วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

โรดแมปนโยบายการเงิน 'แก้วิกฤติโลกเดือด' จี้หยุดอุ้มฟอสซิล-อัดฉีดทุนสะอาด

โรดแมปนโยบายการเงิน 'แก้วิกฤติโลกเดือด'  จี้หยุดอุ้มฟอสซิล-อัดฉีดทุนสะอาด

เครือข่าย CFNT และ Fair Finance Thailand เสนอ ข้อเสนอปฏิรูปภาคการเงิน มุ่งทำลายตอการสนับสนุนพลังงานสกปรก และสร้าง "ตาข่ายรองรับ" ให้กลุ่มเปราะบาง ก่อนเศรษฐกิจไทยจะดิ่งเหวตามอุณหภูมิโลก

ปฐมบทวิกฤติ เมื่อนโยบาย "สมัครใจ" ไม่เท่าทันความล่มสลาย

สฤณี อาชวานันทกุล ผู้อำนวยการเครือข่ายการเงินเพื่อรับมือภาวะโลกรวน (CFNT) และหัวหน้าทีมวิจัยแนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย (FFT) ได้ฉายภาพความลักลั่นของนโยบายไทยว่า ที่ผ่านมาภาครัฐมักใช้วิธี “ขอความร่วมมือ” ซึ่งไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ

ความน่ากลัวไม่ได้อยู่ที่แค่อากาศร้อนขึ้น แต่คือ "ความล่มสลายทางเศรษฐกิจ" ที่ธนาคารโลกประเมินว่า หากไทยยังนิ่งเฉย GDP จะหายไปมหาศาลถึง 7-14% ภายในปี 2050 จากผลกระทบลูกโซ่ ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง และผลิตภาพของแรงงานที่ลดลงจากความร้อนสุดขั้ว

 

เจาะลึก ข้อเสนอ 3 ยุทธศาสตร์เปลี่ยนเกมการเงินไทย

ยุทธศาสตร์ที่ 1 อุดรอยรั่ว "งบประมาณการปรับตัว" (Climate Adaptation)

ข้อมูลจาก Thailand Climate Finance Tracker ชี้ชัดว่า เงินทุนที่ใช้ในการปรับตัวของไทยในปัจจุบัน (เฉลี่ย 2.9 หมื่นล้านบาทต่อปี) เป็นเพียง 15-18% ของความต้องการจริงเท่านั้น

  • พ.ร.บ. โลกรวนต้องมีฟันเฟือง: กำหนดเกณฑ์กองทุนภูมิอากาศให้ชัดเจนในตัวกฎหมาย โดยต้องมีกลไกช่วยกลุ่มเปราะบาง (คนจนเมือง, เกษตรกร) ตามหลักการเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรม
  • เลิกใช้ระบบอุปถัมภ์เลือกโครงการ: การลงทุนรัฐเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกต้องยึดตาม "ต้นทุนต่อตันคาร์บอน" และคำแนะนำทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ทำตามความต้องการของกลุ่มผลประโยชน์
  • เปิดประตูสู่นวัตกรรมค้ำประกันความเสี่ยง: สนับสนุน "ตราสารหนี้ภัยพิบัติ" (Catastrophe Bond) เพื่อให้มีงบประมาณพร้อมใช้ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

โรดแมปนโยบายการเงิน 'แก้วิกฤติโลกเดือด'  จี้หยุดอุ้มฟอสซิล-อัดฉีดทุนสะอาด

ยุทธศาสตร์ที่ 2 ตัดวงจรน้ำเลี้ยง "พลังงานสกปรก" (Phase-out Fossil Fuel)

ปัญหาใหญ่คือระบบ "ไม่ใช้ก็ต้องจ่าย" (Take-or-Pay) ของโรงไฟฟ้าฟอสซิลที่มัดมือชกประชาชนให้แบกค่าไฟแพง และเป็นแม่เหล็กดึงดูดเงินกู้จากธนาคารมาตลอด

  • ประกาศสงครามกับคาร์บอน: บังคับใช้กลไกราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) ในภาคพลังงานทันที เพื่อให้ต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมถูกนับเป็นต้นทุนธุรกิจจริง
  • Set Zero ถ่านหิน: กำหนดเส้นตายปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินภายในปี 2035 เพื่อให้สอดคล้องกับแผน NDC 3.0 6. 
  • มาตรฐานความยั่งยืนที่แท้จริง: นำเกณฑ์ Do No Significant Harm มาใช้กับโครงการเขื่อนขนาดใหญ่ใน Thailand Taxonomy เพื่อป้องกันการทำลายระบบนิเวศข้ามพรมแดน
  • บทบาทคุมกฎของ ธปท.: แบงก์ชาติต้องสั่งให้ธนาคารทุกแห่งทำ แผนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Plan) สำหรับพอร์ตสินเชื่อพลังงาน เพื่อลดการปล่อยกู้แก่ธุรกิจสีน้ำตาล

ยุทธศาสตร์ที่ 3 พลังงานสะอาดที่ "กินได้" (Decentralized Energy)

ผลวิจัยปี 2024 ยืนยันว่าคนรายได้น้อยเข้าไม่ถึงโซลาร์เซลล์เพราะติดปัญหาเงินก้อนแรก

  • เปลี่ยนบิลค่าไฟเป็นทุน: ใช้โมเดล On-Bill Financing ให้ชาวบ้านติดโซลาร์แล้วหักจ่ายจากส่วนต่างค่าไฟที่ประหยัดได้
  • ลดกำแพงความเสี่ยงแบงก์:ธปท. ควรลด Risk Weight สำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพพลังงาน (EE) จาก 100% เหลือ 50% เพื่อจูงใจให้ธนาคารปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ
  • โยกงบอุ้มฟอสซิลไปหนุนความสะอาด: ทยอยตัดงบอุดหนุนน้ำมันและก๊าซฟอสซิล แล้วเปลี่ยนมาอัดฉีดโครงการพลังงานหมุนเวียนระดับชุมชนแทน

สนามแข่งขันใหม่ที่เท่าเทียม

ข้อเสนอเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่คือการ "สร้างสนามแข่งขันใหม่" ที่ความมั่งคั่งไม่ได้แลกมาด้วยความฉิบหายของทรัพยากร สฤณี ย้ำว่ารัฐบาลใหม่ต้องกล้าหาญพอที่จะเปลี่ยนมาตรการจาก "ตามสมัครใจ" เป็น "ภาคบังคับ" เพื่อให้ภาคธุรกิจและภาคการเงินไทยรอดพ้นจากวิกฤติที่กำลังมาเยือน