ในวันที่โลกไม่ได้สู้กันด้วยแค่เทคโนโลยีหรือสงครามการค้า แต่กำลังสู้กันด้วย "โมเดลการเติบโต" (Operating System) ชุดใหม่ บทวิเคราะห์ล่าสุดจาก ปิยะชาติ (อาร์ม) อิศรภักดี Chief Sustainomist แห่ง BRANDi Institute และสมาชิกสภาอนาคตโลก (WEF) ได้สร้างแรงกระเพื่อมสำคัญ โดยหยิบยกกลยุทธ์ของ 3 ผู้นำโลกอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์, สีจิ้นผิง และมาร์ค คาร์นีย์ มาตีแผ่ผ่านเลนส์ "Sustainomy" หรือ "เศรษฐพัฒน์" โมเดลเศรษฐกิจที่คิดโดยคนไทยแต่กำลังกลายเป็นภาษาสากล
3 ขั้วมหาอำนาจ ใครกำลังเล่นเกมอะไร
คุณปิยะชาติชี้ให้เห็นว่า ผู้นำทั้ง 3 กำลังขับเคลื่อนโลกไปคนละทิศทาง ตามบริบทและความอยู่รอดของตนเอง
- โดนัลด์ ทรัมป์ (Survival-driven Growth): เน้น "ความอยู่รอดและอำนาจชาติ" เป็นที่ตั้ง ใช้ภาษีและเทคโนโลยีเป็นอาวุธเพื่อดึงการผลิตกลับบ้าน หากโลกไม่หมุนตามสหรัฐฯ สหรัฐฯ ก็พร้อมจะแยกตัวออกมาเป็นระบบที่เรียกว่า "Unity-1"
- สีจิ้นผิง (System-led Growth): จีนอาสาสวมบทผู้นำ Globalization 2.0 โดยใช้ขนาดตลาด (Market Size) และการคุมห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นตัวขับเคลื่อนความมั่งคั่งที่รัฐเป็นผู้ออกแบบกลไกทั้งหมด
- มาร์ค คาร์นีย์ (Future-accountable Growth): เทคโนแครตผู้วางรากฐานการเงินโลกที่เน้น "ความรับผิดชอบต่ออนาคต" เขามองว่าเรากำลังขโมยทรัพยากรคนรุ่นหลังมาใช้ และทางออกเดียวคือการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อรับมือวิกฤติที่ซ้อนทับกัน (Polycrisis)
Sustainomy เมื่อ "เศรษฐกิจ" กับ "ความยั่งยืน" คือเรื่องเดียวกัน
ไฮไลต์สำคัญของแนวคิดนี้คือการปฏิเสธความเชื่อเดิมที่ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจต้องแยกส่วนจากการพัฒนาความยั่งยืน Sustainomy นำเสนอ "ข้อบังคับใหม่" ของโลกผ่าน 3 เสาหลัก
- โตแล้วต้องแบ่ง: (Wealth Distribution) การเติบโตต้องมาพร้อมการกระจายรายได้ที่ทั่วถึง
- กินดีอยู่ดีต้องมีสวัสดิการ: (Social Well-Being) ขยายโอกาสควบคู่ไปกับคุณภาพชีวิต
- ใช้แล้วต้องสร้างใหม่: (Environmental Regeneration) เปลี่ยนจากการ "ผลาญ" ทรัพยากร เป็นการสร้างกลไกฟื้นฟูธรรมชาติ
"ปัญหาของเศรษฐกิจโลกวันนี้ ไม่ใช่การขาดแคลนนวัตกรรม แต่คือการขาด 'กรอบความคิดใหม่' ที่เข้าใจข้อจำกัดของระบบ" ปิยะชาติ อิศรภักดี กล่าว
ทางเลือกของ "คนตัวกลาง" ในโลกใบใหม่
Sustainomy ยังเน้นย้ำถึงบทบาทของ "คนตรงกลาง" ไม่ว่าจะเป็นประเทศกำลังพัฒนา (Middle Power) หรือธุรกิจ SMEs ว่าต้องเลือกที่ยืนให้ชัดเจนในสมรภูมินี้ เพราะข้อสอบเศรษฐกิจยุคถัดไปไม่มีคำว่าง่าย และผู้ที่ทำ "โจทย์ยาก" ได้สำเร็จเท่านั้นที่จะกลายเป็นผู้นำในระบบเศรษฐกิจยุค Next Economy อย่างแท้จริง





