่การวัดผลคาร์บอน ของแสนสิริ

มาตรฐานอสังหาฯ เขียว 'Green Loan -Thailand Taxonomy' สู่การวัดผลคาร์บอน ของแสนสิริ

ท่ามกลางกระแสการตื่นตัวเรื่องความยั่งยืนในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย มาตรฐาน Thailand Taxonomy ได้กลายมาเป็นเข็มทิศสำคัญที่เปลี่ยนนิยามของ "อาคารสีเขียว" จากเพียงแค่ภาพลักษณ์ ให้กลายเป็นตัวเลขทางวิทยาศาสตร์ที่ตรวจสอบได้ โดยล่าสุด แสนสิริได้ประกาศความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย คว้าสินเชื่อสีเขียวหรือ Green Loan มูลค่า 1,000 ล้านบาท เพื่อนำร่องพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนตามเกณฑ์สากลอย่างเป็นรูปธรรม

ในการขับเคลื่อนครั้งนี้ มีสองหัวเรือใหญ่ที่มาร่วมถ่ายทอดมุมมองทั้งในเชิงกลยุทธ์และการออกแบบ เพื่อฉายภาพให้เห็นว่าเหตุใด Green Loan และ Taxonomy จึงเป็นเรื่องสำคัญต่อทั้งผู้พัฒนาและผู้พักอาศัย

มุมมองเชิงกลยุทธ์ ดอกเบี้ยพิเศษและการส่งต่อคุณค่าสู่ลูกบ้าน

จริยา จันทร์เจิดศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์แสนสิริ  กล่าวว่า การได้รับ Green Loan ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความสำเร็จทางการเงิน แต่คือการสร้างระบบนิเวศใหม่ที่ผู้ซื้อบ้านจะได้รับประโยชน์โดยตรง

“ไม่ได้มอง Green Loan เป็นเพียงการกู้ยืมเงินทุน แต่คือการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อให้ลูกบ้านได้ที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพสูงขึ้นในราคาที่เข้าถึงได้” สินเชื่อสีเขียวแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ Pre-finance สำหรับการก่อสร้าง และ Post-finance สำหรับผู้กู้รายย่อย ต้นทุนทางการเงินที่เราประหยัดได้จากดอกเบี้ยพิเศษ นำมา 'เทรดออฟ' หรือบาลานซ์กับต้นทุนวัสดุรักษ์โลกที่ราคาสูงกว่าปกติ เช่น เหล็ก Low Carbon หรือวัสดุรีไซเคิล เพื่อให้ราคาขายยังคงแข่งขันได้

นอกจากนี้ หากโครงการพิสูจน์ได้ว่าประหยัดพลังงานได้ไม่ต่ำกว่า 30% ตามเกณฑ์ธนาคาร ลูกบ้านก็จะมีโอกาสได้รับอัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านที่พิเศษกว่าโครงการทั่วไปด้วย ซึ่งในระยะยาวจะช่วยลดทั้งภาระดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในกระเป๋าลูกบ้านลงได้ถึง 25-35% 

มาตรฐานอสังหาฯ เขียว 'Green Loan -Thailand Taxonomy' สู่การวัดผลคาร์บอน ของแสนสิริ

ความโปร่งใสว่า ทุกโครงการต้องผ่านการตรวจสอบจาก Bureau Veritas องค์กรตรวจสอบระดับสากล เพื่อยืนยันค่าการปล่อยคาร์บอนให้ตรงตามมาตรฐานก่อนจะได้รับอนุมัติสินเชื่อ

มุมมองเชิงเทคนิคการออกแบบด้วย "วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ" ภายใต้เกณฑ์ Taxonomy

ชัยรัตน์ ธรรมชน Landscape Architecture กล่าวว่า มาตรฐาน Thailand Taxonomy คือ "ไบเบิล" ที่ระบุชัดเจนว่าอาคารประเภทไหนถึงจะเรียกว่าสีเขียว โดยใช้ตัวชี้วัดที่เรียกว่า Emission Intensity หรือค่าความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอนต่อตารางเมตรต่อปี

สำหรับคอนโดมิเนียมที่จะเริ่มใช้ในปี 2025 เกณฑ์กำหนดว่าต้องปล่อยคาร์บอนไม่เกิน 61 kgCO2e/ตร.ม./ปี ในขณะที่อาคารมาตรฐานทั่วไปในปัจจุบันปล่อยอยู่ที่ประมาณ 80 kgCO2e” เกณฑ์นี้จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนมุ่งสู่ 0 ในปี 2050

มาตรฐานอสังหาฯ เขียว 'Green Loan -Thailand Taxonomy' สู่การวัดผลคาร์บอน ของแสนสิริ

ความท้าทายของนักออกแบบคือการใช้ Nature-Based Solution มาแก้โจทย์เหล่านี้มากกว่าการพึ่งพาเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว ไม่ได้เริ่มจากการเลือกแอร์เบอร์ 5 แต่ เริ่มจากการวิเคราะห์แดด ลม และบริบทของที่ดินในแต่ละพื้นที่ เพื่อวางตัวอาคารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยตัวอย่างการประยุกต์ใช้ใน  โครงการนำร่อง อย่าง Via Horm (นางลิ้นจี่) , The Standard Residences Hua Hin และ The Standard Residences Pattaya

เป้าหมายคือการพิสูจน์ว่าอาคารที่ประหยัดพลังงานสามารถสวยงามและมีเอกลักษณ์ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นตึกที่ดูแข็งกระด้างเสมอไป

การเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานสีเขียวไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ตัวบริษัท แต่อาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรและซัพพลายเออร์จำนวนมาก ความท้าทายในการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการรายเล็กว่า “บางรายอาจกังวลเรื่องต้นทุนการผลิตวัสดุรีไซเคิลที่แพงกว่าตลาด จึงต้องเข้าไปซัพพอร์ตและให้ความมั่นใจเรื่องปริมาณการสั่งซื้อ เพื่อลดความเสี่ยงและช่วยให้เขาเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีสีเขียวไปพร้อมกับเราได้

การขยับตัวของแสนสิริในครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการขอสินเชื่อ แต่เป็นการเซตมาตรฐานใหม่ให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยก้าวเข้าสู่ยุคที่ "ความรับผิดชอบต่อโลก" และ "ผลตอบแทนทางการเงิน" กลายเป็นเรื่องเดียวกันอย่างสมบูรณ์