วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

สมรภูมิทักษะยุค AI หมุนไว มนุษย์ต้องปรับตัว ไม่ใช่แค่เก่ง แต่ต้องยั่งยืน

สมรภูมิทักษะยุค AI หมุนไว มนุษย์ต้องปรับตัว ไม่ใช่แค่เก่ง แต่ต้องยั่งยืน

ท่ามกลางโลกที่กำลังเผชิญความท้าทายซ้อนทับ ทั้งวิกฤติสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว “ความยั่งยืน” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สิ่งแวดล้อมหรือพลังงานอีกต่อไป แต่เกี่ยวข้องด้วยว่า มนุษย์จะยืนหยัดอยู่ในระบบเศรษฐกิจและตลาดแรงงานยุค AI ได้อย่างไรโดยไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การพัฒนาทักษะของคนจึงกลายเป็นรากฐานของความยั่งยืนทางสังคมและเศรษฐกิจในระยะยาว

ด้วยเหตุนี้ Bitkub Academy จึงร่วมกับ 9Expert Training และ Key Solutions Training เปิดตัวหลักสูตรพัฒนาองค์กรไทยยุคใหม่ “The Next Humans Skills” เพื่อมุ่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ก้าวทันโลกยุคใหม่ โดยภายในงานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ผู้เชี่ยวชาญจาก 3 องค์กร ร่วมเสวนาในหัวข้อ “The Great Debate: Soft Skills vs Hard Skills ทำไมองค์กรที่ดีต้องมีทั้งคู่?” เพื่อเจาะลึกสมรภูมิทักษะแห่งอนาคต เมื่อโลก AI หมุนไว มนุษย์ต้องปรับตัวอย่างไรให้รอด?

ทักษะที่ AI ทำแทนไม่ได้

"ชไลเวท พิพัฒพรรณวงศ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นายน์เอ็กซ์เพิร์ท จำกัด กล่าวว่า การปรับตัวในยุคหน้าไม่ใช่เพียงแค่การใช้คอมพิวเตอร์เป็น แต่คือการเข้าใจแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์ที่ต้องทำงานร่วมกับเทคโนโลยี

ทักษะของมนุษย์ยุคใหม่ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ การเรียนรู้ การปรับตัว และการนำเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุน โดยเฉพาะในสภาวะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ Aging Society หรือสังคมสูงวัย ความท้าทายคือจะทำอย่างไรให้บุคลากรสามารถสำรวจเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ แม้จะไม่ได้มีพื้นฐานเป็นโปรแกรมเมอร์ก็ตาม

"ชไลเวท" ชี้ให้เห็นว่า ในองค์กรขนาดใหญ่ของไทยเริ่มมีการปรับตัวด้าน Digital Literacy ได้ดี แต่กลุ่ม SME ยังเข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้ได้จำกัด ปัจจุบันเทรนด์โลกก้ามข้ามการใช้ AI พื้นฐานไปสู่ยุคของ AI Agent แล้ว โดยในระดับโลกมองว่า AI Agent คือ "พนักงานหนึ่งคน" ที่เราต้องเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการ

ยกตัวอย่างประสบการณ์ตรงในการใช้เทคโนโลยี Agent Mode ซึ่งสามารถทำงานที่ปกติคนต้องใช้เวลาทั้งวันให้เสร็จสิ้นได้ในขณะที่นอนหลับ ดังนั้น องค์กรควรเริ่มจากการวางรากฐาน 3 คำสำคัญคือ Data, Automation และ AI โดยควรสนับสนุนให้พนักงาน "Learn with Play" หรือเรียนรู้ผ่านความสนุก และการจัดทำ Hackathon ภายในแผนกเพื่อให้เกิดนวัตกรรม เช่น 1 แผนก 1 Workflow Automation หรือ 1 แผนก 1 AI Agent

ความยืดหยุ่นและการสร้าง "HI"

"ดร.ทรงศักดิ์ พุ่มสวัสดิ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คีย์โซลูชั่นเทรนนิ่ง จำกัด ได้เปรียบเทียบทักษะมนุษย์กับร่างกายได้อย่างเห็นภาพว่า Hard Skill คือกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง ส่วน Soft Skill คือความยืดหยุ่น หากมีแต่ Soft Skill (สื่อสารดี มนุษยสัมพันธ์เด่น) แต่ไม่มี Hard Skill คุณจะเป็นคนที่ทำงานด้วยแล้วมีความสุขแต่ไม่มีผลงาน เพราะขาดเครื่องมือ (Tools) ในการทำงาน

แนวคิด HI (Human Intelligence) 5 ด้าน ที่จะทำให้มนุษย์เหนือกว่า AI มีดังนี้

  • Emotional Intelligence: ความฉลาดทางอารมณ์ ควบคุมความใจร้อนในยุคข้อมูลล้นหลาม
  • Social Intelligence: ความฉลาดในการเข้าสังคมและการทำงานร่วมกับผู้อื่น
  • Judgment Intelligence: ความสามารถในการตัดสินใจเลือกทางเลือกที่เหมาะสม
  • Meaning Intelligence: การสร้างคุณค่าและทำให้คนรอบข้างเห็นความสำคัญในงานที่ทำ
  • Ethical Intelligence: จริยธรรมในการทำงาน การรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรทำ ซึ่งสำคัญมากในยุคเทคโนโลยีสีเทา

"กรณีศึกษาจากโรงงานในจีนที่เคยมีพนักงาน 1,500 คน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 15 คน เท่านั้น ซึ่งคนกลุ่มที่อยู่รอดคือคนที่มีทั้ง Skill และ Soft Skill ที่สูงกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด"

วิกฤติรายได้และช่องว่างทักษะตลาดแรงงานไทย

"กันตณัฐ วุฒิธร" ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์สินทรัพย์ดิจิทัล บริษัท บิทคับ แล็บส์ จำกัด ระบุว่า แม้ GDP ของประเทศไทยจะอยู่ในอันดับที่ 25-30 ของโลก ซึ่งใกล้เคียงกับสิงคโปร์ แต่ รายได้ต่อหัว (GDP per Capita) ของไทยกลับต่ำมากเพียงประมาณ 7,000 ดอลลาร์ต่อปี จากผู้ประกันตนในระบบกว่า 24 ล้านคน มีเพียง 15% เท่านั้นที่มีรายได้เกิน 25,000 บาท และมีเพียง 2% ที่รายได้เกิน 80,000 บาท

ตัวเลขนี้สะท้อนถึงวิกฤติความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับแรงงานต่างชาติและการขยายตัวของเทคโนโลยี หากคนไทยไม่เร่งเสริมทักษะ Digital และ Financial Literacy อนาคตจะยิ่งลำบาก

ตัวอย่างเช่น หากออมเงินเดือนละ 10,000 บาทในธนาคารเฉย ๆ 30 ปีจะมีเงินเพียง 3.6 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตหลังเกษียณ แต่ถ้ามีความรู้ทางการเงินและนำไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี เงินจำนวนนั้นจะกลายเป็น 36 ล้านบาท หรือต่างกันถึง 10 เท่า

สูตรสำเร็จ "3+1" ที่มนุษย์ยุคถัดไปต้องมี

ขณะที่ "กันตณัฐ"  ได้เสนอสูตรสำเร็จ "3+1" ที่มนุษย์ยุคถัดไปต้องมี ประกอบด้วย

  • Financial Literacy: ความรู้ทางการเงินเพื่อการวางแผนชีวิต
  • Digital Literacy: ความเข้าใจในเทคโนโลยี เช่น AI และ Automation
  • Management Skill: ทักษะการบริหารจัดการที่ AI ยังไม่สามารถทำแทนได้ในปัจจุบัน
  • Health (+1): การดูแลสุขภาพซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของทุกทักษะ

"AI ในปัจจุบันเปรียบเสมือนพนักงานที่เก่งระดับ Senior ที่ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำเสมอ แต่ AI ยังไม่รู้ว่าต้องทำอะไร นี่คือช่องว่างที่ Management Skill ของมนุษย์จะเข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทาง"

กลยุทธ์สำหรับคนรุ่นใหม่ Expertise คือเกราะคุ้มกัน AI

สำหรับนักศึกษาจบใหม่หรือคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวสู่โลกการทำงาน "กันตณัฐ" แนะนำว่า ทักษะที่สำคัญที่สุดคือ Expertise หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพราะหากเราทำงานในระดับพื้นฐานที่ใครก็ทำได้ หรือ AI ก็ทำได้ หัวหน้างานย่อมเลือกสั่ง AI โดยตรงแทนที่จะจ้างเรา

การสร้าง Expertise ในอุตสาหกรรมที่เหมาะสม (Emerging Market) จะช่วยลดช่องว่างเรื่องประสบการณ์ได้ การเลือกเข้าสู่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ทำให้ผมสามารถแข่งขันกับผู้ที่มีประสบการณ์ในตลาดหุ้นมา 40 ปีได้ เพราะเป็นตลาดใหม่ที่ทุกคนเริ่มพร้อมกัน และเมื่อเรามีความเชี่ยวชาญ เราจะสามารถทำหน้าที่เป็น Supervisor ผู้ควบคุม AI โดยใช้ความรู้เฉพาะทางตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้น

อย่างไรก็ตาม "The best known is better than the best" (สิ่งที่คนรู้จักมากที่สุด ดีกว่าสิ่งที่ดีที่สุด) ต่อให้เรามีความเชี่ยวชาญ (Hard Skill) สูงส่งเพียงใด แต่ถ้าขาด Soft Skill ในการสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจหรือโน้มน้าวใจไม่ได้ ความเก่งนั้นก็ไร้ประโยชน์