background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

วิกฤติการบินโลก เมื่อ 'โลกร้อน' สั่งปิดรันเวย์ ในวันที่สภาพอากาศไม่เป็นใจ

วิกฤติการบินโลก เมื่อ 'โลกร้อน' สั่งปิดรันเวย์ ในวันที่สภาพอากาศไม่เป็นใจ

ในอดีต ปัญหาใหญ่ที่สุดของนักเดินทางอาจเป็นเพียงการจราจรที่ติดขัดระหว่างไปสนามบิน แต่ในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ "สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว" กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจทำให้อุตสาหกรรมการบินโลกหยุดชะงัก เหตุการณ์ช็อกโลกในปี พ.ศ. 2567 ที่สนามบินนานาชาติ Salgado Filho ในเมืองโปร์ตูอาเลเกร ประเทศบราซิล ต้องปิดทำการยาวนานถึง 5 เดือนจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ที่ไม่มีใครคาดคิด คือ "สัญญาณเตือนภัย" ครั้งสำคัญที่บอกว่าโครงสร้างพื้นฐานการบินในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอที่จะรับมือกับโลกที่กำลังเปลี่ยนไป

ความเสียหาย 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ราคาจ่ายที่แสนแพงของความล่าช้า

ผู้เชี่ยวชาญจากสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) คาดการณ์ว่าหากอุตสาหกรรมการบินยังไม่มีการปรับตัวอย่างเป็นรูปธรรม ภายในปี พ.ศ. 2593 ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 17.5 ล้านล้านบาท) ความเสียหายนี้ไม่ได้มาจากการซ่อมแซมรันเวย์ที่พังทลายเท่านั้น แต่ยังรวมถึง

  • การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน: การขนส่งสินค้าทางอากาศ (Cargo) ที่เป็นหัวใจของเศรษฐกิจโลกต้องเป็นอัมพาต
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่พุ่งสูง: จากการเปลี่ยนเส้นทางบิน (Diversion) และการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมหาศาล
  • ความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร: ผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความปลอดภัยที่อาจสั่นคลอนความมั่นใจของนักเดินทางทั่วโลก

เปิด 6 ความเสี่ยงอันตราย จากฟากฟ้าสู่พื้นดิน

ชุมชน "Airports of Tomorrow" ได้จำแนกความเสี่ยงที่สนามบินทั่วโลกต้องเจอออกเป็น 2 ส่วนหลัก

ความเสี่ยงทางอากาศ

  • หลุมอากาศที่มองไม่เห็น (Clear Air Turbulence): รุนแรงขึ้นและคาดเดายากขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนทิศทางของลมในชั้นบรรยากาศ
  • คลื่นความร้อน (Heat Waves): อากาศที่ร้อนจัดทำให้อากาศเบาบาง ส่งผลต่อแรงยกของเครื่องบิน ทำให้ต้องจำกัดน้ำหนักบรรทุกหรือใช้รันเวย์ที่ยาวขึ้น
  • ลมแปรปรวน (Changing Wind Regimes): ส่งผลกระทบต่อทิศทางการแลนดิ้งและการจัดการจราจรทางอากาศ

ความเสี่ยงทางบก

  • ระดับน้ำทะเลหนุนสูง (Sea Level Rise): คุกคามสนามบินชายฝั่งทั่วโลก
  • น้ำท่วมจากแม่น้ำและฝนหนัก: ดังที่เกิดขึ้นในบราซิล ซึ่งโครงสร้างระบายน้ำเดิมไม่สามารถรองรับปริมาณฝนที่ตกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตาได้

Digital Twin & Simulation พลิกวิกฤติด้วยแบบจำลองอัจฉริยะ

นวัตกรรมที่เป็นความหวังใหม่คือการสร้าง "ฝาแฝดดิจิทัล" (Digital Twin) ซึ่งเป็นการรวมพลังของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และนักวางแผน เพื่อจำลองสนามบินทั้งระบบลงในโลกคอมพิวเตอร์

แบบจำลองนี้ใช้ระบบ Agent-based ที่มีความละเอียดสูงมาก

  • จำลองพฤติกรรมมนุษย์: ตั้งแต่ผู้โดยสารก้าวออกจากบ้าน เดินทางผ่านจุดเช็คอิน ระบบรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงการรอขึ้นเครื่อง
  • จำลองระบบหลังบ้าน: การลำเลียงกระเป๋า การจัดการอาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงการบำรุงรักษาเครื่องบิน
  • Stress Test: ช่วยให้ผู้บริหารสนามบินสามารถ "ลองจำลอง" สถานการณ์เลวร้ายที่สุด (Worst-case scenario) เช่น หากมีพายุเข้าพร้อมน้ำทะเลหนุนสูง ระบบส่วนไหนจะพังก่อน และควรลงทุนปรับปรุงจุดไหนให้คุ้มค่าที่สุด (High ROI)

ส่องสถานการณ์ไทย สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง จะรอดไหม?

ประเทศไทยตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเปราะบางสูงต่อภัยธรรมชาติ ข้อมูลจาก รายงานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศประเทศไทย และ ยุทธศาสตร์ของ ทอท. (AOT) ระบุประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

  • กำแพงกันน้ำสุวรรณภูมิ: หลังจากบทเรียนน้ำท่วมปี พ.ศ. 2554 สนามบินสุวรรณภูมิได้เสริม "เขื่อนดินและกำแพงกันน้ำ" ความยาวกว่า 23.5 กิโลเมตร รอบสนามบิน ซึ่งมีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางถึง 3.5 เมตร พร้อมสถานีสูบน้ำที่ทรงพลัง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีวันหยุดดำเนินการ
  • ความร้อนคือศัตรูใหม่: ปัญหาสภาวะอากาศร้อนจัดในไทย (Extreme Heat) กำลังถูกศึกษาอย่างใกล้ชิด เพราะอุณหภูมิที่สูงเกิน 40 องศา ส่งผลโดยตรงต่อเครื่องยนต์เครื่องบินและความล้าของเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน รวมถึงพื้นผิวรันเวย์ที่อาจเสียหายได้ง่ายขึ้น
  • สนามบินภูมิภาค: สนามบินอย่าง ภูเก็ต หรือ สมุย ที่อยู่ใกล้ชายฝั่ง จำเป็นต้องมีแผนรับมือการกัดเซาะชายฝั่งและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในระยะยาว

การสร้าง "ความยืดหยุ่น" (Resilience) ไม่ได้หมายถึงแค่การสร้างเขื่อนที่สูงขึ้น แต่คือการสร้างระบบที่สามารถคาดการณ์ เรียนรู้ และปรับตัวได้ทันท่วงที ความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สายการบิน และบริษัทเทคโนโลยี จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้การบินไทยและโลกยังคง "บินฝ่ามรสุม" นี้ไปได้อย่างมั่นคง

ที่มา : Sustainable Futures