ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรง เวทีประชุม World Economic Forum (WEF) ประจำปี 2569 ได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญในการประกาศสงครามกับ "ไฟป่า" ในรูปแบบใหม่ โดยเปลี่ยนจากการตั้งรับและดับไฟ เป็นการใช้กลไกการเงิน เทคโนโลยี และพลังชุมชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว
สถิติสะเทือนโลก ไฟป่าไม่ได้เผาแค่ป่า แต่เผาเงินและอนาคต
รายงาน "From Wildfire Risk to Resilience: The Investment Case for Action" ซึ่งเปิดตัวในงานนี้ ระบุว่าในปี 2567 โลกเผชิญกับความสูญเสียครั้งประวัติศาสตร์ พื้นที่ป่าในอเมซอนหายไปกว่า 110% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยไฟป่าเป็นสาเหตุหลักกว่า 60 %
ความเสียหายทางเศรษฐกิจยิ่งรุนแรงกว่านั้น ในช่วงปี 2567-2568 ไฟป่าทั่วโลกปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ถึง 8 พันล้านตัน เกินค่าเฉลี่ยในรอบ 20 ปีไปถึง 10 % ขณะที่มีทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 7 ล้านล้านบาท ตกอยู่ในความเสี่ยงจากเปลวเพลิงที่ควบคุมไม่ได้
บทเรียนจากลอสแอนเจลิสสู่ไทย ความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ม.ค. 2568 เหตุการณ์ไฟป่าครั้งประวัติศาสตร์ในลอสแอนเจลิส สหรัฐฯ ได้ทำลายอาคารไปกว่า 18,000 แห่ง สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 4.3 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นภาพสะท้อนที่ผู้นำไทยต้องตระหนัก
สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจาก GISTDA และ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร พบว่าในปี 2567 พื้นที่ป่าไม้ไทยลดลงกว่า 32,884 ไร่ โดยเฉพาะภาคเหนือที่เผชิญกับจุดความร้อน (Hotspots) สะสมสูง แม้ในปี 2568 รัฐบาลจะสามารถลดจำนวนจุดความร้อนลงได้ 15 % แต่ในปี 2569 นี้ กรมลดโลกร้อนคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้งจากปรากฏการณ์ลานีญาที่เปลี่ยนกลับสู่สภาวะเป็นกลาง ทำให้ปริมาณฝนลดลงและอากาศแห้งแล้งกว่าเดิม
4 เสาหลักสู่ความยั่งยืน เปลี่ยน "ต้นทุน" เป็น "การลงทุน"
รายงานจาก Davos เสนอโรดแมปเศรษฐกิจ 4 ด้าน ที่จะเปลี่ยนการจัดการไฟป่าทั่วโลก
- กลไกการเงินนวัตกรรม: สนับสนุนการใช้ "Resilience Bonds" (พันธบัตรเพื่อความยืดหยุ่น) และการประกันภัยที่ให้รางวัลแก่ผู้ดูแลป่า เหมือนในกรณี Lake Tahoe สหรัฐฯ ที่การจัดการป่าอย่างถูกวิธีช่วยลดเบี้ยประกันได้ถึงร้อยละ 39
- การจ่ายเงินเพื่อรักษาป่า (TFFF): กองทุน Tropical Forest Forever Facility ที่เปิดตัวใน COP30 จะกลายเป็นแหล่งทุนสำคัญ โดยใช้ผลกำไรจากการลงทุนในตลาดโลกมาจ่ายให้ประเทศที่รักษาป่าฝนเขตร้อนได้จริง ซึ่งไทยอาจเข้าข่ายได้รับประโยชน์นี้
- พลัง AI และดาวเทียม: ระบบ FireStat ซึ่งเป็นดาวเทียมที่สแกนโลกทุก 15-20 นาที จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในการตรวจจับไฟป่าตั้งแต่นาทีแรก ช่วยลดการปล่อย ได้มหาศาล
- ชุมชนคือคำตอบ: ยกตัวอย่างความสำเร็จจากตุรกีที่ใช้เงินกู้ธนาคารโลก 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างวิสาหกิจชุมชนกว่า 2,000 แห่งเพื่อเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังป่า ซึ่งคล้ายคลึงกับยุทธการ "ตรึงพื้นที่" ของไทยในปี 2569 ที่มีการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กว่า 2,674 แห่ง
ป้องกันคุ้มกว่าแก้
หลักฐานจากสถาบันอาคารศาสตร์แห่งชาติ (NIBS) ยืนยันว่า "ทุกๆ 1 บาทที่ลงทุนเพื่อป้องกันและบรรเทาไฟป่า จะช่วยลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ถึง 4 บาท" ที่ประชุม Davos 2569 จึงสรุปชัดเจนว่า การสู้กับไฟป่าไม่ใช่แค่ภารกิจของเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นความร่วมมือระหว่างนักลงทุน ภาคเทคโนโลยี และชุมชนท้องถิ่น เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของสิ่งแวดล้อมและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของโลก
ที่มา : World Economic Forum





