วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

เครือข่ายสิ่งแวดล้อมผลักดัน 'กฎหมาย PRTR' สร้างฐานข้อมูลมลพิษกลาง แก้ปัญหาสารเคมีรั่ว

เครือข่ายสิ่งแวดล้อมผลักดัน 'กฎหมาย PRTR' สร้างฐานข้อมูลมลพิษกลาง แก้ปัญหาสารเคมีรั่ว

ภาคประชาสังคมเผยร่างกฎหมาย PRTR เคยผ่านวาระแรกก่อนสภาฯ ยุบ ชูจุดเด่นบังคับโรงงานรายงานปริมาณการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมตามจริง หวังแก้ปัญหามลพิษที่เรื้อรังทั้งทางอากาศ น้ำ และดิน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคการเงินในการปล่อยกู้โครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวในงานช่วงเสวนา การเงินที่รับผิดชอบต่อมลพิษ : พ.ร.บ. อากาศสะอาด-PRTR กับนโยบายธนาคารไทยจัดโดย Fair Finance Thailand ว่า ได้ร่วมมือกับมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) และ Greenpeace ได้ร่วมกันผลักดัน ร่างกฎหมาย PRTR (Pollutant Release and Transfer Register) หรือ กฎหมายว่าด้วยการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษ เพื่อเป็นกลไกกลางในการจัดการปัญหามลพิษของประเทศ, โดยร่างกฎหมายฉบับนี้เคยผ่านการพิจารณาวาระที่ 1 ของสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วเมื่อวันที่ 5 ก.ย. และมีการปรับปรุงเนื้อหาในชั้นกรรมาธิการจนเกือบจะเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2 และ 3 แต่กระบวนการต้องชะงักลงเนื่องจากการยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ทำไมไทยต้องมี PRTR? 

แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะมีกฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายโรงงาน และ พรบ.วัตถุอันตราย แต่ปัญหาที่พบคือต่างหน่วยงานต่างบังคับใช้และขาดการเชื่อมโยงข้อมูล ทำให้ไม่มีฐานข้อมูลกลางที่ระบุว่าในแต่ละพื้นที่ มีการปล่อยมลพิษรวมกันเท่าไหร่ และมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนในระดับใด

กฎหมาย PRTR จะเข้ามาทำหน้าที่เป็น “แพลตฟอร์มกลาง” ที่กำหนดให้โรงงานและแหล่งกำเนิดมลพิษต้องรายงานปริมาณสารมลพิษที่ปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม (ดิน น้ำ อากาศ) รวมถึงการเคลื่อนย้ายกากของเสียไปกำจัด  ข้อมูลเหล่านี้จะถูกรวบรวมเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้

เครือข่ายสิ่งแวดล้อมผลักดัน 'กฎหมาย PRTR' สร้างฐานข้อมูลมลพิษกลาง แก้ปัญหาสารเคมีรั่ว

แก้ปัญหามลพิษและอุบัติภัยสารเคมี

จากข้อมูลของภาคประชาสังคม พบว่าที่ผ่านมาเกษตรกรและผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำประสบความสูญเสียอย่างหนักจากการลักลอบปล่อยน้ำเสียหรือทิ้งกากอุตสาหกรรมซึ่งยากต่อการหาผู้กระทำผิด กฎหมาย PRTR จะช่วยให้ทราบว่าโรงงานใดครอบครองสารเคมีชนิดใดบ้าง ในปริมาณเท่าไหร่ ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์เช่น ไฟไหม้โรงงานหรือสารเคมีรั่วไหล (กรณีโรงงานหมิงตี้หรือมาบตาพุด) เจ้าหน้าที่จะสามารถวางแผนระงับเหตุได้อย่างรวดเร็วและรัดกุมมากขึ้น

เสียงตอบรับจากเอกชนและมาตรฐานสากล

จากการสำรวจความเห็นภาคเอกชนกว่า 300 บริษัทในจังหวัดระยอง พบว่า 87-88% เห็นด้วยกับการมีกฎหมายฉบับนี้ และ 90% เชื่อว่าจะทำให้สิ่งแวดล้อมของไทยดีขึ้น นอกจากนี้ PRTR ยังเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับประเทศที่ต้องการเข้าเป็นสมาชิก OECD และเป็นเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) รวมถึงอนุสัญญาสำคัญระดับโลก เช่น อนุสัญญามินามตะ (ปรอท) และความตกลงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ประโยชน์ต่อภาคธนาคาร กฎหมายฉบับนี้ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อรัฐและประชาชน แต่ยังรวมไปถึง ภาคธนาคารและสถาบันการเงิน ที่สามารถใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูล PRTR ในการตรวจสอบประวัติและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมของลูกค้า เพื่อสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ธุรกิจที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

ในขณะนี้ เครือข่ายภาคประชาชนยังคงเดินหน้าสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของกฎหมาย PRTR โดยเชื่อมั่นว่าจะเป็นรากฐานสำคัญในการปกป้องสุขภาพของประชาชนและความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะยาว