แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (Fair Finance Thailand) เปิดเผยรายงานการประเมินนโยบายสถาบันการเงินไทยประจำปี 2568 ซึ่งถือเป็นการประเมินต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 โดยครอบคลุมธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 3 แห่ง ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงพัฒนาการที่น่าสนใจในด้านการเปิดเผยข้อมูลและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
เจาะลึกผลคะแนนและอันดับ ใครนำ ใครขยับ?
จากการประเมิน 13 หมวดนโยบายตามมาตรฐานสากล Fair Finance Guide International 2025 พบว่าภาพรวมคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 28.36% ในปีที่ผ่านมา เป็น 28.84% โดยอันดับของธนาคารทั้ง 11 แห่ง มีดังนี้ (อ้างอิงตามกราฟผลคะแนน)
- ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb): 40.75%
- ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB): 38.95%
- ธนาคารกสิกรไทย (KBank): 38.47%
- ธนาคารกรุงไทย (KTB): 30.09%
- ธนาคารกรุงเทพ (BBL): 28.97%
- ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP): 27.90%
- ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (Krungsri): 27.68%
- ธนาคารออมสิน (GSB): 25.91%
- ธนาคารทิสโก้ (TISCO): 21.31%
- ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมฯ (SME D Bank): 20.18%
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.): 17.06%
ปัจจัยหนุนคะแนนขยับ การปรับเกณฑ์ใหม่และการสื่อสาร
คณะวิจัยระบุว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้คะแนนปรับตัวดีขึ้น คือความตื่นตัวของธนาคารส่วนใหญ่ในการหารือและรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงนโยบายให้สอดคล้องกับเกณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะเกณฑ์ FFGI 2025 ที่มีการเปลี่ยนแปลงในประเด็นสำคัญ เช่น
- การรับรองมาตรฐานสากล: การให้คะแนนอัตโนมัติหากธนาคารประกาศรับหลักการ WEPs (The Women’s Empowerment Principles) เพื่อส่งเสริมศักยภาพสตรี
- การเปิดเผยข้อมูล: ธนาคารมีการเปิดเผยนโยบายต่อสาธารณะมากขึ้นในช่วงเดือน ก.ย. - ต.ค. 2568
ก้าวต่อไปสู่การเงินที่ยั่งยืน
แม้คะแนนจะเพิ่มขึ้น แต่ความท้าทายยังคงอยู่ที่การขยับคะแนนในหมวดที่ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เช่น นโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิทธิมนุษยชน ซึ่งแนวร่วมฯ หวังว่าการประเมินนี้จะเป็นเข็มทิศสำคัญที่ช่วยให้ธนาคารไทยก้าวสู่มาตรฐานระดับโลกอย่างแท้จริง





