ถอดรหัส "ชิซุโอกะ-หาดใหญ่" พื้นที่เสี่ยงภัยที่เหมือนและแตกต่าง

เหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในรอบหลายปีในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปลายปี 2568 ไม่ใช่เพียงแค่ภัยธรรมชาติที่ผ่านมาแล้วผ่านไป
แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยที่เรียกว่า “ความปกติใหม่” (New Normal) ของสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง หรือที่เราเรียกกันว่า “โลกเดือด” (Global Boiling)
ภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นทำให้ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เผยผลการศึกษาดูงานเมืองชิซุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น พบจุดร่วมทางภูมิศาสตร์ที่น่าสนใจ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับ “หาดใหญ่”
คือเมืองเป็นแอ่ง ที่ห้อมล้อมด้วยภูเขา สายน้ำต่างๆ ที่ไหลผ่านเมืองก่อนออกสู่ทะเล จึงได้ถอดบทเรียนการจัดการน้ำที่เปลี่ยนเมืองจากผู้ประสบภัยซ้ำซากสู่ต้นแบบการรับมือภัยพิบัติระดับโลก
ไทยต้องเร่ง “ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด” เพราะการปรับตัวไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอดเดียวในปัจจุบัน หลังจากคณะโครงการลดเปลี่ยนโลกกับโตโยต้ามีโอกาสศึกษาดูงานการจัดการน้ำ ณ เมืองชิซุโอกะ
พบว่ากุญแจสำคัญที่ทำให้เมืองนี้รอดพ้นจากความเสียหายรุนแรงทั้งชีวิตและทรัพย์สินในอดีต แม้ต้องเผชิญพายุฝนระดับเดียวกับอดีต คือ การยอมรับความจริงและปรับตัวอย่างเป็นระบบที่รองรับปริมาณน้ำได้สูงขึ้น
สิ่งที่เมืองชิซุโอกะมีคล้ายกับหาดใหญ่ 3 จุดสำคัญ คือ
1.เป็นเมือง “แอ่งกระทะ” เหมือนกัน ตัวเมืองชิซุโอกะมีสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบต่ำคล้ายจานหรือแอ่งกระทะ ล้อมรอบด้วยภูเขา ทำให้เป็นพื้นที่รองรับน้ำโดยธรรมชาติ ยากต่อการระบายออก
2.มี “คอขวดน้ำ” กลางเมืองเหมือนกัน ชิซุโอกะมีแม่น้ำโทโมเอะ (Tomoe River) ไหลผ่านกลางเมือง ซึ่งมักเกิดปัญหาน้ำสะสมและระบายไม่ทันเมื่อฝนตกหนัก คล้ายกับคลองอู่ตะเภาในหาดใหญ่
3.เผชิญพายุและฝนตกหนัก ชิซุโอกะเคยเจอวิกฤติฝนตกหนักกว่า 500 มม. ใน 24 ชม. (น้ำท่วมทานาบาตะ ปี 2517) คนเสียชีวิต 27 คน ซึ่งเป็นลักษณะฝนตกกระจุกตัวรุนแรงแบบเดียวกับที่หาดใหญ่และหลายพื้นที่ในไทยกำลังเผชิญจากภาวะโลกเดือด
จากความเหมือนดังกล่าว นำมาสู่การ “ถอดบทเรียน...ชิซุโอกะโมเดล” เพื่อเป็นทางรอดให้กับหาดใหญ่ จ.สงขลา ผ่านแนวคิด “ปรับ เปลี่ยน ปลอด” คือ
1.ปรับ...ทางน้ำให้ลงทะเลไวที่สุด (Hard Solutions) เมื่อรู้ว่าแม่น้ำสายหลักระบายไม่ทัน ชิซุโอกะจึงสร้าง “ช่องทางระบายน้ำโอทานิ” เพื่อตัดยอดน้ำและผันลงสู่ทะเลโดยตรง ผลลัพธ์ชัดเจนคือจากเดิมน้ำท่วมพื้นที่ 419 เฮกตาร์ ลดเหลือเพียง 136 เฮกตาร์ เมื่อเจอฝนในปริมาณใกล้เคียงกัน นี่คือโจทย์ของหาดใหญ่ในการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลัดลงทะเลสาบสงขลาให้เร็วยิ่งขึ้น
2.เปลี่ยน...เมืองให้เป็นฟองน้ำ (Soft Solutions หรือ Sponge City) บทเรียนที่สำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง โดยการขยายลำน้ำ ชิซุโอกะไม่ได้ไล่น้ำออกอย่างเดียว แต่ “เก็บน้ำไว้ในที่ที่ฝนตก” โดยเปลี่ยนสนามโรงเรียน สวนสาธารณะ และลานจอดรถ ให้เป็นพื้นที่แก้มลิงชั่วคราว
รวมถึงบ้านเรือนที่มีถังเก็บน้ำฝนใต้ดิน ช่วยชะลอน้ำหลากไม่ให้ท่วมถนนโดยการเปลี่ยนพื้นที่คอนกรีตให้ช่วยอมน้ำ คือทางรอดที่ยั่งยืนกว่าการรอท่อระบายน้ำเพียงอย่างเดียว รวมทั้งสร้างระบบป้องกันน้ำทะเลหนุน
3.ปลอด...ภัยด้วยระบบเตือนที่รู้จริง (Smart Warning) ความปลอดภัยเกิดจากการรู้ข้อมูลที่แม่นยำ ชิซุโอกะใช้ระบบใยแก้วนำแสงเชื่อมโยงข้อมูลกล้องวงจรปิดและระดับน้ำทั่วจังหวัดเข้าสู่ศูนย์กลาง เพื่อแจ้งเตือนประชาชนผ่านสัญญาณไฟและเสียงไซเรนอย่างทันท่วงที
เปลี่ยนจากการ “ลุ้น” เป็นการ “รู้” เพื่อเตรียมพร้อมอพยพได้ทันเวลา โดยสร้างศูนย์เรียนรู้เรื่องภับพิบัติ และนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4 จะต้องมีบทเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้พร้อมกับระบบเตือนภัย การซักซ้อมแผนเป็นประจำ
บทเรียนจากชิซุโอกะสอนให้เรารู้ว่า ยุคที่สภาพภูมิอากาศแปรปรวน เราไม่สามารถห้ามฝนไม่ให้ตก หรือห้ามน้ำไม่ให้ท่วมได้ 100% แต่เราสามารถลดความสูญเสียได้ หากยึดหลัก ‘ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด’ เพราะวันนี้ การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอดของทุกคน







