วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ทำไม 'รถบรรทุกไฟฟ้าและรถเมล์ไฟฟ้า' คือกุญแจแก้ PM2.5 ของไทย พร้อมถอดบทบาท EA ในระบบขนส่งสะอาด

ทำไม 'รถบรรทุกไฟฟ้าและรถเมล์ไฟฟ้า' คือกุญแจแก้ PM2.5 ของไทย พร้อมถอดบทบาท EA ในระบบขนส่งสะอาด

ทำไม “รถบรรทุกไฟฟ้าและรถเมล์ไฟฟ้า” จึงสำคัญต่อการแก้ปัญหา PM2.5 มากกว่าที่คิด และบทบาทของ EA ในการขับเคลื่อนระบบขนส่งสะอาดของประเทศ

ผลกระทบของ PM2.5 ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอาการระคายเคืองหรือโรคทางเดินหายใจ แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็งปอด ภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ส่งผลให้ต้นทุนด้านสาธารณสุขของประเทศเพิ่มสูงขึ้น และบั่นทอนคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

แม้ภาพจำของหลายคนจะมุ่งไปที่รถยนต์ส่วนบุคคล แต่ในความเป็นจริง "ยานพาหนะเชิงพาณิชย์" อย่างรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะ คือหนึ่งในแหล่งกำเนิด PM2.5 ที่ รุนแรงและต่อเนื่องที่สุด จากชั่วโมงการใช้งานที่ยาวนาน การวิ่งซ้ำในเส้นทางเมืองทุกวัน และการพึ่งพา เครื่องยนต์ดีเซล เป็นหลัก ทำให้ฝุ่นสะสมอยู่ในพื้นที่ที่ผู้คนอยู่อาศัยและใช้ชีวิตจริง

PM2.5 ปัญหาเชิงโครงสร้าง ต้องแก้จากต้นทาง

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ชี้ชัดว่า ปัญหา PM2.5 ของประเทศไทยไม่สามารถแก้ได้ด้วยมาตรการระยะสั้นหรือการขอความร่วมมือเฉพาะบุคคล แต่จำเป็นต้องอาศัย มาตรการเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการปรับระบบคมนาคมขนส่งในเขตเมือง

ข้อเสนอสำคัญคือการควบคุมและลดการใช้ยานพาหนะดีเซล เร่งเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งสาธารณะและโลจิสติกส์ไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า และใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์และนโยบายเพื่อจูงใจการลงทุนในระบบขนส่งสะอาดอย่างจริงจัง แนวทางเหล่านี้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero Emissions และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วน ปัจจุบัน มากกว่า 65.89% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยมาจาก “กลุ่มพลังงาน” ซึ่งครอบคลุมทั้งการผลิตไฟฟ้าและพลังงานที่ใช้ในระบบขนส่ง ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่า หากไม่ปรับโครงสร้างระบบขนส่งและพลังงานตั้งแต่ต้นทาง ปัญหา PM2.5 จะไม่สามารถแก้ไขได้

PM2.5, Net Zero และความสามารถในการแข่งขันภายใต้ CBAM

ในโลกที่ประเทศคู่ค้าหันมาใช้มาตรการด้านสภาพภูมิอากาศเป็นเงื่อนไขทางการค้า เช่น CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ของสหภาพยุโรป การลดการปล่อยจากระบบขนส่งและโลจิสติกส์จึงไม่ใช่เพียงประเด็นสิ่งแวดล้อม แต่เป็นโจทย์ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รถบรรทุกไฟฟ้าและรถเมล์ไฟฟ้า จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกด้านเทคโนโลยี แต่เป็น เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ ที่ช่วยลด PM2.5 ควบคู่กับการลดก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

บทบาทของ EA: ขับเคลื่อนความยั่งยืนด้วยระบบขนส่งสะอาด

ภายใต้การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งสะอาดนี้ EA หรือ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้พัฒนาโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้าโดยฝีมือคนไทย โดยมองยานยนต์ไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของ ระบบนิเวศพลังงานสะอาด (EV Ecosystem) ตั้งแต่พลังงานหมุนเวียน แบตเตอรี่ ไปจนถึงรถเมล์ไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้าเพื่อการใช้งานจริงในประเทศ

การพัฒนาเทคโนโลยีโดยคนไทยไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า แต่ยังช่วยยกระดับศักยภาพของระบบขนส่งไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก เมื่อยานยนต์ไฟฟ้าทำงานควบคู่กับพลังงานสะอาด การลด PM2.5 จึงไม่ใช่การย้ายแหล่งกำเนิดมลพิษ แต่เป็นการลดมลพิษอย่างแท้จริง ส่งผลให้อากาศสะอาดขึ้น เมืองน่าอยู่ขึ้น และคุณภาพชีวิตของคนเมืองดีขึ้นอย่างยั่งยืน

จากรถเมล์ไฟฟ้าในกรุงเทพฯ สู่การขายคาร์บอนเครดิตรายแรกของโลก

หลายเมืองหลวงทั่วโลก เช่น ลอนดอน ปารีส ปักกิ่ง และเซินเจิ้น ต่างนำรถเมล์ไฟฟ้ามาใช้เพื่อลดมลพิษและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน กรุงเทพมหานคร คือหนึ่งในเมืองที่เดินบนเส้นทางเดียวกัน แต่ก้าวไปไกลกว่านั้น นั้นคือ โครงการ Bangkok E-Bus ของ EA ไม่เพียงช่วย ลดฝุ่น PM2.5 และมลพิษทางอากาศในเมือง แต่ยังสามารถสร้างผลลัพธ์การลดก๊าซเรือนกระจกที่ผ่านมาตรฐานสากล จนได้รับความเชื่อมั่นจาก Klik Foundation ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในการรับซื้อคาร์บอนเครดิต ภายใต้ความร่วมมือไทย–สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี 2565 นับเป็น โครงการรถโดยสารไฟฟ้าแห่งแรกของโลก ที่ต่อยอดสู่ตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศได้สำเร็จ

ความสำเร็จนี้สะท้อนศักยภาพของ นวัตกรรมฝีมือคนไทยและ EV Ecosystem ของ EA ที่สามารถเชื่อมโยงการแก้ปัญหา PM2.5 การขับเคลื่อนสู่ Net Zero และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม

วันนี้ EA จึงไม่ใช่เพียงผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า แต่คือผู้ร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานและการขนส่งสะอาดแบบครบวงจร เพื่ออนาคตของเมืองที่อากาศสะอาด น่าอยู่ และเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับโลก