ข้อมูลจากรายงาน The Role of Rail in Decarbonizing Transport in Developing Countries จัดทำและเผยแพร่โดย ธนาคารโลก (World Bank) ระบุว่า
การลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการขนส่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ปัจจุบันภาคการขนส่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ทั่วโลกถึง 20% และยังพบว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการขนส่งเติบโตเร็วกว่าภาคส่วนอื่นๆ ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นมากถึง 60 % ภายในปี 2050 หากไม่มีการดำเนินการใดๆ
ในขณะที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการขนส่งในประเทศกำลังพัฒนาต่ำกว่าในประเทศที่พัฒนาแล้วแต่กลับเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่ามากทั้งที่ภาระกิจรักษาเสถียรภาพการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้อยู่ในระดับเป้าหมายที่ 1.5 องศาเซลเซียส (°C)ก่อนยุคอุตสาหกรรม จำเป็นต้องจัดการกับการเติบโตของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการขนส่ง
"การลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการขนส่งจำเป็นต้องบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศสองประการ ทั้งเป้าหมายระยะยาวคือการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรงเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ควบคู่ไปกับการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคพลังงานควบคู่กันไป“ เนื่องจากก๊าซเรือนกระจกยังคงอยู่ในชั้นบรรยากาศและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”
ดังนั้น การลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกสะสมที่เกิดขึ้นในเส้นทางการเปลี่ยนผ่านไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมาย 1.5°C ความท้าทายสำหรับแต่ละประเทศคือการสร้างเส้นทางของตนเองไปสู่เป้าหมายเหล่านี้ ในขณะเดียวกันก็ตอบสนองความต้องการด้านการพัฒนาของประเทศด้วย
“ทางรถไฟมีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยมลพิษจากการขนส่ง ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการเพิ่มความคล่องตัว ในอดีต การเติบโตทางเศรษฐกิจมีความสัมพันธ์อย่างมากกับการเพิ่มขึ้นของความต้องการด้านการขนส่งและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งเพื่อให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถเติบโตต่อไปได้ในยุควิกฤตสภาพภูมิอากาศ การเติบโตของการปล่อยมลพิษจากการขนส่งจะต้องแยกออกจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ”
ทางรถไฟในฐานะที่เป็นโหมดการขนส่งที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน สามารถมีส่วนร่วมในความพยายามนี้ได้ โอกาสและความท้าทายของการใช้ทางรถไฟเพื่อลดคาร์บอนในการขนส่งผู้โดยสารในเขตชานเมืองและระหว่างเมือง ตลอดจนตลาดขนส่งสินค้าระหว่างเมืองในประเทศกำลังพัฒนา
วันที่19 ม.ค 2569 กรมการขนส่งทางราง (ขร.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการด้านระบบราง ครั้งที่ 2 (2nd DRT – AIRO Railway Workshop) ในหัวข้อ “การลดคาร์บอนในภาคขนส่งทางราง (Decarbonization in the Railway Sector)”
โดยการประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน นายโอคุดะ เทตสึยะ ประธานสถาบันวิจัยการขนส่งและการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น สำนักงานภูมิภาคอาเซียน-อินเดีย (JTTRI - AIRO) นายอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง และผู้แทนหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องกว่า 20 หน่วยงาน
นายอาคม กล่าวปาฐกถาเน้นย้ำว่า ระบบรางคือหัวใจสำคัญของการขนส่งสีเขียว การประชุมในวันนี้เป็นการนำประสบการณ์จากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีไฮโดรเจนและพลังงานทางเลือก มาประยุกต์ใช้กับบริบทของไทย เพื่อเร่งกระบวนการลดก๊าซเรือนกระจกให้เป็นรูปธรรม
ด้าน นายอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า กรมการขนส่งทางราง ตระหนักถึงความสำคัญเร่งด่วนในการยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม โดยขณะนี้กำลังผลักดันมาตรการการส่งเสริมการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง (Modal Shift) จากรถยนต์ส่วนบุคคลสู่ระบบราง และสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด ซึ่งความร่วมมือกับญี่ปุ่นในครั้งนี้ จะช่วยให้ไทยสามารถถอดบทเรียนและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้เร็วยิ่งขึ้น
ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของไทย ให้มีความทันสมัย ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดรับกับทิศทางของประชาคมโลกในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน





