background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

สถาบันวัคซีนแห่งชาติ จ่อเพิ่ม "วัคซีน TDAP" เป็นวัคซีนพื้นฐานใหม่

สถาบันวัคซีนแห่งชาติ จ่อเพิ่ม "วัคซีน TDAP" เป็นวัคซีนพื้นฐานใหม่

สถาบันวัคซีนแห่งชาติ จ่อเพิ่ม "วัคซีน TDAP" ป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ในหญิงตั้งครรภ์ เป็นวัคซีนพื้นฐานใหม่ เพิ่มภูมิคุ้มกันถึงทารกแรกคลอด ลดป่วยรุนแรงช่วงก่อนรับวัคซีน

นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมเพิ่มวัคซีนพื้นฐานใหม่เข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ว่า ปัจจุบันในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค คณะอนุกรรมการวัคซีนหลักแห่งชาติ มีการบรรจุวัคซีนพื้นฐานเข้าสู่แผนงานแล้ว 11 ชนิด ได้แก่

  • วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG)
  • วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบ บี 
  • วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก 
  • วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี 
  • วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน
  • วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ (HIB) ซึ่งบรรจุเข้ามาในปี 2562
  • วัคซีนป้องกันโรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสโรตา ซึ่งบรรจุในปี 2563

วัคซีนใหม่ที่กำลังพิจารณาเข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคมีหลายชนิด แต่ที่คืบหน้าที่สุด คือ  วัคซีน TDAP สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ในการป้องกันโรคบาดทะยัก (Tetanus) คอตีบ (Diphtheria) และไอกรน (Acellular Pertussis) เนื่องจากภูมิคุ้มกันของโรคต่างๆ เหล่านี้ซึ่งเคยได้รับในตอนเด็ก เวลาผ่านไปภูมิคุ้มกันจะลดลง การให้ในหญิงตั้งครรภ์เพื่อหวังผลเพิ่มภูมิคุ้มกัน 2 ส่วน ทั้งในหญิงตั้งครรภ์และป้องกันในเด็กทารกด้วย ซึ่งผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการวัคซีนหลักแห่งชาติแล้ว เหลือกระบวนการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์เข้าใจว่าปี 2565 ก็น่าจะเสร็จเรียบร้อย ก็จะเสนอเข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค

“การฉีดให้หญิงตั้งครรภ์และมีผลไปถึงทารกด้วยนั้น จะช่วยลดการป่วยของเด็กทารกใน 3 โรคนี้ก่อนที่จะเริ่มรับวัคซีนพื้นฐานตามเกณฑ์ ซึ่งจะมีช่องว่างหรือ Gap อยู่ เนื่องจากเด็กทารกจะเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก เข็มแรกคือ 2 เดือน ตามด้วย 4 เดือน 6 เดือน เป็น 3 เข็มแรก และต่อด้วย 1 ขวบครึ่งและ 5 ขวบ ซึ่งต้องรอ 3 เข็มแรกภูมิคุ้มกันถึงจะพอป้องกันได้ แต่จากข้อมูลพบว่า บางครั้งเด็กป่วย เช่น โรคไอกรนตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่อายุไม่ถึง 4 เดือน ส่วนใหญ่ติดในครอบครัว เป็นช่วงที่เด็กยังมีภูมิคุ้มกันไม่เต็มที่หรือยังขึ้นไม่ทัน เนื่องจากยังไม่ได้รับวัคซีนหรือวัคซีนไปเพียงเข็มเดียว ก็จะป่วยก่อนแล้วไอกรนในเด็กเล็กมักรุนแรงมากด้วย ถ้าให้วัคซีน TDAP ในหญิงตั้งครรภ์จะช่วยลดในลูกได้”นพ.นครกล่าว 

      ส่วนความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกหรือวัคซีนเอชพีวีเพื่อฉีดย้อนหลังให้เด็กนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ไม่ได้ฉีดไป 2 ปีจากสถานการณ์โควิด-19 นพ.นครกล่าวว่า บริษัทที่นำเข้าวัคซีนเอชพีวีก็มีวัคซีนเข้ามาเพิ่มขึ้น แต่ไม่มาก ซึ่งทางกรมควบคุมโรคและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อยู่ระหว่างการเตรียมการงบประมาณในการจัดซื้อ เพราะขณะนี้เป็นช่วงปลายปีงบประมาณ