วิกฤติวัสดุโลก ส่อง 'ทางรอด' ยุคเศรษฐกิจแบ่งขั้ว – ไทยเร่งเครื่องรับเทรนด์เศรษฐกิจหมุนเวียน

วิกฤติวัสดุโลก ส่อง 'ทางรอด' ยุคเศรษฐกิจแบ่งขั้ว – ไทยเร่งเครื่องรับเทรนด์เศรษฐกิจหมุนเวียน

ท่ามกลางมรสุมภูมิรัฐศาสตร์และการแย่งชิงทรัพยากรที่ดุเดือด ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกประสานเสียงแนะเร่งสร้าง "ความร่วมมือข้ามพรมแดน" ชูระบบพาสปอร์ตดิจิทัล-มาตรฐานสีเขียวสากล

KEY

POINTS

  • โลกกำลังเผชิญวิกฤติวัสดุจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่การผลิตในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า
  • ผู้เชี่ยวชาญเสนอทางรอดผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น การใช้พาสปอร์ตดิจิทัลสำหรับแบตเตอรี่ และการสร้างมาตรฐานสากลเพื่อการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน
  • ประเทศไทยตอบรับเทรนด์โลกด้วยการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านโมเดล BCG โดยเร่งผลักดันร่างกฎหมายเพื่อเปลี่ยน "เศษวัสดุ" ให้เป็น "วัตถุดิบ" ในภาคอุตสาหกรรม
  • ไทยตั้งเป้าหมายเป็นศูนย์กลางวัสดุรีไซเคิลของอาเซียน โดยเป็นผู้นำในกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคและส่งเสริมนวัตกรรมวัสดุชีวภาพจากการเกษตร

ท่ามกลางมรสุมภูมิรัฐศาสตร์และการแย่งชิงทรัพยากรที่ดุเดือด ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกประสานเสียงแนะเร่งสร้าง "ความร่วมมือข้ามพรมแดน" ชูระบบพาสปอร์ตดิจิทัล-มาตรฐานสีเขียวสากล ก่อนการประชุม World Economic Forum 2569 ด้านประเทศไทยขานรับด้วยแผนปฏิบัติการขับเคลื่อน BCG ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางวัสดุรีไซเคิลของอาเซียน

ความตึงเครียดระดับโลก เมื่อทรัพยากรกลายเป็นอาวุธ

ในปี 2568 โลกเผชิญกับสภาวะ "วิกฤติวัสดุ" อย่างหนักหน่วง ข้อมูลระบุว่ามีการบังคับใช้มาตรการจำกัดการนำเข้าและส่งออกแร่ธาตุสำคัญทั่วโลกสูงถึง 220 รายการ (เพิ่มขึ้นจาก 82 รายการในปี 2567) ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่การผลิตแผงโซลาร์เซลล์, กังหันลม และรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

เพื่อตอบโต้ความไม่แน่นอนนี้ เหล่าผู้เชี่ยวชาญได้นำเสนอ 6 ทางออกสำคัญก่อนการประชุมประจำปีที่เมืองดาโวส ในปี 2569 ดังนี้

1. พลังแห่งการร่วมมือระดับภูมิภาค

ดร. โช นาคามูระ (ญี่ปุ่น) ชี้ว่าการประสานมาตรฐานในระดับภูมิภาค (เช่น อาเซียน) จะช่วยให้ภาคธุรกิจปรับตัวได้เร็วกว่าการรอข้อตกลงระดับโลก โดยเฉพาะการใช้ตัวชี้วัดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular KPIs) เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมวัดผลและขยายผลการรีไซเคิลได้จริง

2. 'พาสปอร์ตแบตเตอรี่' กุญแจสู่ความเชื่อมั่น

อิงกา ปีเตอร์เซน (Global Battery Alliance) เสนอการใช้ระบบติดตามดิจิทัล (Traceability) สำหรับแบตเตอรี่ เพื่อยืนยันแหล่งที่มาและประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยให้การนำแร่ลิเธียมหรือนิกเกิลกลับมาใช้ใหม่ทำได้ง่ายขึ้นและลดความเสี่ยงจากการขาดแคลน

3. กำหนดเป้าหมาย 'Net-Zero' สำหรับวัสดุ

ดร. มาเทียส ชลูป เสนอให้โลกมี "เข็มทิศ" เดียวกันในการใช้ทรัพยากร โดยกำหนดเป้าหมายตามหลักวิทยาศาสตร์ (Science-based targets) เพื่อควบคุมการสกัดทรัพยากรให้ไม่เกินขีดจำกัดของโลก

4. จัดตั้ง 'กองทุนทรัพยากรโลก' (Planetary Trust)

ศ. เซลิม อาลี เสนอโมเดลความร่วมมือเพื่อป้องกันการผูกขาดแร่ธาตุสำคัญ โดยให้ประเทศผู้ผลิตและผู้พัฒนาเทคโนโลยีร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเป็นธรรม ไม่ใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

5. ปลดล็อกขยะอิเล็กทรอนิกส์สู่ 'วัตถุดิบมือสอง'

บูร์จู ทุนเซอร์ (HP Inc) เน้นการสร้าง "Green Lanes" หรือช่องทางพิเศษทางกฎหมาย เพื่อให้การขนส่งวัสดุรีไซเคิลข้ามพรมแดนทำได้สะดวกขึ้น ลดภาระทางภาษีและระเบียบที่ซ้ำซ้อน

6. วัสดุแห่งอนาคตจากท้องทะเล

เฮนริเก ปาซินี (UNCTAD) ชูโรง "สาหร่าย" และเส้นใยธรรมชาติ เป็นวัสดุทางเลือกใหม่ที่ย่อยสลายได้ 100% ซึ่งจะเป็นโอกาสใหม่ของประเทศในซีกโลกใต้ในการสร้างงานและอุตสาหกรรมสีเขียว

เจาะลึกสถานการณ์ในประเทศไทย เดินหน้าสู่ฮับหมุนเวียน

ประเทศไทยไม่ได้อยู่นิ่งเฉยต่อเทรนด์โลก โดยปัจจุบันมีการขับเคลื่อนผ่านนโยบาย BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) อย่างเข้มข้น

มาตรการ Circular Economy: สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และกระทรวงอุตสาหกรรม กำลังผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. เศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อปลดล็อกกฎหมายที่เคยมองว่า "เศษวัสดุ" คือ "ขยะ" ให้กลายเป็น "วัตถุดิบ" เพื่อส่งเสริมการนำกลับมาใช้ใหม่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 

ความร่วมมือระดับภูมิภาค: ไทยเป็นหัวเรือใหญ่ในกลุ่มอาเซียนภายใต้ "กรอบเศรษฐกิจหมุนเวียนของอาเซียน" (ASEAN Circular Economy Framework) เพื่อสร้างมาตรฐานการจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกัน 

นวัตกรรมวัสดุชีวภาพ: สอดคล้องกับข้อเสนอของ UNCTAD ประเทศไทยกำลังเร่งพัฒนาวัสดุจากเศษวัสดุทางการเกษตร เช่น เส้นใยสับปะรดและกัญชง เพื่อทดแทนพลาสติกในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และชิ้นส่วนยานยนต์ 

ที่มา : World Economic Forum