ความทรงพลังของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยี Deep Tech ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมดั้งเดิมสู่ยุคสีเขียว โดยกลุ่ม ปตท. ประกาศความพร้อมสนับสนุนงบประมาณมหาศาลกว่า 445 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อผลักดันนวัตกรรมเปลี่ยนโลก ตั้งแต่การผลิตเชื้อเพลิงเครื่องบินจากขยะเกษตร ไปจนถึงการจำลองพลังงานดวงอาทิตย์บนโลกด้วยเทคโนโลยีฟิวชัน
AI และการตรวจจับ "ภัยเงียบ" จากก๊าซมีเทน
นพดล เสงี่ยมไพศาลสุข จาก ERM Thailand กล่าวในเวที "Digital Spark" และ "Startup Showcase" ในงาน “Sustainability Spark by PTT Group 2026 ว่าก๊าซมีเทนคือศัตรูตัวฉกาจที่ทำลายชั้นบรรยากาศรุนแรงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์หลายเท่า "เรากำลังเผชิญกับแรงกดดันจากนักลงทุนทั่วโลกให้รายงานการปล่อยก๊าซอย่างโปร่งใส" โดย ERM ได้นำเสนอการใช้ AI มาทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริหารจัดการข้อมูล (Data Reconciliation) ที่รวบรวมจากทั้งโดรน เซ็นเซอร์ภาคพื้นดิน และดาวเทียม
นพดลระบุว่า กรณีศึกษาจากบริษัทน้ำมันระดับโลกอย่าง Shell และ ExxonMobil ได้พิสูจน์แล้วว่า การใช้ AI วิเคราะห์ความเร็วลมร่วมกับปริมาณก๊าซ สามารถระบุจุดรั่วไหลได้อย่างแม่นยำและช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าที่เคยทำได้ในอดีตหลายเท่าตัว
พลิกโฉมอสังหาฯ สู่ "อาคารที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง"
ดร.วโรดม คำแผ่นชัย จาก Autch Global กล่าวว่า นวัตกรรม "AI Chief Engineer" ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่รวมระบบแยกส่วนในอาคาร (แอร์, CCTV, IoT) มาไว้ในจุดเดียว ดร.วโรดม เผยว่า
"เราไม่ได้แค่ควบคุม แต่เราสร้าง Digital Twin ของอาคารขึ้นมาเพื่อให้ AI วิเคราะห์และพยากรณ์ความเสี่ยงล่วงหน้า"
ผลลัพธ์ที่จับต้องได้คือกรณีศึกษาจากอาคารมาบุญครอง (MBK) ที่ AI สามารถปรับจูนการใช้พลังงานให้เหมาะสมตามจำนวนคนและสภาพอากาศจริง ส่งผลให้ประหยัดพลังงานได้มหาศาล และมีแผนขยายผลสู่ 100 อาคารทั่วประเทศภายในปี 2025 เพื่อสร้างมาตรฐานบัญชีคาร์บอน (Carbon Accounting) ที่แม่นยำ
พลังการลงทุนใน Startup เปลี่ยนโลก (Climate Tech Showcase)
ภายใต้การนำของ เปรมปรีดี กิติรัตน์ตระการ (Expressenb) กลุ่ม ปตท. ได้แสดงวิสัยทัศน์ผ่านการลงทุนใน 4 สาขาเทคโนโลยีขั้นสูง
- Sustainable Aviation Fuel (SAF): Mr. Mukund Kuncha จาก CleanJoule นำเสนอเทคโนโลยีที่สามารถผลิตเชื้อเพลิงเครื่องบินจาก "ชีวมวล" (เช่น ฟางข้าวหรือกากเกษตร) ซึ่งไทยมีเหลือเฟือ โดยเชื้อเพลิงนี้มีความหนาแน่นพลังงานสูงกว่าน้ำมันฟอสซิล 10% และสามารถใช้ทดแทนได้ 100% โดยไม่ต้องผสมน้ำมันเดิม
- Green Hydrogen: Supercritical Solutions พลิกโฉมการผลิตไฮโดรเจนด้วยเครื่องแยกน้ำแบบ "ไร้เมมเบรน" ที่ทำงานภายใต้อุณหภูมิและแรงดันสูง (200 บาร์) ช่วยลดการใช้พลังงานได้ 16% และประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเครื่องอัดอากาศ (Compressor) ทำให้ไฮโดรเจนสะอาดมีราคาถูกลงจนแข่งขันได้
- Bio-based Chemical: Mr. Justin Brown จาก Låkril Technologies โชว์นวัตกรรมตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) ที่เปลี่ยน "กรดแลคติก" จากข้าวโพดและอ้อย ให้กลายเป็น "กรดอะคริลิก" สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมสีและกาว ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับปิโตรเลียม
- Nuclear Fusion: Zap Energy สร้างความตื่นเต้นที่สุดด้วยเทคโนโลยี "Z-pinch" หรือการสร้างพลังงานฟิวชันแบบกะทัดรัด (Compact Fusion) ที่ใช้เงินทุนน้อยกว่าโครงการฟิวชันยักษ์ใหญ่ในอดีตมหาศาล โดยตั้งเป้าเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่ไม่มีวันหมดและปลอดภัยกว่านิวเคลียร์ฟิชชันแบบเดิม
โจทย์ปัจจุบันคือการผลิตให้มากขึ้นเพื่อรองรับประชากร แต่ต้องใช้ทรัพยากรให้น้อยลง ซึ่งนวัตกรรมดิจิทัลคือคำตอบสุดท้ายที่จะทำให้ธุรกิจยั่งยืนและมีกำไรไปพร้อมกัน





