วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

"บอร์ด สปสช." เห็นชอบขยายคัดกรองการได้ยิน ฟรี เด็กไทยแรกเกิดทุกคน

"บอร์ด สปสช." เห็นชอบขยายคัดกรองการได้ยิน ฟรี เด็กไทยแรกเกิดทุกคน

บอร์ด สปสช. มีมติเห็นชอบ ดูแลเด็กที่มีภาวะบกพร่องการได้ยินเข้าสู่การรักษา สู่การมีพัฒนาการที่ดี ขยาย “คัดกรองการได้ยิน ฟรี” ครอบคลุมดูแลเด็กไทยแรกเกิดทุกคน

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การได้ยินเสียงเป็นหนึ่งใน 5 สัมผัสพื้นฐาน มีการทำงานร่วมกับระบบประสาทและสมอง เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว โดยเฉพาะในเด็กแรกเกิดอันนำไปสู่การพัฒนาการที่ดีในทุกๆ ด้าน หากสูญเสียการได้ยินแล้วก็จะส่งผลต่อการพูดและภาษาได้ ทำให้เกิดอุปสรรคในการสื่อสารที่มีผลในการเข้าสังคม การเรียน ภาวะจิตใจ ความจำ พฤติกรรม อารมณ์และสูญเสียโอกาสทางสังคม ดังนั้น การตรวจคัดกรองการได้ยินใน เด็กแรกเกิด จึงเป็นบริการทางการแพทย์ที่จำเป็น เพื่อค้นหาเด็กแรกเกิดที่มีความบกพร่องการได้ยินและนำเข้าสู่การรักษาโดยเร็ว 

 

สิทธิประโยชน์การผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม

 

ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการดูแลเด็กแรกเกิดที่มีความบกพร่องการได้ยินนี้ ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2563 บอร์ด สปสช. ได้มีมติให้เพิ่มเติมสิทธิประโยชน์การผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมในกรณีที่ตรวจคัดกรองแล้วมีปัญหา หูหนวก ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง ขณะเดียวกัน ให้บรรจุบริการตรวจคัดกรองการได้ยินเฉพาะในเด็กแรกเกิดกลุ่มเสี่ยง ร่วมเป็นสิทธิประโยชน์บริการด้วย

ขยายคัดกรอง เด็กแรกเกิดทุกคน

 

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด จากการประชุม บอร์ด สปสช. เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน เพื่อครอบคลุมการดูแล เด็กแรกเกิด ทุกคนให้ได้รับบริการตรวจคัดกรองการได้ยินอย่างทั่วถึง ที่ประชุมจึงเห็นชอบเพิ่มบริการตรวจคัดกรองการได้ยินในเด็กแรกเกิดทุกคนที่มีสัญชาติไทยเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทอง โดยให้เริ่มมีผลทันทีในปีงบประมาณ 2565 นี้ เนื่องจากไม่ส่งผลต่องบประมาณของระบบ

 

ตรวจคัดกรอง 2 ครั้ง 

 

นพ.จเด็จ กล่าวว่า บริการตรวจคัดกรองการได้ยินในเด็กแรกเกิดฯ จะทำการตรวจคัดกรอง 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 เป็นการตรวจคัดกรองการได้ยินโดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Otoacoustic emissions (OAE) โดยปล่อยเสียงกระตุ้น วัดเสียงสะท้อนจากเซลล์ขนภายในหูชั้นใน ส่วน

 

ครั้งที่ 2 เป็นการตรวจด้วยเครื่องมือ OAE พร้อมด้วยการตรวจคัดกรองการได้ยินระดับก้านสมองซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมการได้ยิน โดยใช้เครื่องมือ Automated Auditory Brainstem Response (AABR) โดยผลของการตรวจคัดกรองทั้ง 2 ครั้งนี้ แพทย์จะนำมาวินิจฉัยและรักษาได้ในเบื้องต้น 

คาดใช้งบ 17.27 ล้านบาท


สำหรับในปี 2566 คาดการณ์ว่าจะมีเด็กแรกเกิดจำนวน 555,200 คน เมื่อคำนวณต้นทุนบริการและค่าวัสดุ จากข้อมูลของโครงการเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) จะใช้งบประมาณจำนวน 17.27 ล้านบาท ที่สามารถเบิกจ่ายในงบประมาณในส่วนบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคได้

 

หลังจากนี้ สปสช. จะประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ในการเตรียมความพร้อมของระบบคัดกรองและระบบส่งต่อเพื่อให้เกิดการดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและจัดหาเครื่องมือสำหรับการตรวจคัดกรองเพื่อสนับสนุนการจัดบริการ

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330 หรือช่องทางระบบออนไลน์ทั้งไลน์ สปสช. ไลน์ไอดี @nhso หรือ คลิก และ Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ