สหรัฐ ยุโรป เอเชีย คุมเข้มเดินทาง สกัด "โควิดสายพันธุ์ใหม่"

สหรัฐ ยุโรป เอเชีย คุมเข้มเดินทาง สกัด "โควิดสายพันธุ์ใหม่"

ศบค. เผย สหรัฐ ยุโรป เอเชีย เริ่มใช้มาตรการต่าง ๆ คุมเข้มเดินทางจาก "แอฟริกาใต้" หลังจากพบ "โควิดสายพันธุ์ใหม่" "โอไมครอน" ซึ่งนับเป็น ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ที่ 5 ที่ WHO ประกาศให้เป็น สายพันธุ์ที่น่าวิตก

วันนี้ (28 พ.ย. 64) ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เปิดเผยถึง ประเด็น องค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งประกาศว่า ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ B.1.1.529 ที่พบใน แอฟริกาใต้ นั้น เป็นสายพันธุ์ที่น่าวิตก โดยระบุว่า อาจแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วมากกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ จากหลักฐานเบื้องต้นบ่งชี้ว่า มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่ โควิดสายพันธุ์ใหม่ ดังกล่าวจะทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำ และมีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นอันตรายในด้านระบาดวิทยาของไวรัส โควิด-19 โดย WHO เปิดเผยแถลงการณ์ดังกล่าวหลังจากประชุมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญซึ่งทำการทบทวนข้อมูลต่างๆ

 

WHO เปิดเผยว่า การติดเชื้อในแอฟริกาใต้ได้พุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับการตรวจพบไวรัสสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าวซึ่ง WHO ตั้งชื่อว่า โอไมครอน (Omicron) ทั้งนี้ ออมิครอน เป็นไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ที่ 5 ที่ WHO ประกาศให้เป็น สายพันธุ์ที่น่าวิตก

 

สหรัฐ ยุโรป เอเชีย คุมเข้มเดินทาง สกัด "โควิดสายพันธุ์ใหม่"

 

  • EU เล็งระงับเดินทางจากพื้นที่ “โอไมครอน” ระบาด

 

คณะกรรมการธิการยุโรป (EC) เตรียมประกาศคำแนะนำให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) มีคำสั่งระงับการเดินทางทั้งหมดจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งมีชื่อว่า B.1.1.529 ในบอตสวานา แอฟริกาใต้ และฮ่องกง โดยขณะนี้ ยังพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าวเพียงไม่กี่ราย อย่างไรก็ดี นักวิทยาศาสตร์ได้แสดงความวิตกต่อสายพันธุ์ B.1.1.529 ใหม่นี้ที่มีการกลายพันธุ์ป็นจำนวนมาก ซึ่งช่วยให้สามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้และแพร่เชื้อได้ง่ายกว่าเดิม

ทั้งนี้ คำแนะนำของ EC นั้นไม่มีผลบังคับใช้ในทางกฎหมายเนื่องจากอำนาจการตัดสินใจระงับการเดินทางเป็นของรัฐบาลของแต่ละประเทศ แต่คำแนะนำของ EC จะช่วยให้การประสานงานระหว่างประเทศในด้านนี้เป็นไปได้อย่างราบรื่นขึ้น EU

 

  • สหรัฐ ยุโรป เอเชีย คุมเข้มเดินทางจากแอฟริกาใต้

 

หลังพบเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่โอไมครอน “สหรัฐอเมริกา” รวมถึงหลายประเทศในยุโรปและเอเชีย เริ่มใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อคุมเข้มการเดินทางจากแอฟริกาใต้

 

เจ้าหน้าที่ “สหรัฐฯ” เปิดเผยว่า เที่ยวบินจากแอฟริกาใต้ บอตสวานา ซิมบับเว นามีเบีย เลโซโท เอสวาตินี โมซัมบิก และมาลาวี จะถูกระงับตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป โดยก่อนหน้านี้สหภาพยุโรปได้ระงับเที่ยวบินจากประเทศดังกล่าวแล้ว เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดกลายพันธุ์

 

“อังกฤษ” ได้ประกาศระงับเที่ยวบินจาก 6 ประเทศในแอฟริกา ด้านแคนาดาสั่งไม่ให้ชาวต่างชาติที่เพิ่งเดินทางมาจาก 7ประเทศแอฟริกาในช่วง 14 วัน เข้าประเทศ

 

ขณะที่ “เบลเยียม” ประกาศว่าพบผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนหลายราย

 

ส่วนในเอเชีย “สิงคโปร์” มีคำสั่งคุมเข้มห้ามการเดินทาง รวมทั้งไม่อนุญาตให้มาเปลี่ยนเครื่องที่สิงคโปร์ สำหรับผู้ที่เดินทางมาจาก 7 ประเทศในทวีปแอฟริกาตั้งแต่วันเสาร์นี้เป็นต้นไป

 

เช่นเดียวกับ “ญี่ปุ่น” ที่ได้เพิ่มความเข้มงวดสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากแอฟริกาใต้ ด้านอินเดียกำลังเร่งตรวจเชื้อผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ

  • ทั่วโลก ติดเชื้อสะสม 261 ล้านราย

 

“สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564 เวลา 10.00 น. ยอดผู้ติดเชื้อรวม 261,370,580 ราย อาการรุนแรง 83,148 ราย รักษาหายแล้ว 236,063,945 ราย เสียชีวิต 5,212,352 ราย

 

  • อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด

 

1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 49,077,695 ราย

2. อินเดีย จำนวน 34,571,368 ราย

3. บราซิล จำนวน 22,076,863 ราย

4. สหราชอาณาจักร จำนวน 10,110,408 ราย

5. รัสเซีย จำนวน 9,536,825 ราย

ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 24 จำนวน 2,106,813 ราย

 

สหรัฐ ยุโรป เอเชีย คุมเข้มเดินทาง สกัด "โควิดสายพันธุ์ใหม่"

 

  • ไทย ติดเชื้อใหม่ 5,854 ราย

 

“สถานการณ์โควิด-19” ในประเทศไทย 28 พ.ย. 64 พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 5,854 ราย ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,106,813 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 30 ราย ทำให้การระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่เดือน เม.ย.2564 มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 20,613 รายแล้ว ขณะที่ภาพรวมของการเสียชีวิตสะสมทั้งหมด 20,707 ราย ผู้ที่กำลังรักษาตัวอยู่ 79,250 ราย อาการหนัก 1,395 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 330 ราย ยอดผู้ที่หายป่วยกลับบ้านแล้ว 6,354 ราย หายป่วยสะสมตั้งแต่ 1 เม.ย.2564 จำนวน 1,979,430 ราย หายป่วยสะสม 2,006,856 ราย

 

สหรัฐ ยุโรป เอเชีย คุมเข้มเดินทาง สกัด "โควิดสายพันธุ์ใหม่"

 

  • พบหญิงตั้งครรภ์ – เด็ก เสียชีวิต

 

สำหรับรายงานผู้เสียชีวิต 30 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย 16 ราย หญิง 14 ราย โดยเป็นคนไทย 29 ราย เมียนมา 1 ราย กว่าครึ่ง คือ 15 ราย ของผู้เสียชีวิตอยู่ใน “ภาคใต้” ทั้งนี้ กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ยังเป็นกลุ่มที่เสียชีวิตมากที่สุด 20 ราย (67%) และ กลุ่มโรคเรื้อรัง 8 ราย (27%) ทั้งสองกลุ่มรวมเสียชีวิตสัดส่วน 94% นอกจากนี้ ยังพบว่ามีหญิงตั้งครรภ์ เสียชีวิต 1 ราย อายุ 16 ปี จ.แม่ฮ่องสอน ไม่มีโรคประจำตัว และ เด็ก อายุ 9 เดือน เสียชีวิต 1 ราย จ.ปัตตานี ไม่มีโรคประจำตัว

 

สหรัฐ ยุโรป เอเชีย คุมเข้มเดินทาง สกัด "โควิดสายพันธุ์ใหม่"

 

  • 10 จังหวัด ติดเชื้อสูงสุดรายวัน

สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุดรายวัน 10 อันดับ

  • อันดับ 1 ยังเป็น กทม. ติดเชื้อ 664 ราย
  • อันดับ 2 สงขลา 377 ราย
  • อันดับ 3 นครศรีธรรมราช 355 ราย
  • อันดับ 4 สุราษฎร์ธานี 277 ราย
  • อันดับ 5 เชียงใหม่ 226 ราย
  • อันดับ 6 ชลบุรี 205 ราย
  • อันดับ 7 ปัตตานี 162 ราย
  • อันดับ 8 สมุทรปราการ 156 ราย
  • อันดับ 9 ภูเก็ต 122 ราย
  • อันดับ 10 ระยอง 121 ราย

 

สหรัฐ ยุโรป เอเชีย คุมเข้มเดินทาง สกัด "โควิดสายพันธุ์ใหม่"

 

  • ไทยฉีดวัคซีนแล้ว 92 ล้านโดส

 

ภาพรวมการฉีดวัคซีนวันนี้ พบว่า จำนวนการได้รับวัคซีนสะสม (28 ก.พ. - 27 พ.ย. 2564) รวม 92,125,296 โดส ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น

จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 สะสม : 47,847,646 ราย

จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม : 40,963,885 ราย

จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 3 สะสม : 3,313,765 ราย

 

  • ภาพรวมยอดฉีดวัคซีน วันที่ 27 พฤศจิกายน 2564

 

ยอดฉีดทั่วประเทศ 467,240 โดส

เข็มที่ 1 : 196,879 ราย

เข็มที่ 2 : 226,412 ราย

เข็มที่ 3 : 43,949 ราย

 

สหรัฐ ยุโรป เอเชีย คุมเข้มเดินทาง สกัด "โควิดสายพันธุ์ใหม่"

 

  • การฉีด “วัคซีนโควิด-19” ในกลุ่ม 608

 

จำนวนการได้รับ “วัคซีนโควิด-19” แยกตามกลุ่มเป้าหมาย พบว่า กลุ่ม 608 ที่ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย เข็มที่ 1 ดังนี้ กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้น ครอบคลุม 70% , กลุ่มโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ครอบคลุม 74.2% และกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ครอบคลุม 18.8%

 

สหรัฐ ยุโรป เอเชีย คุมเข้มเดินทาง สกัด "โควิดสายพันธุ์ใหม่"

 

  • นทท. เข้าประเทศสะสม 1.16 แสนราย

 

ผลการดำเนินงานการรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ หิวหิน ภูเก็ต และ สมุย ตั้งแต่วันที่ 1 – 27 พ.ย. 64 สะสม 116,323 ราย พบติดเชื้อ 149 ราย เฉลี่ย 0.13% แบ่งเป็น

 

  • Test & Go ไม่กักตัว 91,673 ราย พบติดเชื้อ 69 ราย (0.08%)
  • แซนด์บ็อกซ์ 19,736 ราย พบติดเชื้อ 38 ราย (0.19%)
  • กักตัว 7 วัน และ 10 วัน 4,914 ราย ติดเชื้อ 41 ราย (0.85%)

สหรัฐ ยุโรป เอเชีย คุมเข้มเดินทาง สกัด "โควิดสายพันธุ์ใหม่"