วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'พรบ.อากาศสะอาด ฉบับประชาชน' ปฏิรูปโครงสร้าง คืนลมหายใจ

'พรบ.อากาศสะอาด ฉบับประชาชน' ปฏิรูปโครงสร้าง คืนลมหายใจ

ความสำคัญของร่างกฎหมายอากาศสะอาดฉบับปฏิรูป ชูแนวคิด "สิทธิมนุษยชนในสิ่งแวดล้อม" เพื่อก้าวข้ามการแก้ปัญหาแบบเดิมสู่การสร้างระบบนิเวศอากาศสะอาดแบบบูรณาการ เผยกลไกนวัตกรรม 10 หมวด ตอบโจทย์ทุกมิติแหล่งกำเนิดมลพิษ พร้อมย้ำ "อากาศสะอาดคือสิทธิที่จะไม่ตายก่อนวัยอันควร"

รศ.ดร.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม จากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายกสมาคมเครือข่ายอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ กล่าวในงานช่วงเสวนา การเงินที่รับผิดชอบต่อมลพิษ : พ.ร.บ. อากาศสะอาด-PRTR กับนโยบายธนาคารไทยจัดโดย Fair Finance Thailand ว่า ความจำเป็นเร่งด่วนในการผลักดัน ร่าง พรบ.อากาศสะอาด ฉบับประชาชน โดยระบุว่าเป็นกฎหมายที่ไม่ได้มุ่งเพียงแค่การจัดการมลพิษ แต่เป็นการ "คิดใหญ่" เพื่อปฏิรูปโครงสร้างทางสังคมและกฎหมายของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ โดยมีรายละเอียดเชิงลึกที่น่าสนใจดังนี้

1. กู้ระเบิดเวลาที่มองไม่เห็น

เมื่อมลพิษกลายเป็นความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ดร.คนึงนิจ เปรียบเทียบปัญหามลพิษทางอากาศเหมือน "ระเบิดเวลา" ที่สะสมอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็ง เนื่องจากมลพิษอย่าง PM 2.5 และสารปนเปื้อนอื่นๆ เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทำให้ประชาชนไม่ตระหนักว่าการเจ็บป่วยและเสียชีวิตนั้นมีสาเหตุมาจากมลพิษเหล่านี้ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง (Structural Violence) แต่ยังรวมถึงความรุนแรงเชิงวัฒนธรรม (Cultural Violence) ที่คนในสังคมยังติดอยู่กับ "Mentality" หรือชุดความคิดเดิมๆ จนมองข้ามสิทธิพื้นฐานของตนเอง

'พรบ.อากาศสะอาด ฉบับประชาชน' ปฏิรูปโครงสร้าง คืนลมหายใจ

2. สถาปนาสิทธิในอากาศสะอาดในฐานะสิทธิมนุษยชน

ร่างกฎหมายฉบับนี้มีหัวใจสำคัญคือการรับรอง "สิทธิในอากาศสะอาด" ตามแนวทางของสหประชาชาติ (UN) ที่ระบุว่าสิทธิในสิ่งแวดล้อมเป็นสิทธิมนุษยชน โดยแบ่งเป็นสองส่วนหลักคือ

  • สิทธิเชิงเนื้อหา (Substantive Rights): คือสิทธิในสุขภาพ ชีวิต และ "สิทธิที่จะไม่ตายก่อนวัยอันควร"
  • สิทธิเชิงกระบวนการ (Procedural Rights): ประกอบด้วยสิทธิในการรับรู้ข้อมูลมลพิษผ่านระบบ PRTR (Pollutant Release and Transfer Register) สิทธิในการมีส่วนร่วมกำหนดนโยบาย และสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและการได้รับการเยียวยา

3. การเปลี่ยนผ่านจาก "การจัดการมลพิษ" สู่ "การสร้างอากาศสะอาด"

ดร.คนึงนิจ เน้นย้ำว่ากฎหมายนี้มุ่งหมายให้สังคมไทยก้าวข้ามจากแนวคิด Air Pollution Based (มุ่งแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ) ไปสู่ Clean Air Based (มุ่งสร้างระบบที่ทำให้อากาศสะอาด) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง Ecosystem หรือฉากทัศน์ของอากาศในประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยต้องทลายระบบการทำงานแบบ "ไซโล" และกฎหมายที่กระจัดกระจายแบบ "เบี้ยหัวแตก" ให้กลายเป็นการบูรณาการร่วมกันของทุกหน่วยงานรัฐ

4. นวัตกรรมกฎหมาย 10 หมวด

เครื่องมือปฏิรูปสังคมไทย ร่าง พรบ.อากาศสะอาด ฉบับประชาชน ถูกออกแบบมาให้เป็นกฎหมายเชิงนวัตกรรมที่มีความครบวงจร ประกอบด้วย 10 หมวดสำคัญ

  • เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์และข้อมูล: เช่น การกำหนดดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI/AQHI), การหาขีดความสามารถในการรองรับมลพิษ (Carrying Capacity), และการจัดการ Big Data,
  • การจัดการแหล่งกำเนิดมลพิษ: ระบุวิธีจัดการที่ชัดเจนและมีลักษณะเฉพาะตามประเภทแหล่งกำเนิด เช่น อุตสาหกรรม, การเกษตร, การเผาป่า, การคมนาคม, และมลพิษข้ามแดน
  • เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์: การจัดตั้งกองทุนอากาศสะอาด และการใช้มาตรการทางภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
  • กลไกการกระจายอำนาจ: เพิ่มบทบาทให้ท้องถิ่นและภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพื้นที่วิกฤติ
  • บทลงโทษที่ครอบคลุม: มีทั้ง "ไม้เรียว" สำหรับผู้กระทำผิด ซึ่งครอบคลุมทั้งความรับผิดทางแพ่ง อาญา และพินัย เพื่อเปลี่ยนหลักการจาก "ผู้ก่อมลพิษจ่าย" (Polluter Pays) เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดมลพิษตั้งแต่ต้น

เสียงของประชาชนคือพลังขับเคลื่อน

ในภาวะที่การแก้ปัญหายังติด "คอขวด" และผลประโยชน์ทางการเมือง เสียงของพลเมือง (Voice of Citizen) ต้องดังขึ้นกว่าเดิมเพื่อกลบเสียงของผู้ที่ได้ประโยชน์จากระบบเดิม กฎหมายฉบับนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ตัวหนังสือ แต่เป็นเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชน เพื่อกู้ระเบิดเวลานี้ให้ทันท่วงทีและคืนลมหายใจที่สะอาดให้กับคนไทยทุกคน