วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

เจาะเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก 'CCS-SMR-Ammonia' ทางรอดใหม่สู่ Net Zero

เจาะเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก 'CCS-SMR-Ammonia' ทางรอดใหม่สู่ Net Zero

เทคโนโลยีหลักที่จะมาพลิกโฉมโครงสร้างพลังงานของมนุษยชาติ ตั้งแต่การกักเก็บคาร์บอนใต้ชั้นหิน การนำพลังงานนิวเคลียร์มาไว้บนเรือผลิตไฟ ไปจนถึงการใช้แอมโมเนียเป็นเชื้อเพลิงทางเลือก พร้อมเผยบทวิเคราะห์เจาะลึกว่า "ประเทศไทย" คือหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่มีความพร้อมทั้งด้านทรัพยากรและทักษะวิศวกรรมในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริง

การกักเก็บคาร์บอน (CCS) รากฐานสำคัญสู่ความยั่งยืน

โจนาธัน เพียร์ส หัวหน้าทีมกักเก็บ CO2 จาก British Geological Survey (BGS) กล่าวในช่วง อัพเดท Trend นวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ซึ่งกำลังเปลี่ยนแนวคิดเรื่อง “ความยั่งยืน” ในงาน PTT Group 2026 ว่าได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกในฐานะตัวแทนจากองค์กรสำรวจทางธรณีวิทยาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 190 ปี โดยเขาระบุว่าเทคโนโลยี Carbon Capture and Storage (CCS) ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือก แต่เป็น "ความจำเป็น" สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลดคาร์บอนได้ยาก เช่น เหล็กและปิโตรเคมี

เน้นย้ำว่าหัวใจของการทำ CCS คือการทำ "Feasibility Study" หรือการศึกษาความเป็นไปได้ทางธรณีวิทยาอย่างละเอียด "โลกต้องเปลี่ยนมุมมองจากพื้นดินสู่ใต้ดิน เราต้องเข้าใจศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ของตนเอง เพื่อสร้างความมั่นใจในด้านความจุ (Capacity) และความปลอดภัย"

และเผยตัวเลขที่น่าสนใจว่า ภายในปี 2025 มีโรงงานเชิงพาณิชย์ถึง 77 แห่งทั่วโลกที่ใช้เทคโนโลยีนี้ และสามารถกักเก็บคาร์บอนได้รวมแล้วกว่า 78 จิกะตัน สำหรับประเทศไทย  เสนอให้เร่งพัฒนาแผนที่แสดงตำแหน่งศักยภาพ (Public Mapping) และใช้ระบบจำลอง (Simulation) เพื่อประเมินผลกระทบจากอุณหภูมิและความดัน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการได้มหาศาล

เจาะเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก 'CCS-SMR-Ammonia' ทางรอดใหม่สู่ Net Zero

พลังงานนิวเคลียร์ SMR พลังงานสะอาดที่เคลื่อนที่ได้

ราสมุส วีบีเย เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจจาก Salt Force Energy ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ที่ฉีกกฎพลังงานดั้งเดิมด้วยเทคโนโลยี Small Modular Reactors (SMR) ในรูปแบบของ "เรือผลิตพลังงาน" (Power Barge) หรือ Sound Force ซึ่งเป็นโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อความยืดหยุ่นสูงสุด

"SMR ไม่ใช่แค่การย่อขนาดเตาปฏิกรณ์ แต่คือการเปลี่ยนกระบวนการคิด" การติดตั้งเตาปฏิกรณ์บนเรือช่วยลดความกังวลของสาธารณชนเนื่องจากสามารถจอดห่างจากชายฝั่งได้ และยังใช้เทคโนโลยี "เกลือหลอมเหลว" (Molten Salt) ซึ่งเป็นนวัตกรรมความปลอดภัยขั้นสูงสุด "หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เกลือจะเย็นตัวลงและแข็งตัวกลายเป็นหินทันที ทำให้ไม่มีการรั่วไหลหรือหลอมละลาย (Meltdown) สู่สิ่งแวดล้อม"

ยังชี้ให้เห็นโอกาสทองของไทยว่า ด้วยทักษะด้านอู่ต่อเรือและวิศวกรรมที่แข็งแกร่ง ไทยสามารถกลายเป็นฐานการผลิต SMR แบบ Mass Production ได้เหมือนกับการผลิตรถยนต์ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเวลาในการก่อสร้างลงเหลือเพียง 3 ปี เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบเดิมที่ต้องใช้เวลานับสิบปี

เจาะเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก 'CCS-SMR-Ammonia' ทางรอดใหม่สู่ Net Zero

Ammonia Co-firing ทางเปลี่ยนผ่านที่จับต้องได้จริง

ซาดาชิ ซูมิดะ ผู้จัดการกลุ่มจาก Mitsubishi Heavy Industries (MHI) กล่าวว่าเทคโนโลยีที่เปรียบเสมือน "สะพานเชื่อม" ไปสู่พลังงานสะอาด นั่นคือการใช้แอมโมเนียเผาไหม้ร่วมกับถ่านหิน (Ammonia Co-firing) ซึ่งจุดเด่นคือการไม่ต้องรื้อถอนโรงไฟฟ้าเดิมทิ้ง แต่เป็นการปรับปรุงระบบเผาไหม้ (Burner) ให้สามารถรับเชื้อเพลิงทางเลือกได้

สำเร็จล่าสุดในประเทศไทยที่โรงไฟฟ้า BLCP ซึ่งมีการใช้แอมโมเนียในสัดส่วน 20% "เพียงแค่เราเปลี่ยนหัวเผาและปรับปรุงระบบการจ่ายเชื้อเพลิง เราก็สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทั้งหมด" โดย MHI มีแผนที่จะขยายสัดส่วนการเผาไหม้ร่วมให้สูงขึ้นภายในปี 2030 พร้อมระบบความปลอดภัย 3 ชั้นที่จะดูดแอมโมเนียที่รั่วไหลกลับเข้าสู่เตาเผาเพื่อทำลายพิษและเปลี่ยนเป็นพลังงานทันที

ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของกฎระเบียบและการยอมรับของภาคประชาชน ไทยจึงควรเริ่มจากการสร้างหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลและสร้างความมั่นใจให้กับทุกภาคส่วน เพื่อเดินหน้าสู่สังคม Net Zero อย่างสง่างาม

เจาะเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก 'CCS-SMR-Ammonia' ทางรอดใหม่สู่ Net Zero