เมื่อ "คนสูงวัย" ขี้เหงา รู้จักบริการ "หลานตามสั่ง" ธุรกิจมาแรงในสหรัฐ

เมื่อ "คนสูงวัย" ขี้เหงา รู้จักบริการ "หลานตามสั่ง" ธุรกิจมาแรงในสหรัฐ

หนึ่งในบริการที่เป็นดาวเด่นของกลุ่มธุรกิจดูแล "คนสูงวัย" ที่มาแรงในยุคนี้ก็คือ "สตาร์ทอัพ Papa" ในไมอามี่ สหรัฐอเมริกา ที่มีบริการ “หลานตามสั่ง” ผ่านแอพพลิเคชั่น ช่วยคลายเหงาให้ "ผู้สูงอายุ" ในยุคที่โลกมีเด็กเกิดใหม่น้อยลง

หน่วยงานด้านประชากรศาสตร์ในหลายประเทศ โดยเฉพาะแถบเอเชีย มีความกังวลกับตัวเลขประชากรกลุ่ม "คนสูงวัย" หรือกลุ่ม Baby Boomer (อายุ 60 ปีขึ้นไป) ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็น “สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ”

หากมองผิวเผินอาจดูเหมือนว่าเรื่องนี้ไม่ส่งผลกระทบอะไรกับประเทศมากนัก แต่ถ้ามองเจาะลึกในภาคสังคมแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาวะดังกล่าวส่งผลกระทบในหลายมิติ ตั้งแต่การขาดแคลนแรงงาน รวมไปถึงงบประมาณรายจ่ายของภาครัฐจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

นอกจากนี้ เรื่องที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างคือ สังคมผู้สูงวัยจะเต็มไปด้วยประชากรที่มีปัญหาทางสุขภาพกายและสุขภาพจิต เนื่องด้วยพฤติกรรมสังคมเดี่ยวและระบบทุนนิยมที่ผลักดันให้ลูกหลานต้องจากบ้านเข้าเมืองใหญ่เพื่อทำงานหารายได้ และปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่บ้านตามลำพัง (ยังไม่นับถึงกลุ่มผู้สูงอายุบางคนที่ไม่มีทายาท) การแก้ปัญหาความโดดเดี่ยวนี้ บางคนมองว่าสามารถแก้ได้ด้วยระบบ “บ้านพักคนชรา” แต่นั่นก็อาจจะไม่ใช่คำตอบสำหรับผู้สูงอายุทุกคน

 

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ มาตอบโจทย์ความเหงาและโดดเดี่ยวของ "คนสูงวัย" ในยุคนี้มากขึ้น เช่น บริการ “พาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาล” หรือบริการในลักษณะ Day-Care (บริการดูแลรายวัน) สำหรับดูแลกลุ่มประชากรผู้สูงอายุโดยเฉพาะ

แต่มีบริการหนึ่งที่เป็นดาวเด่นในกลุ่มธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ นั่นคือ “สตาร์ทอัพ Papa” ในรัฐไมอามี่ สหรัฐอเมริกา ที่เกิดบริการ “หลานตามสั่ง” โดยใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่น สั่งหลานมาอยู่เป็นเพื่อนคลายเหงาได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว

 

  • คอมมูนิตี้ที่เพิ่มขึ้นของ "คนสูงวัย" ในโลกโซเชียล

หากคุณคิดว่าไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้สูงอายุ มีแค่การส่งรูปดอกไม้พร้อมข้อความ "สวัสดีวันจันทร์" ผ่านกรุ๊ปไลน์แล้วล่ะก็ อาจจะต้องคิดใหม่! เพราะจากการสำรวจของ NRF พบว่า เบบี้บูมเมอร์กว่า 47% ใช้งานโซเชียลมีเดียสูงขึ้น โดย 75% มีบัญชีเฟสบุ๊คเป็นของตัวเอง และชื่นชอบการแชร์ข้อมูลไปยังกลุ่มเพื่อนๆ รวมถึงมีการใช้อินสตาแกรมสูงขึ้น ทั้งหมดนี้ถูกเรียกว่า “The Zoom Effect” หมายถึงพฤติกรรมของกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ในยุคนี้ ที่มีความมั่นใจในการใช้งานสื่อดิจิทัลเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

ด้วยความที่ผู้สูงอายุหันมาใช้สื่อโซเชียลเพิ่มมากขึ้น ช่องทางนี้จึงกลายเป็นพื้นที่ในการสื่อสาร และสามารถตอบสนองความต้องการของตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องรอลูกหลานมาคอยทำให้

แอนดรูว์ ปาร์เกอร์ ได้เล็งเห็นช่องทางนี้ จึงทำให้เขาปลุกปั้นธุรกิจด้านการบริการที่มีชื่อว่า Papa ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ Pain Point ของกลุ่มคนสูงวัยดังกล่าว โดยใช้คอนเซ็ปต์ว่า Grandkids-on-Demand

เมื่อ "คนสูงวัย" ขี้เหงา รู้จักบริการ "หลานตามสั่ง" ธุรกิจมาแรงในสหรัฐ

 

 

  • หลานตามสั่ง : บริการที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่าง Generation

“Grandkids-on-Demand” หรือบริการหลานตามสั่ง เป็นธุรกิจที่ดำเนินการโดยสตาร์ทอัพ Papa ในไมอามี รัฐฟลอริดา ได้แรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ของ "แอนดรูว์ ปาร์เกอร์" ในการดูแลสมาชิกครอบครัวที่เป็นคนชรา

โดยเขามักจะแวะไปหาปู่เพื่อพาท่านไปทำธุระ เช่น พาไปหาหมอ หรือไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต แต่มีวันหนึ่งเขาไม่ว่าง จึงลงประกาศหาคนมาทำหน้าที่แทนชั่วคราว มีผู้หญิงคนหนึ่งติดต่อมา และเมื่อให้ลองทำงาน พบว่าผลงานเป็นที่น่าพอใจ

แอนดรูว์จึงเห็นโอกาสทางธุรกิจ เขามองว่าคนชราจำนวนมากไม่ได้ต้องการแค่บริการประเภทพาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาลเท่านั้น แต่พวกเขาต้องการมากกว่านั้น เช่น ไปเป็นเพื่อนทานข้าว พาไปซื้อของ และเป็นเพื่อนพูดคุยคลายเหงา

ก่อนตัดสินใจทำธุรกิจนี้จริงจัง แอนดรูว์ชิมลางด้วยการให้บริการคนในครอบครัวและญาติๆ ก่อน โดยรับเด็กนักศึกษาเข้ามาทำหน้าที่เป็นเพื่อนคนชรา เมื่อสมาชิกครอบครัวพึงพอใจ เขาก็เริ่มทดลองกับคนที่รู้จัก เมื่อผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ จึงตัดสินใจเปิดบริษัท Papa ขึ้นมาเมื่อ 2 ปีก่อน

พนักงานที่มาทำหน้าที่เป็น “หลานตามสั่ง” หรือที่เรียกว่า Papa Pal นั้น จะถูกคัดเลือกจากกลุ่มนักศึกษาช่วงวัยมิลเลนเนียล (Millennials) ที่ต้องการหารายได้เสริม และต้องมีคุณสมบัติตามที่บริษัทต้องการ

เมื่อ "คนสูงวัย" ขี้เหงา รู้จักบริการ "หลานตามสั่ง" ธุรกิจมาแรงในสหรัฐ

ปัจจุบันมี Papa Pal ในสังกัดราว 300 คน ที่พร้อมให้บริการ ลูกค้าติดต่อผ่านการโทร การส่งข้อความ หรือการจองผ่านแอพพลิเคชั่น พนักงานจะสอบถามข้อมูลว่าต้องการ Papa Pal หญิงหรือชาย บุคลิกประมาณไหน จากนั้นจะทำการคัดเลือกเพื่อให้ตรงกับที่ลูกค้าต้องการ

โดยมีบริการทั้งแบบสมาชิกรายเดือนและแบบเรียกเป็นครั้ง ซึ่งค่าบริการตามที่กำหนด เริ่มต้นที่ชั่วโมงละ 15 ดอลลาร์ หรือ 450 บาท อีกทั้ง บริการของ Papa Pal แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ

  • Transportation บริการรับส่งไปยังจุดหมายที่ลูกค้าต้องการ เช่น สนามบิน โรงพยาบาล ร้านตัดผม หรืออื่น ๆ
  • Companionship บริการอยู่เป็นเพื่อนและทำกิจกรรม เช่น ไปกินข้าว ดูหนัง เล่นเกม อ่านหนังสือให้ฟัง ไปเดินเล่นในสวน หรือแค่นั่งพูดคุย
  • House Help บริการช่วยงานในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นตัดหญ้า ทำสวน ทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า ดูแลสัตว์เลี้ยง จัดบ้าน ไปจนถึงเข้าครัวปรุงอาหาร
  • Grocery Shopping พาไปซื้อของกินของใช้ Papa Pal จะมารับถึงบ้าน พาไปซูเปอร์มาร์เก็ต ช่วยเลือกของ ถือของ ลำเลียงขึ้นรถ และพากลับมาส่งถึงบ้าน
  • Technology Lesson บริการสอนการใช้เทคโนโลยี เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต แนะนำการใช้โซเชียลมีเดีย และการวิดีโอคอลเพื่อให้สามารถสื่อสารกับลูกหลานที่อยู่ทางไกลสะดวกขึ้น

ปัจจุบันทางบริษัทมีการปรับเปลี่ยนสโลแกน และมีการขยายฐานลูกค้ามากขึ้น เป็น "Family-on-Demand” เพื่อครอบคลุมบริการที่ไม่ใช่แค่เช่าหลาน แต่ให้เช่าเพื่อนหรือคนที่เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของคุณได้

--------------------------------------

อ้างอิง : tcdc.or.thjoinpapagrandkids-on-demanddop.go.thmarketwatch.commethailandclub