เปิดค่ารักษา "มะเร็งสมอง" “สรพงศ์ ชาตรี” และค่าฉายรังสีมะเร็งที่พบบ่อย

เปิดค่ารักษา "มะเร็งสมอง" “สรพงศ์ ชาตรี” และค่าฉายรังสีมะเร็งที่พบบ่อย

เปิดค่ารักษา "มะเร็งสมอง" “สรพงศ์ ชาตรี” พร้อมเช็คสัญญานเตือน อาการแบบไหน เข้าข่ายต้องรีบพบแพทย์ สาเหตุมาจากอะไร มีแนวทาง การรักษา และฟื้นฟูร่างกายอย่างไร ค่าฉายรังสี โรคมะเร็ง อื่นๆ ที่พบบ่อย ราคาเท่าไหร่

จากข่าวอาการป่วยของอดีตพระเอก นักแสดงรุ่นใหญ่ “สรพงศ์ ชาตรี” วัย 71 ปี เข้ารับการรักษา "มะเร็งสมอง" ซึ่งต้องฉีดยารักษา ราคาหนึ่งเข็มประมาณ 180,000 บาท จะเห็นได้ว่า มะเร็งสมอง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่ส่งผลต่อร่างกายและชีวิตประจำวัน นับเป็นโรคที่เกิดจากเนื้องอกที่เป็นเนื้อร้ายบริเวณสมอง และเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจเกิดขึ้นเองที่เนื้อเยื่อสมอง หรือจากการลุกลามของมะเร็งจากอวัยวะอื่น  ดังนั้น มาดูกันว่า เราจะสามารถสังเกตุตนเองและคนรอบข้างได้อย่างไร เพื่อเพื่อให้สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

 

ข้อมูลจาก รพ.บำรุงราษฎร์ ระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดโรคมะเร็ง เช่น การสัมผัสสารเคมี การสูบบุหรี่ หรือประวัติการเกิดโรคมะเร็งของสมาชิกในครอบครัว ส่งผลต่อร่างกายและการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น

  • ปวดศีรษะ
  • เป็นลม
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • ปัญหาด้านการทรงตัว
  • ความคิด
  • สติปัญญา
  • ความทรงจำ
  • การพูด
  • การมองเห็น
  • บุคลิกภาพ
  • และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต

 

อาการมะเร็งสมอง

 

อาการของโรคมะเร็งสมอง จะขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งที่พบของเนื้องอก โดยอาการที่พบอาจมีสาเหตุหรือเป็นผลข้างเคียงมาจากความผิดปกติอื่นที่ไม่ใช่มะเร็งสมองก็ได้ ไม่ควรวิตกกังวลจนเกินไปหากเป็นเพียงอาการเบื้องต้นหรืออาการที่ไม่รุนแรง แต่ก็สามารถไปพบแพทย์ได้หากมีข้อสงสัย โดยทั่วไปแล้วผู้ที่เป็นโรคมะเร็งสมองอาจมีอาการดังต่อไปนี้

 

  • ปวดศีรษะ โดยจะมีอาการรุนแรงในตอนเช้า
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • เป็นลมหมดสติ
  • ซึม
  • ชัก
  • อ่อนแรงและชาบริเวณแขนและขา
  • กล้ามเนื้อกระตุก
  • มีปัญหาการทรงตัว หรือเดินลำบาก
  • มีปัญหาทางความคิด สติปัญญา อารมณ์ หรือสูญเสียความทรงจำ
  • มีปัญหาในการพูด
  • มีปัญหาในการมองเห็น
  • มีปัญหาบุคลิกภาพที่เปลี่ยนแปลงไป

อาการร่วม ควรรีบพบแพทย์

 

  • อาเจียนบ่อยและไม่สามารถอธิบายสาเหตุของการอาเจียนนั้นได้
  • มองเห็นภาพซ้อน มองไม่ชัด โดยเฉพาะที่ตาข้างใดข้างหนึ่ง
  • ง่วงซึม หรือง่วงนอนอย่างผิดปกติ
  • ปวดศีรษะอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

สาเหตุการเกิดมะเร็งสมอง

 

มะเร็งสมอง เป็นเนื้องอกอันตรายที่มีการเจริญเติบโตของเซลล์ในลักษณะที่ผิดปกติ หรือที่เรียกว่า เซลล์มะเร็ง โดยอาศัยเลือดและสารอาหารจากร่างกายไปหล่อเลี้ยง อาจเกิดขึ้นที่บริเวณสมอง หรือเกิดจากมะเร็งที่ลุกลามหรือกระจายมาจากอวัยวะอื่น เช่น ปอด เต้านม ไต ลำไส้ใหญ่ หรือผิวหนัง เนื้องอกที่มีเซลล์มะเร็งจะเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว สามารถแพร่กระจายและทำลายเนื้อเยื่อดีในบริเวณรอบข้าง มีโอกาสกลับมาเป็นได้อีกถึงแม้เคยผ่านการรักษามาแล้ว และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้


ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัดว่ามะเร็งสมองเกิดจากสาเหตุใด มีเพียงปัจจัยต่าง ๆ ที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งสมองได้ เช่น

  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น
  • พฤติกรรมการสูบบุหรี่มาเป็นเวลานาน
  • มีประวัติการเกิดโรคมะเร็งสมองกับสมาชิกในครอบครัว
  • เป็นโรคมะเร็งในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายที่สามารถแพร่กระจายมายังสมองได้ เช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งไต มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ รวมถึงมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา (Melanoma)
  • การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น เชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV)
  • การสัมผัสสารกัมมันตภาพรังสี สารเคมี รวมไปถึงยากำจัดศัตรูพืชที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง
  • การทำงานเกี่ยวกับสิ่งที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง เช่น พลาสติก ตะกั่ว ยาง น้ำมัน รวมถึงสิ่งทอบางชนิด

การวินิจฉัยอย่างไร

 

  • สามารถวินิจฉัยโรคมะเร็งสมองได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย โดยแพทย์จะมีแนวทางการวินิจฉัยดังต่อไปนี้
  • การตรวจร่างกายทางระบบประสาท (Neurological Examination) เพื่อหาผลกระทบของเนื้อร้ายที่มีต่อสมอง
  • การเจาะน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture) โดยการเก็บตัวอย่างของเหลวบริเวณรอบ ๆ สมองและไขสันหลัง เพื่อตรวจเซลล์มะเร็ง
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรือ การตรวจความเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีหรือ PET Scan เพื่อหาตำแหน่งของเนื้อร้าย
  • การตัดชิ้นเนื้อตรวจ (Biopsy) สามารถทำได้ด้วยกัน 2 วิธีคือ การผ่าตัดเปิดกระโหลกเพื่อกำจัดเนื้อร้ายในสมอง และการผ่าตัดด้วยระบบนำวิถี (Stereotaxis) ทำได้โดยการหาตำแหน่งที่ชัดเจน จากนั้นทำการเจาะรูเล็กที่กระโหลกแล้วใช้เข็มสอดเข้าไปเก็บตัวอย่างเนื้องอก แล้วส่งให้นักพยาธิวิทยาตรวจสอบหาเซลล์มะเร็งต่อไป

 

แนวทาง การรักษา 

 

ในการรักษาโรคมะเร็งสมอง จำเป็นต้องใช้ทีมแพทย์ที่ประกอบด้วยหลายส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง นักโภชนาการ นักสังคมสงเคราะห์ นักกายภาพบำบัด รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญด้านอื่น ๆ เช่น นักประสาทวิทยา ผู้ป่วยอาจได้รับการรักษาที่มากกว่าหนึ่งวิธี ขึ้นอยู่กับประเภท ขนาด และตำแหน่งของเนื้อร้าย รวมไปถึงอายุและปัญหาหรือเงื่อนไขทางการแพทย์อื่น ๆ ของผู้ป่วย แพทย์อาจให้สเตียรอยด์เช่น เดกซาเมทาโซน (Dexamethasone) เพื่อลดอาการบวมของสมอง หรือให้ยากันชักในผู้ป่วยบางราย รวมไปถึงวิธีการรักษาอื่น ๆ ที่ใช้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งสมองดังต่อไปนี้

 

การผ่าตัด เพื่อทำการกำจัดเนื้องอกที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดเซลล์มะเร็ง

การรักษาด้วยรังสี (Radiation Therapy) คือการฉายแสงที่มีพลังงานสูงเพื่อทำลาย ลดการขยายตัวและหยุดการเจริญเติบโตของเนื้อร้าย ใช้ในผู้ที่ไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้ เช่น เนื้อร้ายอยู่ในตำแหน่งที่บอบบางและยากต่อการผ่าตัด หรือใช้หลังการผ่าตัดที่ยังคงหลงเหลือเซลล์มะเร็งอยู่ การรักษาด้วยรังสีสามารถทำได้ด้วยกันหลายวิธี เช่น

  • External Radiation คือการฉายรังสีที่มีพลังงานสูงผ่านชั้นผิวหนัง กระโหลก เซลล์สมอง ไปยังตำแหน่งของเนื้อร้าย โดยจะทำประมาณ 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ใช้เวลาไม่นานต่อหนึ่งครั้ง
  • Stereotactic Radiosurgery คือการทำลายเนื้อร้ายโดยการใช้รังสีที่มีพลังงานสูงจากหลายทิศทางด้วยความแม่นยำ โดยทำหลังจากมีการระบุตำแหน่งที่ชัดเจน ซึ่งทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและใช้เวลาในการพักฟื้นน้อยกว่า

การทำเคมีบำบัด (Chemotherapy) หรือที่เรียกว่าการทำคีโม คือการใช้ยา อาจเป็นยา 1 ชนิดหรือรวมกันตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปในการรักษา สามารถให้ได้ทั้งทางเส้นเลือดหรือรับประทาน จะใช้ยาเป็นรอบ ๆ โดยจะเว้นระยะให้ผู้ป่วยได้พักฟื้น และดูการตอบสนองต่อการรักษา การทำเคมีบำบัดสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เป็นแผลในปาก เบื่ออาหาร ผมร่วง เป็นต้น

 

ค่าฉายรังสี มะเร็งสมอง 

 

ทั้งนี้ สำหรับวิธีการรักษามะเร็งนั้น มีตั้งแต่การรักษาด้วยการผ่าตัด ฉายรังสี และเคมีบำบัด เมื่อดูข้อมูลจากเว็บไซต์ สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ประมาณการค่าฉายรังสี **ในเวลาราชการ สำหรับโรคมะเร็งที่พบบ่อย 10 ชนิด ได้แก่ มะเร็งศรีษะและลำคอ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งกระจายไปสมอง มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งสมอง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง พบว่า จะอยู่ตั้งแต่หลัก 34,000 - เกือบ 2 แสนบาท

 

สำหรับ มะเร็งสมอง เทคนิค IMRT/VMAT (30 ครั้ง) จะมีค่าใช้จ่ายดังนี้

  • ค่าจำลองการฉายรังสี (CT Simulation) 8,500.- บาท 
  • MRI Simulation 8,000.- บาท 
  • ค่าหน้ากาก 6,000.- บาท 
  • ค่าฉีดสารทึบรังสี1,500.- บาท 
  • ค่าคำนวณ10,000.- บาท 
  • ค่าฉายรังสี (4,000 บาท x 30 ครั้ง) 120,000.- บาท 
  • ค่า CBCT10,800.- บาท 

รวม 164,800.- บาท

 

มะเร็งปอด

 

 

สำหรับค่าใช้จ่ายในการฉายรังสี มะเร็งปอด เทคนิค IMRT/VMAT (35 ครั้ง)

  • ค่าจำลองการฉายรังสี 8,500.- บาท 
  • ค่าเอกซเรย์ด้วยเครื่องควบคุมตามการหายใจ25,000.- บาท 
  • ค่าฉีดสารทึบรังสี1,500.- บาท 
  • ค่าคำนวณ10,000.- บาท 
  •  ค่าฉายรังสี (4,000 บาท x 35 ครั้ง)140,000.- บาท 
  •  ค่า CBCT12,600.- บาท 

 รวม197,600.- บาท 

 

มะเร็งลำไส้ใหญ่

 

การฉายรังสี มะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วย เทคนิค 3 มิติ (28 ครั้ง)

  • ค่าจำลองการฉายรังสี (CT Simulation)8,500.- บาท 
  • MRI Simulation 8,000.- บาท 
  • ค่าฉีดสารทึบรังสี1,500.- [km 
  • ค่าคำนวณ6,000.- บาท 
  • ค่าฉายรังสี (2,500 บาท x 28 ครั้ง)70,000.- บาท 
  • ค่า CBCT9,000.- บาท 

 รวม 103,000.- บาท

***เช็คค่าฉายรังสีมะเร็งอื่นๆ คลิก 

 

การฟื้นฟูหลังรักษา 

 

ทั้งนี้ สมองอาจได้รับผลกระทบหรือเกิดความเสียหายจากเซลล์มะเร็ง ผู้ป่วยบางรายอาจมีความจำเป็นต้องมีการฟื้นฟูร่างกายหลังเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งสมอง สามารถทำได้โดยมีแนวทางดังต่อไปนี้

 

การฟื้นฟูสมรรถภาพหรือการทำกายภาพบำบัด ผู้ป่วยบางรายอาจพบว่าสมองถูกทำลายจากเซลล์มะเร็ง ทำให้ส่งผลต่อความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การพูด การเดิน หรือการปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ จึงจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการฟื้นฟูเพื่อสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

 

การฟื้นฟูโดยการรักษาแบบทางเลือก เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ หรือการรับประทานอาหารเสริม เพื่อชดเชยสารอาหารที่สูญเสียไปในระหว่างการรักษา รวมไปถึงการฝังเข็ม หรือการใช้สมุนไพร ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์สำหรับทางเลือกที่ดีและเหมาะสมที่สุดในผู้ป่วยแต่ละราย

 

ภาวะแทรกซ้อน มะเร็งสมอง 

 

ภาวะแทรกซ้อนของโรคมะเร็งสมองสามารถเกิดขึ้นได้และอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้ รวมถึงผลข้างเคียงจากการรักษาบางชนิด ได้แก่

  • เนื้องอก มีเลือดออกเฉียบพลัน
  • เกิดการอุดตันของน้ำในไขสันหลัง ทำให้เกิดภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง อาจทำให้เสียชีวิตได้
  • ความดันในกระโหลกศีรษะเพิ่มขึ้นกะทันหันจากการเคลื่อนของสมอง อาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต

 

มะเร็งสมอง ป้องกันได้หรือไม่

 

ในปัจจุบัน การแพทย์ยังไม่สามารถหาวิธีการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งสมอง แต่สามารถปฏิบัติตัวตามแนวทางเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งสมองได้ โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง เช่น ยาฆ่าแมลง สารเคมี สารกัมมันตภาพรังสี รวมถึงลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เป็นต้น

 

คนไทยตายเพราะมะเร็ง  8 หมื่นคนต่อปี

 

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก กรมการแพทย์ ระบุว่า "โรคมะเร็ง" ถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย หลังมีอัตราเกิดโรคสูงขึ้นต่อเนื่อง โดนสถิติในปี 2562 พบว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 139,206 คนต่อปี หรือวันละ 381 คน และในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 84,073 คนต่อปี หรือวันละ 230 คน

 

เปิดค่ารักษา "มะเร็งสมอง" “สรพงศ์ ชาตรี” และค่าฉายรังสีมะเร็งที่พบบ่อย

 

โรคมะเร็งที่พบมาก 5 อันดับแรกในคนไทย  

 

  • มะเร็งตับและท่อน้ำดี
  • มะเร็งเต้านม
  • มะเร็งปอด
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
  • มะเร็งปากมดลูก

 

5 อันดับ โรคมะเร็งในชายไทย 

 

สำหรับอุบัติการณ์โรคมะเร็งในชายไทย ข้อมูลในปี 2564พบว่า ติดอันดับ 16 ของทวีปเอเชีย โดยมีผู้ป่วยกว่า วันละ 173.1 คนต่อประชากรแสนคน โดย 5 อันดับ ที่พบบ่อยในชายไทย ได้แก่ 

  • มะเร็งตับและท่อน้ำดี 
  • มะเร็งปอด 
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง
  • มะเร็งต่อมลูกหมาก 
  • มะเร็งต่อมน้ำเหลือง 

 

เปิดค่ารักษา "มะเร็งสมอง" “สรพงศ์ ชาตรี” และค่าฉายรังสีมะเร็งที่พบบ่อย

 

5 อันดับ มะเร็งในหญิงไทย 

 

ขณะเดียวกัน ในหญิงไทย พบว่า มีผู้ป่วยเฉลี่ย 159 คนต่อประชากรแสนคน นับเป็นอันดับที่ 15 ของทวีปเอเชีย มะเร็งที่พบบ่อยในหญิงไทย ได้แก่ 

  • มะเร็งเต้านม 
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง 
  • มะเร็งตับและท่อน้ำดี
  • มะเร็งปอด
  • มะเร็งปากมดลูก

 

เปิดค่ารักษา "มะเร็งสมอง" “สรพงศ์ ชาตรี” และค่าฉายรังสีมะเร็งที่พบบ่อย