ภาคพลังงานฉายภาพระดมความเห็น ร่วมขับเคลื่อนไทยสู่เป้าหมาย Net Zero

ท่ามกลางความท้าทายด้านพลังงานประเทศไทย "ชไนเดอร์ อิเล็คทริค" และตัวแทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนภาคพลังงานร่วมเสวนาถกแนวทางขับเคลื่อนอนาคตสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน ร่วมกับ IEEE PES Thailand จัดเสวนาโต๊ะกลมในงาน IEEE PES GTD Asia 2025 ตอกย้ำพันธกิจสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยงานนี้รวบรวมผู้บริหารระดับสูงและผู้วางนโยบายร่วมหารือภายใต้หัวข้อ "Powering the Carbon-Neutral Future: From Ambition to Action in a Decentralized, Digital Energy World" เพื่อเร่งเปลี่ยนวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติจริงในโลกพลังงานดิจิทัลแบบกระจายศูนย์อย่างเป็นรูปธรรม
การเสวนาครั้งนี้ ได้รวบรวมผู้นำจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนชั้นนำในภาคพลังงาน ระดมความคิดแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ เพื่อวางแนวทางรับมือกับปัญหาการจัดการพลังงานและแสวงหาแนวทางความร่วมมือในการเร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทย ในขณะเดียวกันก็ต้องรับมือกับความซับซ้อนของความมั่นคงทางพลังงานและความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ
รศ.ดร.สมพร สิริสำราญนุกุล ประธานการกรรมการจัดงาน IEEE PES GTD Asia 2025 จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานทั่วโลก องค์กรต่างๆ กำลังก้าวข้ามความทะเยอทะยานด้วยการเปลี่ยนความมุ่งมั่นด้าน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net-zero) ให้เป็นการลงมือทำที่เป็นรูปธรรม โดยเปลี่ยนจากการเป็นผู้บริโภคพลังงานที่รอรับเพียงอย่างเดียวไปสู่การเป็นผู้ผลิตและผู้มีส่วนร่วมในระบบพลังงานอย่างจริงจัง เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์และกลไกการซื้อขายพลังงานอัจฉริยะ มีบทบาทสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่คาร์บอนเป็นกลาง
นโยบายทิศทางระดับชาติที่นี้ได้กระตุ้นให้เกิดความร่วมมืออย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนระหว่างผู้ให้บริการสาธารณูปโภค ผู้ให้บริการเทคโนโลยี และผู้บริโภคในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งส่งเสริมให้เกิดการหารือในเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางที่นำไปใช้ได้จริงและขยายผลได้เพื่อมุ่งสู่การลดคาร์บอน (decarbonization)
วุฒิกร อนุศาสน์อมรกุล ผู้จัดการฝ่ายนวัตกรรมและกลยุทธ์ธุรกิจพลังงาน บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การสร้างความมั่นคงทางพลังงานยังคงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดสำหรับประเทศไทย แต่ในขณะเดียวกัน ประเทศก็ไม่สามารถละเลยความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk) ทั้งในเชิงกายภาพและในระยะเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) ที่เกิดจากการปรับเปลี่ยนนโยบายและเทคโนโลยี
ในมุมมองของ ปตท. แม้พลังงานหมุนเวียนจะเป็นอนาคต แต่ความมั่นคงทางพลังงานยังคงเป็นภารกิจสำคัญสูงสุด จึงมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านโดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญอย่างโครงการนำร่องดักจับและกักเก็บคาร์บอนที่แหล่งอาทิตย์ ซึ่งได้ถูกบรรจุไว้ในเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) ฉบับล่าสุดแล้ว
ภูมิทัศน์พลังงานใหม่
ดร.สมชาย ทรงศิริ ผู้ช่วยผู้ว่าการสั่งการโครงข่าย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กล่าวว่า ต้นทุนของโซลาร์เซลล์ลดลงกว่า 80% ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา หากครัวเรือนไทย 20 ล้านราย ติดตั้งโซลาร์เพียงรายละ 2 กิโลวัตต์ จะเกิดกำลังการผลิตไฟฟ้าได้ถึง 40 กิกะวัตต์ คิดเป็น 20% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ
"เทคโนโลยีไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาในประเทศนี้คือกฎระเบียบและนโยบายยังไม่ชัดเจนเพียงพอ โดยเฉพาะนโยบายห้ามขายไฟคืนเข้าระบบ ที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของพลังงานสะอาดในระดับครัวเรือน"
ทั้งนี้ ข้อจำกัดทางกฎระเบียบนี้ออกแบบมาเพื่อปกป้องเสถียรภาพของระบบโครงข่าย อย่างไรก็ตามได้กลับกลายเป็นการจำกัดการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ที่อาจช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทย
พิศณุ ตันติถาวร รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์องค์กรและความยั่งยืน การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับข้อกังวลเหล่านี้ โดย กฟน. อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบที่ดีกว่าเดิม ซึ่งจะสร้างสมดุลระหว่างสามปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ความน่าเชื่อถือ ต้นทุน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
“กฟน. กำลังติดตั้งสมาร์ทมิเตอร์ ระบบติดตามหม้อแปลง และเซนเซอร์ IoT เพื่อรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการจัดการโครงข่ายอัจฉริยะ แต่ยอมรับว่าอุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมักมีราคาแพงกว่าทางเลือกทั่วไปถึง 50%”
วฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวถึงการเปลี่ยนผ่านของภาคพลังงานที่ผ่านมาว่า การบูรณาการพลังงานหมุนเวียนเป็นความสำคัญเร่งด่วนอันดับแรก ตามมาด้วยเทคโนโลยีอุบัติใหม่ ซึ่งรวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMRs) ไฮโดรเจน และเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS)
"เราได้เปรียบเทียบเทคโนโลยีสามอย่างที่เราได้ยินกันอยู่ในขณะนี้ ได้แก่ ไฮโดรเจน การดักจับคาร์บอน และ SMR"
อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งสามเทคโนโลยีจะมีโครงการนำร่องทั่วโลก แต่ความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ยังคงเป็นเรื่องยากที่จะเข้าถึง ในบรรดาเทคโนโลยีอนาคตทั้งหมด SMRs มีแนวโน้มที่จะใช้งานเชิงพาณิชย์ได้ใกล้เคียงที่สุด เนื่องจากมีเทคโนโลยีพื้นฐานรองรับอยู่แล้วจากการใช้งานในเรือเดินสมุทร ในขณะที่เทคโนโลยีอื่นยังมีความท้าทายด้านต้นทุนที่สูงกว่า
ความท้าทายและโอกาสใน EEC
เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนจากต่างประเทศทั้งในภาคอุตสาหกรรมและบริการ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังต้องพิจารณาขนาดการพัฒนาที่เหมาะสมอย่างรอบคอบภายใต้ข้อจำกัดของโครงสร้างพื้นฐาน
วฤต กล่าวเพิ่มว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMRs) ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทางออกสำหรับอนาคตที่สามารถให้พลังงานที่มั่นคงและสะอาด อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาและประเมินผลอย่างน้อย 10-12 ปี รวมถึงเผชิญกับความท้าทายด้านการยอมรับของภาคประชาชน รวมทั้งความพร้อมด้านกฎระเบียบ
ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ โดยเฉพาะในพื้นที่อุตสาหกรรมอย่าง EEC มองว่าเป็นโอกาสที่มีศักยภาพ โดยการลงทุนของกฟผ. ในโครงการเปลี่ยนขยะเป็นไฮโดรเจนในสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เป็นไปได้ ซึ่งตอบโจทย์ทั้งความต้องการพลังงานและความท้าทายในการจัดการขยะ
ภาคอุตสาหกรรมมุ่งพลังงานสะอาด
ชาญวุฒิ ลิ้มพิชัย ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการพลังงาน บริษัท อีโค่ แพลนท์ เซอร์วิส จำกัด ในเครือเอสซีจี (SCG) กล่าวว่า บทบาทของพลังงานชีวมวล (Biomass) ในพอร์ตโฟลิโอของอุตสาหกรรมถือว่าเป็นพลังงานทดแทนที่มีข้อได้เปรียบในการให้พลังงานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เหมือนกับพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีข้อจำกัดเรื่องความไม่แน่นอน
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือปริมาณเชื้อเพลิงชีวมวลที่มีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลางที่ยังคงมีข้อจำกัดด้านอุปทาน ขณะที่ภาคเหนือและภาคใต้มีโอกาสนำพลังงานเหล่านี้มาใช้ได้ดีกว่า
ธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นทีที เดต้า ประจำประเทศไทย กัมพูชา เมียนมา และลาว กล่าวว่า ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในปัจจุบัน พร้อมไปกับการรอคอยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ในระยะยาว
ทั้งนี้ NTT DATA การประกาศ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ไม่ได้เป็นเพียงคำมั่นสัญญา - แต่เป็นวิถีการดำเนินงานของเรา เรามุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในการดำเนินงานของเราเองภายในปี 2030 และ across our entire value chain ภายในปี 2040 ด้วยกลยุทธ์หลักจะมีการนำระบบทำความเย็นขั้นสูง (Advanced Cooling Systems) และเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้เพื่อบริหารจัดการการใช้พลังงานให้ลดลง พร้อมกับยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น
หวังนโยบายดันพลังงานสะอาด
ดาเรน กง ผู้นำด้านซอฟต์แวร์และสถาปนิกโซลูชัน จากชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าวว่า ความท้าทาย 2 เรื่อง อาจเป็นอุปสรรคในการยอมรับพลังงานหมุนเวียน ได้แก่ ความไม่สอดคล้องกันระหว่างดีมานด์และซัพพลายของพลังงานหมุนเวียน เมื่อความต้องการคงที่แต่กำลังการผลิตไม่แน่นอน และการสูญเสียพลังงานในการแปลงรูปแบบพลังงาน
"การประยุกต์ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนนั้น พลังงานจะถูกเปลี่ยนจากรูปแบบหนึ่งไปสู่อีกรูปแบบหนึ่งหลายครั้ง ซึ่งทุกการเปลี่ยนแปลงส่งผลให้เกิดการสูญเสียพลังงาน ซึ่งท้ายที่สุดทำให้การผลิตมีต้นทุนสูง"
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการของ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ เทคโนโลยี (Technology) นโยบายภาครัฐ (Policy) และกลไกตลาด (Market)
"ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เราได้ก้าวหน้าจากระบบไฟฟ้า สู่ระบบอัตโนมัติ สู่ระบบดิจิทัล และตอนนี้สู่ปัญญาประดิษฐ์ทางอุตสาหกรรม โดยเทคโนโลยีมักเคลื่อนไปในทิศทางเดียวเสมอ"
ในขณะที่นโยบายอาจเปลี่ยนแปลงตามรัฐบาลและตลาดอาจผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจ แต่เทคโนโลยีเป็นเพียงปัจจัยเดียวที่มีทิศทางการพัฒนาที่เดินไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้เป็นรากฐานที่มั่นคงที่สุดสำหรับการลงทุนและวางแผนสู่อนาคต
นวัตกรรมพลังงานของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลนี้ ด้วยการรวมการออกแบบระบบไฟฟ้าตั้งแต่ขั้นตอนวางแผนแรกเริ่ม บริษัทฯ ได้แสดงให้เห็นถึงการลดรายจ่ายการลงทุนลงอย่างมากสำหรับโครงการขนาดใหญ่ รวมถึงโรงงานผลิตแอมโมเนียสีเขียวขนาด 1.5 กิกะวัตต์ในจีน
ชไนเดอร์มุ่งสร้างนวัตกรรมพลังงานใหม่
มงคล ตั้งศิริวิช ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย ลาว และเมียนมา กล่าวว่า ความยั่งยืนได้ถูกฝังลึกอยู่ในกลยุทธ์และวัฒนธรรมองค์กรของเรามานานกว่าทศวรรษ ความสำเร็จล่าสุดในการได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในโลกอันดับ 1 (World's Most Sustainable Companies) โดยนิตยสารไทมส์และคอเปอร์เรท ไนท์ส ปี 2025 สะท้อนถึงความพยายามอย่างหนัก ซึ่งแนวทางของบริษัทพิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ทางธุรกิจของโมเดลธุรกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืน
โดยชไนเดอร์ อิเล็คทริค ตั้งเป้าหมายการสร้างรายได้จากกลุ่มธุรกิจที่ส่งเสริมความยั่งยืน (Impact Revenue) ให้ได้ถึง 80% ของรายได้รวมทั้งหมด การบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในการดำเนินงาน (Scope 1 & 2) ภายในสิ้นปี 2025 และที่สำคัญคือโครงการ Supplier Decarbonization Program ที่ทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ 1,000 รายชั้นนำทั่วโลก เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการของพวกเขาลง 50% ซึ่งปัจจุบันสามารถทำได้แล้วถึง 53%
“เป้าหมายเหล่านี้คือเครื่องยืนยันว่าเราพร้อมที่จะเป็นผู้นำและทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน”
ความมุ่งมั่นของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ไม่ได้หยุดอยู่แค่ทฤษฎี แต่เป็นการลงมือปฏิบัติจริงเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้ และเป็นการปูทางไปสู่การนำเสนอโซลูชันที่เป็นรูปธรรมเพื่อแก้ไขปัญหาด้านพลังงานของประเทศ
“ภารกิจของเราในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยีคือการทำให้ความยั่งยืนมีความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจด้วย ไม่อย่างนั้นโซลูชันที่ยั่งยืนจะยังคงเป็นเพียงทฤษฎีแทนที่จะนำไปปฏิบัติได้จริง"
3 เสาหลักสู่การจัดการพลังงานที่ยั่งยืน
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้นำเสนอแนวทางการบริหารจัดการสินทรัพย์ไฟฟ้าเชิงรุก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างระบบพลังงานที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ โดยอาศัย 3 เสาหลัก ได้แก่
Electrification การเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าที่สะอาดขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการลดคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน
Digitization การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น เซนเซอร์อัจฉริยะ IoT และอัลกอริทึม AI เพื่อทำการตรวจสอบสถานะอุปกรณ์แบบออนไลน์ และนำไปสู่กระบวนการซ่อมบำรุงที่สามารถคาดการณ์ได้ ซึ่งสามารถช่วยลดการหยุดทำงานของอุปกรณ์โดยไม่คาดคิด (Unplanned Downtime) ได้ถึง 50-60% อันเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าโดยตรง
Automatization การนำระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ลดความผิดพลาด และช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานโดยรวม ได้ประมาณ 10-15% ซึ่งตอบโจทย์ด้านราคาที่เข้าถึงได้
บิลาล อารีฟ ผู้นำด้านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ระดับโลก สำหรับสวิตช์เกียร์ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าวว่า ชไนเดอร์ อิเล็คทริคกำลังจัดการกับความท้าทายในภาคสาธารณูปโภค ผ่านการบริหารจัดการสินทรัพย์ทางไฟฟ้าเชิงรุก การติดตั้งเซนเซอร์อัจฉริยะเพื่อตรวจสอบสภาวะและอุปกรณ์ที่รองรับ IoT ซึ่งใช้อัลกอริทึมฐาน AI เพื่อคาดการณ์พฤติกรรมของอุปกรณ์และปรับการดำเนินงานให้เหมาะสมที่สุด
ความมุ่งมั่นของบริษัทต่ออุปกรณ์ SF₆-free สะท้อนถึงอีกมิติหนึ่งของการให้ความสำคัญด้านความยั่งยืน
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้เปลี่ยนผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์สวิตช์เกียร์ฉนวนก๊าซทั้งหมดสำหรับการใช้งานแรงดันไฟฟ้าปานกลาง ไปสู่ทางเลือกที่ SF₆-free โดยใช้เทคโนโลยีอากาศสะอาด ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ตอบโจทย์ทั้งข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ในขณะที่บริหารจัดการต้นทุนผ่านแนวทางวิศวกรรมเชิงนวัตกรรม
แนนซี่ ลิน รองประธานฝ่ายการพาณิชย์ระบบไฟฟ้าสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าวว่า การพิจารณาต้นทุนการเป็นเจ้าของโดยรวม (Total Cost of Ownership) สำคัญกว่าการที่พิจารณาเพียงรายจ่ายการลงทุนเริ่มต้นเท่านั้น
"ในระดับโลก เราได้ทำการศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงการประหยัดต้นทุนโดยรวมเฉลี่ย 10-15% เมื่อคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ลดความผิดพลาดในการทำงาน และกระบวนการซ่อมบำรุงที่สามารถคาดการณ์ได้ ซึ่งสามารถช่วยลดการหยุดทำงานของอุปกรณ์โดยไม่คาดคิด (Unplanned Downtime) ได้ถึง 50-60%"
รศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ดำเนินการเสวนา กล่าวสรุปการอภิปรายครั้งนี้ว่า ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ ความกังวลด้านความมั่นคง ความคุ้มค่าด้านต้นทุน นโยบายของรัฐบาลและพลวัตของตลาด โดยกรณีศึกษาจากการใช้งานจริงและแนวทางแก้ไขปัญหาที่นำเสนอ ได้สะท้อนถึงเส้นทางในการเดินหน้าสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทย
โดยสาระสำคัญจากงาน IEEE PES GTD Asia 2025 นั้นชัดเจนว่า การเดินทางของประเทศไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนจะต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง การวิวัฒนาการของกฎระเบียบ และความมุ่งมั่นอย่างยั่งยืนต่อทั้งนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและการยึดถือความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจตามหลักปฏิบัติ
ด้วยกิจกรรมอย่างการเสวนาโต๊ะกลมในครั้งนี้ ที่ส่งเสริมการหารือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ประเทศไทยกำลังวางตำแหน่งตัวเองไม่ใช่เพียงแค่ในฐานะผู้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานระดับโลกเท่านั้น แต่ในฐานะผู้นำระดับภูมิภาคที่เป็นผู้กำหนดทิศทางของการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว







