วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม 2569

Login
Login

สปสช. ร่วม "ยุติวัณโรค" หนุนยุทธศาสตร์ ไทยปลอดวัณโรค ปี 2578

สปสช. ร่วม "ยุติวัณโรค" หนุนยุทธศาสตร์ ไทยปลอดวัณโรค ปี 2578

24 มีนาคม วันวัณโรคโลก "สปสช." ร่วม "ยุติวัณโรค" เร่งค้นหาผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยง รักษาให้หายขาด พร้อมสนับสนุนยุทธศาสตร์ ไทยปลอดวัณโรคในปี 2578 เผยปี 2564 มีผู้ป่วยวัณโรคได้รับการดูแลด้วยยารักษาวัณโรคกว่า 8 หมื่นราย

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า วันวัณโรคโลก (World Tuberculosis Day) ตรงกับวันที่ 24 มีนาคมของทุกปี ตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหา วัณโรค ที่ยังคงระบาดอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชาชนราว 1.6 ล้านคนต่อปี

 

โดยเฉพาะประเทศโลกที่ 3 ซึ่งก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดกลุ่มประเทศที่มีภาระปัญหาวัณโรคสูงของโลก (WHO global lists of HBCs for 2016-2020) ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2558 มีทั้งหมด 14 ประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็น 1 ใน 14 ประเทศที่มีภาระปัญหาวัณโรค

 

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 17 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศการจัดอันดับกลุ่มประเทศที่มีภาระปัญหาวัณโรคสูงของโลกขึ้นอีกครั้ง ประเทศไทยไม่อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีจำนวนและอัตราป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนานสูงแล้ว ซึ่งหมายความว่าประเทศไทยพ้นจาก 14 ประเทศที่มีภาระด้านวัณโรคสูง ตามที่ องค์การอนามัยโลก ได้จัดไว้เมื่อปี 2558

 

ถือเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่งของความสำเร็จด้านการดำเนินงานวัณโรค ถึงแม้ว่าผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาในประเทศไทยจะมีจำนวนลดน้อยลงและไม่อยู่ใน 30 ประเทศที่มีภาระปัญหาของโลกก็ตาม แต่ปัญหาวัณโรคก็ยังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย

 

สปสช. ร่วม "ยุติวัณโรค" หนุนยุทธศาสตร์ ไทยปลอดวัณโรค ปี 2578

ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กรมควบคุมโรค ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานยุทธศาสตร์สู่เป้าหมาย ยุติวัณโรค ของประเทศไทยให้ได้ตามเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ภายในปี 2573 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ยุติวัณโรค (End TB Strategy) ในปี 2578

 

สปสช.พร้อมสนับสนุน โดยในปี 2564 ได้เพิ่มสิทธิประโยชน์การตรวจคัดกรองวัณโรคด้วยวิธีการถ่ายภาพรังสีทรวงอก หรือเอกเรย์ปอด (CXR) และตรวจวินิจฉัยวัณโรคด้วยวิธีอณูชีววิทยา (Molecular assay) เพื่อเร่งคัดกรอง ค้นหาและวินิจฉัยวัณโรคในกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม ที่กรมควบคุมโรคกำหนดโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ประกอบด้วย

1. ผู้สัมผัสร่วมบ้านหรือผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยวัณโรคปอด

2. ผู้ต้องขังในเรือนจำ ผู้อาศัยในสถานคุ้มครอง และพัฒนาคนพิการหรือสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง

3. ผู้ติดเชื้อเอชไอวี

4. ผู้ป่วยโรคที่ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง อาทิ ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง หรือได้รับ ยากดภูมิคุ้มกัน

5. ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี ที่สูบบุหรี่ หรือมีโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) หรือโรคเบาหวานร่วมด้วย

6. ผู้ใช้สารเสพติด ติดสุราเรื้อรัง

7. บุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ทั้งนี้ ในส่วนของผลการบริการ จากรายงานผลการดำเนินงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2564 มีผู้ป่วยวัณโรคได้รับการดูแลรักษาด้วยยาวัณโรค จำนวน 81,719 คน และมีการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคแบบเข้มข้นในกลุ่มเสี่ยงสูง โดยการเอกซเรย์ปอดในกลุ่มผู้ต้องขังและกลุ่มสัมผัสผู้ป่วยวัณโรค 291,146 คน และได้นำเข้าสู่การรักษา 

 

“ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันทุกภาคส่วนต่างร่วมมือกันเพื่อทำให้อัตราอุบัติการณ์วัณโรคของประเทศไทยลดลง ใช้กลยุทธ์ค้นให้พบจบด้วยหาย เน้นค้นหาผู้ป่วยวัณโรคและนำเข้าสู่การรักษาและติดตามให้หายขาดโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่คนรอบข้าง อย่างไรก็ตามการลดอัตราป่วยวัณโรครายใหม่ลงจะทำได้หรือไม่ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อให้ประเทศไทยปลอดจากวัณโรคตามแผนยุทธศาสตร์ที่ตั้งไว้” เลขาธิการ สปสช. กล่าว

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1330 ตลอด 24 ชม. หรือ คลิก เพิ่มเพื่อนไลน์กับ สปสช. @nhso