กรมควบคุมมลพิษเปิดสถิติน่ากังวล พบ "ภาคเหนือ-อีสาน" แชมป์ไฟไหม้บ่อขยะมากที่สุด เตือนสภาพอากาศแห้งจัด ม.ค.-พ.ค.นี้ เสี่ยงเกิดก๊าซพิษ-ฝุ่น PM 2.5 รุนแรง พร้อมประกาศ 5 มาตรการเหล็กสั่งท้องถิ่นคุมเข้มก่อนลามเป็นวิกฤติสุขภาพ
เจาะลึกวิกฤติเมื่อบ่อขยะกลายเป็นแหล่งผลิตฝุ่นพิษ
สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ส่งสัญญาณเตือนถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูร้อน (ม.ค.-พ.ค. 2569) ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาพอากาศแห้งจัด ส่งผลให้ "บ่อขยะมูลฝอย"ทั่วประเทศกลายเป็นจุดเสี่ยงอันตราย โดยเฉพาะบ่อขยะที่จัดการไม่ถูกวิธีหรือตั้งอยู่ใกล้พื้นที่เกษตรกรรมที่มีการเผาป่าและตอซังข้าว
ย้อนดูสถิติไฟไหม้บ่อขยะปี 2568 (ม.ค. - พ.ค.)
- พื้นที่วิกฤติ: ภาคเหนือและอีสานครองแชมป์ ความน่ากังวลที่สุดตกไปอยู่ที่ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งครองสถิติสูงสุดถึง 45 ครั้ง สาเหตุหลักมาจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งจัด ประกอบกับพฤติกรรมการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมรอบข้างที่กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี โดยมีจังหวัดที่เป็นจุดแดงเสี่ยงตาย ได้แก่ ลำพูน, อุบลราชธานี, เชียงใหม่, เชียงราย, ชัยภูมิ และขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปริมาณขยะสะสมหนาแน่น
- โซนอันตรายรองลงมา: ภาคกลางและภาคตะวันออก ตามมาติดๆ คือ ภาคกลาง (26 ครั้ง) และ ภาคตะวันออก (24 ครั้ง) แม้ตัวเลขจะน้อยกว่าภาคเหนือ แต่ความรุนแรงไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน เนื่องจากทั้งสองภาคนี้เป็นเขตอุตสาหกรรมและชุมชนเมืองขนาดใหญ่ ขยะที่ไหม้มักมีสัดส่วนของพลาสติกและสารเคมีปนอยู่มาก ทำให้ควันไฟที่พวยพุ่งออกมามีความเป็นพิษสูงกว่าปกติ
- พื้นที่เฝ้าระวัง: ภาคใต้และภาคตะวันตก สำหรับ ภาคใต้ (6 ครั้ง) และ ภาคตะวันตก (4 ครั้ง) แม้ตัวเลขจะดูน้อยที่สุดในประเทศ แต่ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหรือใกล้เขตอุทยาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและระบบนิเวศที่เปราะบาง
มหันตภัยเงียบ สารก่อมะเร็งและน้ำเสีย
อธิบดี คพ. ย้ำว่าไฟไหม้บ่อขยะไม่ใช่แค่เรื่องของ "ควัน" แต่คือ "คลังแสงก๊าซพิษ" การเผาไหม้ขยะที่ไม่สมบูรณ์จะปลดปล่อยฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 และ PM 10 ออกมาในปริมาณมหาศาล พร้อมสารอันตรายอย่าง ไดออกซินและฟูแรน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งร้ายแรง นอกจากนี้ น้ำที่ใช้ในการดับเพลิงยังจะกลายเป็นน้ำเสียปนเปื้อนสารเคมีไหลลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ทำลายระบบนิเวศและสัตว์น้ำในระยะยาว
กาง 5 มาตรการเหล็ก ป้องกันก่อนเกิดเหตุ
เพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย คพ. ได้กำชับไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเจ้าของบ่อขยะ ให้ดำเนินการตามแนวทางความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
- กลบให้มิด: ใช้ดินหรือวัสดุคลุมขยะอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความร้อน
- เขตปลอดไฟ: ห้ามสูบบุหรี่หรือก่อไฟในบริเวณบ่อขยะเด็ดขาด
- คัดกรองบุคคล: สกัดกั้นการเข้ามาคุ้ยเขี่ยขยะเพื่อหาของเก่าด้วยวิธีจุดไฟ
- เฝ้าระวัง 24 ชม.: จัดทีมตรวจตราในช่วงที่อากาศร้อนจัดเป็นพิเศษ
- ซ้อมแผนฉุกเฉิน: เตรียมแหล่งน้ำและอุปกรณ์ดับเพลิงให้พร้อมใช้งานทันที
"ไฟไหม้บ่อขยะไม่ใช่แค่เรื่องของภาครัฐ แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน หากพบกลิ่นไหม้หรือควันผิดปกติจากบ่อขยะ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหรือ ปภ. ทันที เพื่อระงับเหตุก่อนจะกลายเป็นวิกฤติลุกลาม" สุรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย





