วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'IP Finance' ปลดล็อกทรัพย์สินทางปัญญา...สู่เงินทุน SME

'IP Finance' ปลดล็อกทรัพย์สินทางปัญญา...สู่เงินทุน SME

สวัสดีครับเศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่องและรอบด้าน โดยเฉพาะในภาคธุรกิจ SME ที่เป็นแหล่งจ้างงานของคนไทยส่วนใหญ่ยังต้องการแรงสนับสนุนด้านเงินทุนให้เดินหน้าต่อไปได้อีกมาก กลไกต่างๆ จากภาครัฐ อาทิ “SMEs Credit Boost” ที่กำลังเดินหน้าอยู่ในขณะนี้ถือว่ามาถูกทางแล้ว ด้วย SME ต้องอาศัยเงินทุนในการสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ดียิ่งขึ้นครับ

หากเราถาม SME ว่าปัญหาของเขาคืออะไร นอกจากในแง่การดำเนินธุรกิจแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่เป็นอุปสรรคคือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้เข้าร่วมงานสัมมนา Thailand IP Finance & Valuation Connect ที่ได้ฉายภาพการใช้กลไกด้านการเงินอีกหนึ่งรูปแบบ ซึ่งคือ ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ หรือความลับทางการค้า เป็นหลักประกันในการขอและเข้าถึงสินเชื่อแทนการพึ่งพาหลักประกันแบบดั้งเดิมอย่างที่ดินหรืออาคาร  รวมถึงยังสามารถใช้เป็นอีกหนึ่งรูปแบบสำหรับการระดมทุน

พูดง่ายๆ คือ หากเรามีภูมิปัญญาที่มีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจมากพอ มันสามารถปลดล็อกมูลค่าที่ซ่อนอยู่ในนั้นให้เป็นหลักประกันเพื่อขอเงินทุนได้ครับ แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศทั่วโลก โดยภูมิภาคเอเชียถือเป็นหนึ่งในผู้นำตลาด IP Financing โดยเฉพาะประเทศจีน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้นำในการผลักดัน IP Financing สะท้อนให้เห็นว่าในเศรษฐกิจยุคใหม่ มูลค่าของสินทรัพย์อาจไม่ได้ถูกจำกัดไว้แค่เพียงว่า สินทรัพย์นั้น “จับต้องได้” หรือไม่แต่จะเป็นสินทรัพย์นั้นเกิดจากการใช้ “ภูมิปัญญา” หรือไม่

อีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจไม่น้อยคือ Global Innovation Index 2025 ซึ่งเป็นรายงานที่ติดตามแนวโน้มด้านนวัตกรรมทั่วโลกจัดทำโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) ชี้ว่าประเทศไทยมีจุดเด่นด้านนวัตกรรมไม่น้อย  เช่น ปัจจัยด้านทุนมนุษย์และการวิจัยซึ่งอยู่อันดับที่ 36 ของโลก รวมถึงการลงทุนพัฒนานวัตกรรมของภาคเอกชน ชี้ให้เห็นว่าอนาคตของการพัฒนานวัตกรรมของไทยยังคงเป็นที่น่าจับตามอง

ทั้งนี้ ลักษณะทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ในแต่ละอุตสาหกรรมจะต่างกัน ดังนั้นการออกแบบ IP Finance จึงควรมุ่งเน้นให้เหมาะกับแต่ละภาคส่วนเป็นการเฉพาะ เช่น ธุรกิจโดยเฉพาะในกลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) อาจพิจารณาใช้ลิขสิทธิ์ตัวละคร เรื่องราว และเครื่องหมายการค้าเพื่อระดมทุนผ่านโทเคนดิจิทัล เป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุน ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการระดมทุนในลักษณะเช่นนี้แล้วผ่านความเห็นชอบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

ดังนั้น การใช้โมเดล IP Finance เป็นการเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจที่มีไอเดียและความสามารถแต่ขาดทรัพย์สินค้ำประกันให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และยังช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อต่อยอดนวัตกรรม ขยายตลาด และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังเป็นอีกกลไกเสริมที่เชื่อมโยงมิติด้านการเงินเข้ากับการวางรากฐานในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ

แน่นอนว่าโอกาสกับความเสี่ยงเป็นของคู่กัน มูลค่าทรัพย์สินทางปัญญานั้นเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ที่นวัตกรรมที่ออกมาใหม่สามารถทำให้ราคาหลักประกันหายไปได้ในเวลาอันสั้น มูลค่าของทรัพย์สินทางปัญญาที่ใช้หลักประกันจึงดูเหมือนไม่มั่นคง และอาจนำไปสู่ความท้าทายเชิงโครงสร้างโดยเฉพาะปัญหาการประเมินมูลค่า เนื่องจากประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงพัฒนามาตรฐานการประเมินที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน นอกจากนี้ บ้านเรายังไม่มีตลาดรอง (Secondary Market) ทำให้การซื้อขายสับเปลี่ยนมือของทรัพย์สินทางปัญญาไม่สามารถทำได้อย่างคล่องตัวมากนัก

อย่างไรก็ดี ด้วยความก้าวหน้าของเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทำให้ทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้มีบทบาทมากขึ้นซึ่งเป็นที่น่าจับตาว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นสถาบันการเงินพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นส่วนหนึ่งของหลักประกัน แม้กระทั่งใช้เป็นแหล่งระดมเงินทุน เพิ่มความลึกให้กับตลาดเงิน และด้วยบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยหากเราผลักดันแนวคิดการใช้ IP Finance ประเทศไทยจะสามารถดึงดูดธุรกิจสตาร์ทอัพให้เข้ามาในประเทศ รวมถึงพัฒนา SME ศักยภาพสูง เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับแนวคิด Reinvent Thailand ครับ

ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจไทยจะยังเผชิญแรงกดดันทั้งจากภายนอกและโครงสร้างภายใน โดยเฉพาะภาค SME การพยุงธุรกิจให้รอดอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องเสริมพลังพลวัตด้านนวัตกรรม ซึ่งการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเป็นหลักประกันและระดมทุนอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ขณะเดียวกันทุกภาคส่วนต้องร่วมกันสร้างมาตรฐานกลางในการประเมินมูลค่า รวมถึงขับเคลื่อนตลาดรองให้เกิดขึ้น เพื่อทำให้แนวคิด IP Finance เป็นอีกหนึ่งแรงส่งของภาคเศรษฐกิจไทยครับ