วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

น้องใหม่‘แอร์บัส A321neo’ของ‘การบินไทย’ ลดปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ20% -ใช้เชื้อเพลิงยั่งยืนได้50%

น้องใหม่‘แอร์บัส A321neo’ของ‘การบินไทย’  ลดปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ20% -ใช้เชื้อเพลิงยั่งยืนได้50%

การขนส่งทางอากาศเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของมนุษย์ที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เข้าสู่ชั้นบรรยากาศ

องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO (The International Civil Aviation Organization) ระบุว่า อุตสาหกรรมการบินมีส่วนทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกราว 2-3% จึงตั้งเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว (ค.ศ.2024-2070) โดยควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคการบินระหว่างประเทศไม่ให้เกิน 85% ของปริมาณการปล่อยคาร์บอนในปี ค.ศ.2019

ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ โดยเฉพาะในภาคขนส่งซึ่งปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 81.8 ล้านตันต่อปี (China Economic Information Center: CEIC, 2023) ซึ่งเป็นหนึ่งในสัดส่วนสูงสุดของประเทศไทย ขณะที่ภาคการบินยังคงพึ่งพาเชื้อเพลิง การบินแบบดั้งเดิมซึ่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมากเช่นกัน ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีมาตรการเชิงนโยบายที่ไม่เพียงรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม แต่ต้องสามารถลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในระยะยาวด้วย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

ภายใต้การดำเนินงานที่ควบคู่กัน ประเทศไทยยังเร่งพัฒนาระบบตลาดคาร์บอนให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล โดยการวางโครงสร้างระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Thailand ETS) ที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ ขององค์การการบินระหว่างประเทศ (ICAO) และกลไก CORSIAรือโครงการชดเชยและลดการปล่อยคาร์บอนจากการบินระหว่างประเทศ (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation) เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคการบินสามารถชดเชยคาร์บอนตามข้อกำหนดระหว่างประเทศได้อย่างถูกต้อง ตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนให้เอกชนเข้าร่วมระบบคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจ เช่น T-VER ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจแก่ภาคโลจิสติกส์ที่ต้องเผชิญต้นทุนพลังงานสูง และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในตลาดได้โดยตรง

เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน) เปิดตัวเครื่องบินแบบแอร์บัส A321neo เครื่องหมายสัญชาติ HS-TOA นามพระราชทาน“บวรรังษี”ซึ่งมีที่มาจากชื่อชุมชนบวรรังษี ชุมชนเก่าแก่ในเขตกรุงเทพมหานครที่มีความเชื่อมโยงกับวัดบวรนิเวศวิหาร โดยคำว่า“บวร”มีรากจากบวรสถานสุทธาวาส หรือวังหน้า ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจในอดีต 

ขณะที่คำว่า“รังษี”หมายถึงแสงและความรุ่งเรือง ชื่อ“บวรรังษี”จึงสะท้อนความหมายถึง พื้นที่ที่อยู่ในอิทธิพลและรัศมีแห่งสถาบันสำคัญ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์

โดยเครื่องบินแอร์บัส A321neo“บวรรังษี”นับเป็นเครื่องบินลำแรกจากทั้งหมด 32 ลำ ที่บริษัทมีแผนจะทยอยรับมอบจากแอร์บัส และเป็นหนึ่งใน 10 ลำแรกที่จะใช้ปฏิบัติการบินโดยการเช่าดำเนินงาน (Operating lease) จาก AerCap ผู้ให้เช่าเครื่องบินรายใหญ่ของโลก โดยการบินไทยกำหนดเริ่มทำการบินระหว่างวันที่ 22 ม.ค. – 28 มี.ค. 2569

สำหรับเครื่องบินลำนี้มีความพิเศษ หรือลูกเล่นใหม่ๆเพื่อให้บริการผู้โดยสารตลอดการเดินทางอย่างสะดวกสบาย มาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งแอร์บัส A321neo เป็นเครื่องบินลำตัวแคบทางเดินเดียว รุ่นใหม่ในตระกูล A320 ติดตั้งเครื่องยนต์ CFM LEAP-1A ที่มีคุณสมบัติเด่นคือ ลดการใช้เชื้อเพลิงลงและทำงานเงียบขึ้น ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อที่นั่งได้สูงสุด 20% และได้รับการรับรองให้สามารถใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ได้สูงสุด 50%

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสาร ประกอบด้วย ที่นั่งในชั้นธุรกิจ (Royal Silk Class) จำนวน 16 ที่นั่ง แบ่งเป็นที่นั่งเดี่ยว (Throne Seat) จำนวน 4 ที่นั่ง ,ที่นั่งคู่ (Double Seat) จำนวน 12 ที่นั่ง, นั่งที่สามารถปรับเอนนอนราบได้ 180 องศา

,พื้นที่ระหว่างที่นั่งที่กว้างขึ้น, ระบบความบันเทิงผ่านจอสัมผัสขนาด 17.3 นิ้ว ,ที่นั่งชั้นประหยัด มีจำนวนทั้งหมด 159 ที่นั่ง,จัดพื้นที่แบบ 3-3 ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์, ที่นั่งสามารถปรับเอนได้ 10 องศา, พร้อมที่พักศีรษะปรับได้ 6 ทิศทาง, ระบบความบันเทิงผ่านจอสัมผัสขนาด 13.3 นิ้ว, ระบบความบันเทิงบนเที่ยวบิน, จอภาพความละเอียดระดับ 4K รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ส่วนบุคคล, มาพร้อม User Interface (UI) รูปแบบใหม่ที่ใช้งานง่ายและตอบสนองรวดเร็ว, ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านเครือข่าย SES Open Orbits แบบหลายวงโคจร (Multi-Orbit) รองรับความเร็วสูงสุด 200–300 เมกะบิตต่อวินาที โดยจะเริ่มให้บริการภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569

           นอกจากนี้“บวรรังษี”ยังเป็นอากาศยานลำแรกได้รับการตกแต่งด้วยตราสัญลักษณ์และลวดลายใหม่บนลำตัวอากาศยาน ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของการบินไทย โดยโลโก้ A321neo ได้รับการออกแบบเฉพาะ ภายใต้แนวคิดThai Contemporaryเลือกใช้โทนสี Neon Violet เพื่อสื่อถึงนวัตกรรมและความก้าวหน้า พร้อมออกแบบให้สอดคล้องกับโลโก้อากาศยานตระกูล Airbus ของการบินไทย