ญี่ปุ่นรุกคืบ 'เศรษฐกิจไฮโดรเจน' เต็มตัวปูพรมการลงทุน -นโยบาย เพื่อความยั่งยืน

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั่วโลกเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) "ไฮโดรเจน" ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวแปรสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ยากต่อการลดการปล่อยคาร์บอน
KEY
POINTS
- ญี่ปุ่นออก "พระราชบัญญัติส่งเสริมสังคมไฮโดรเจน" เพื่อสร้างกลไกสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฮโดรเจนอย่างเป็นรูปธรรม
- มีการจัดตั้ง "กองทุนไฮโดรเจนญี่ปุ่น" (JHF) เพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการดึงดูดเงินลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศเข้าสู่โครงการที่เกี่ยวข้อง
- การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไฮโดรเจนเกิดจากความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่เข้มข้นระหว่างภาครัฐและเอกชน พร้อมขยายความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั่วโลกเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) "ไฮโดรเจน" ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวแปรสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ยากต่อการลดการปล่อยคาร์บอน (Hard-to-abate sectors) เช่น การผลิตเหล็ก การขนส่งทางเรือ และการบิน
จากรายงาน Global Hydrogen Review 2568 ของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) แม้โลกจะเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนอินพุตที่สูงขึ้นและแรงกดดันจากเงินเฟ้อ แต่ประเทศญี่ปุ่นกำลังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านี้ ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เข้มข้นที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
จุดเปลี่ยนสำคัญของญี่ปุ่น จากนโยบายสู่การปฏิบัติ
ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับจุดหักเหสำคัญ เนื่องจากเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงสูงและมีฐานอุตสาหกรรมหนักหนาแน่น รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้ผลักดัน พระราชบัญญัติส่งเสริมสังคมไฮโดรเจน (Hydrogen Society Promotion Act) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อเดือน ต.ค. พ.ศ. 2567 เพื่อสร้างกลไกสนับสนุนที่ชัดเจน
หนึ่งในเครื่องมือที่โดดเด่นที่สุดคือการจัดตั้ง กองทุนไฮโดรเจนญี่ปุ่น (Japan Hydrogen Fund - JHF) ในปี พ.ศ. 2567 ภายใต้ความร่วมมือของสมาคมไฮโดรเจนแห่งญี่ปุ่น (Japan Hydrogen Association), Advantage Partners และ Sumitomo Mitsui DS Asset Management กองทุนนี้มีหน้าที่หลักดังนี้
- สร้างเส้นทางการลงทุน: ดึงดูดเงินทุนจากทั้งในและต่างประเทศเข้าสู่โครงการเทคโนโลยีไฮโดรเจน
- เชื่อมโยงอุปสงค์และอุปทาน: ใช้เครือข่ายสมาชิกกว่า 525 องค์กร เพื่อหาพื้นที่ที่มีความต้องการใช้งานจริง (Offtake demand)
- ขยายความร่วมมือระดับโลก: ล่าสุดยักษ์ใหญ่อย่าง Total Energies ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตร รวมถึงมีการลงทุนใน Twelve สตาร์ทอัพด้าน eFuels ระดับโลก เพื่อดึงนวัตกรรมเข้ามาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในประเทศ
ส่องความเคลื่อนไหวในไทย ก้าวตามติดบนเส้นทางไฮโดรเจน
ในขณะที่ญี่ปุ่นกำลังเร่งเครื่อง ประเทศไทยเองก็ไม่ได้นิ่งนอนเฉย โดยมีการเคลื่อนไหวที่สอดรับกับทิศทางโลกอย่างมีนัยสำคัญในปี พ.ศ. 2568
- ไฮโดรเจนคือ "น้ำมันเชื้อเพลิง": เมื่อเดือน พ.ย. 2568 กระทรวงพลังงานไทยได้ประกาศกำหนดให้ไฮโดรเจนมีสถานะทางกฎหมายเป็น "น้ำมันเชื้อเพลิง" เพื่อรองรับการกำกับดูแลและการใช้งานเชิงพาณิชย์ที่ชัดเจนขึ้น
- แผนปฏิบัติการระยะสั้น (พ.ศ. 2568 - 2573): สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน อยู่ระหว่างจัดทำแผนเน้นการนำร่องในภาคอุตสาหกรรมและการสร้างสถานีเติมไฮโดรเจน เพื่อปูทางสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ในปี พ.ศ. 2593
- ความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น: มีการทดสอบใช้งานรถบรรทุกเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (FCEV) จำนวน 20 คัน ที่สามารถวิ่งได้ไกลกว่า 600 กิโลเมตรต่อวัน ภายใต้ความร่วมมือของพันธมิตรทั้งสองประเทศ เพื่อทดสอบความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ
โครงการนำร่อง Green Hydrogen ปตท. ร่วมกับพันธมิตรเยอรมันและญี่ปุ่น ศึกษาการผลิตไฮโดรเจนเขียวในพื้นที่ภาคใต้ของไทย เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในระดับภูมิภาค
"ไฮโดรเจนไม่ใช่เรื่องของอนาคตที่ไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมไทยรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกที่มีมาตรการภาษีคาร์บอนเข้มงวดขึ้น"
พลังงานแห่งอนาคตที่ต้องอาศัย "ระบบนิเวศ"
ความสำเร็จของไฮโดรเจนไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "เทคโนโลยี" เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย "สถาปัตยกรรมทางอุตสาหกรรมใหม่" ที่เชื่อมโยงทั้งนโยบาย การเงิน และความต้องการของผู้ใช้เข้าด้วยกัน ซึ่งประเทศไทยเองก็กำลังเดินหน้าตามแผนที่วางไว้เพื่อไม่ให้ตกขบวนการปฏิวัติพลังงานในครั้งนี้
ที่มา : Advantage Partners







