สรุป 8 ข้อกำหนด "ปรับมาตรการ" จาก ศบค. บังคับใช้ 16 ต.ค. 64

สรุป 8 ข้อกำหนด "ปรับมาตรการ" จาก ศบค. บังคับใช้ 16 ต.ค. 64

"ศบค." สรุปรวม 8 ข้อกำหนดตาม "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ฉบับที่ 35 ที่มีผลบังคับใช้ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา พร้อมกำกับ ติดตาม ดูแล ให้สถานประกอบการดำเนินตามมาตรการต่างๆ เตรียมผ่อนคลายให้สามารถเปิดดำเนินการได้ในอนาคต ตามความพร้อมและความเหมาะสม

วันนี้ (18 ต.ค. 64) ที่ทำเนียบรัฐบาล “พญ.สุมนี วัชรสินธุ์” ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการ ประชุม ศบค. ชุดเล็ก ซึ่งมี พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เป็นประธานการประชุม โดยระบุว่า จากมติ ศบค. ชุดใหญ่ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มีข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 35 ที่มีผลบังคับใช้ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา

 

นับเป็น วันที่ 3 ที่เราดำเนินชีวิตตามวิถีใหม่ จะเห็นว่า ทุกครั้งที่มีมาตรการผ่อนคลาย จาก ศบค. จะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ครั้งนี้ก็เช่นกัน โดยข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 35 ทั้งหมด 8 ข้อ ได้แก่

 

ข้อ 1 การปรับปรุงเขตพื้นที่จังหวัดตามพื้นที่สถานการณ์

 

ให้ ศบค. มีคำสั่งปรับปรุงเขตพื้นที่จังหวัดจำแนกตามเขตพื้นที่สถานการณ์ตามบัญชีรายชื่อจังหวัดแนบท้ายคำสั่ง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยให้นำมาตรการควบคุมแบบบูรณาการที่กำหนดไว้สำหรับพื้นที่สถานการณ์ระดับต่างๆ ข้อห้ามและข้อปฏิบัติที่ได้ประกาศไว้แล้วก่อนหน้านี้มาใช้บังคับเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดนี้

 

สรุป 8 ข้อกำหนด "ปรับมาตรการ" จาก ศบค. บังคับใช้ 16 ต.ค. 64

 

สำหรับจังหวัดที่ได้ปรับระดับเขตพื้นที่สถานการณ์ขึ้นใหม่ตามคำสั่งที่ออกตามข้อกำหนดนี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเตรียมการด้านบุคลากร สถานที่ และประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมเพื่อการดำเนินการตามมาตรการ ข้อห้ามและข้อปฏิบัติต่างๆ เป็นการล่วงหน้า

 

สรุป 8 ข้อกำหนด "ปรับมาตรการ" จาก ศบค. บังคับใช้ 16 ต.ค. 64

ข้อ 2 ห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค

 

โดยกำหนดปรับปรุงเฉพาะเรื่องจำนวนบุคคลที่เข้ารวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมจำแนกตามเขตพื้นที่สถานการณ์ ดังนี้

(1) พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 50 คน

(2) พื้นที่ควบคุมสูงสุด ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 100 คน

(3) พื้นที่ควบคุม ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 200 คน

พื้นที่เฝ้าระวังสูง ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 300 คน

พื้นที่เฝ้าระวัง ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 500 คน

โดยให้ข้อห้ามการจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพรโรค ขั้นตอนการขออนุญาตจัดกิจกรรม การพิจารณอนุญาตรวมทั้งกิจกรรมหรือการรวมกลุ่มที่ได้รับยกเว้นที่สามารถจัดได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ตามข้อ 4 และข้อ 5 แห่งข้อกำหนด (ฉบับที่ 30) ลงวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ยังคงบังคับใช้ต่อไป

 

สรุป 8 ข้อกำหนด "ปรับมาตรการ" จาก ศบค. บังคับใช้ 16 ต.ค. 64

  • กิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่ได้รับการยกเว้น

 

(1) กิจกรรมเกี่ยวกับการขนส่งหรือขนย้ายประชาชน ได้แก่ การขนส่งประชาชนเพื่อเดินทางไปหรือออกจากที่เอกเทศตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ศูนย์พักคอยรอการส่งตัว หรือสถานที่เพื่อการช่วยเหลือผู้ติดเชื้อในชั้นแรก

(2) กิจกรรมเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและการสาธารณสุข

(3) กิจกรรมเกี่ยวกับการให้บริการ การให้ความช่วยเหลือหรืออำนวยประโยชน์หรือความสะดวกแก่ประชาชน

(4) การรวมกลุ่มของบุคคลตามปกติในที่พักอาศัย สถานที่ทำงาน การประชุมโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือการออกกำลังกายในสถานที่ตามที่ทางราชการกำหนด

(5) กิจกรรมที่ดำเนินโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นกิจกรรมที่จัดโดยองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐโดยความเห็นชอบของหัวหน้าหน่วยงานดังกล่าว หรือกิจกรรมอื่นตามที่ ศปม. กำหนด

 

พนักงานเจ้าหน้าที่อาจเข้าไปกำกับตรวจสอบหรือให้คำแนะนำการดำเนินกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลได้และ หากพบว่าการจัดหรือการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการแพโรคให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตักเตือนหรือแนะนำเพื่อให้แก้ไขให้ถูกต้อง หรืออาจสั่งให้ยุติการดำเนินกิจกรรมนั้นได้

 

สรุป 8 ข้อกำหนด "ปรับมาตรการ" จาก ศบค. บังคับใช้ 16 ต.ค. 64

 

ข้อ 3 การปรับเวลาการห้ามออกนอกเคหสถานสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

 

ห้ามบุคคลใดในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 23.00 น. ถึง 03.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564 โดยให้การกำหนด เงื่อนไขการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่และกรณีของบุคคลที่ได้รับยกเว้นที่ได้ประกาศหรือได้อนุญาตไว้ก่อนหน้านี้ยังคงใช้บังคับต่อไป

 

สรุป 8 ข้อกำหนด "ปรับมาตรการ" จาก ศบค. บังคับใช้ 16 ต.ค. 64

 

ข้อ 4. มาตรการควบคุมแบบบูรณาการสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

 

ให้บรรดาสถานที่ กิจการ หรือกิจกรรมในพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดที่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการแล้วตามข้อกำหนดที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้า เปิดดำเนินการได้ต่อไป โดยให้คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด แล้วแต่กรณี กำกับดูแลและติดตามการดำเนินการ และผู้ประกอบการหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข เงื่อนเวลาการจัดระบบ ระเบียบ และมาตรการป้องกันโรคต่างๆ ที่ทางราชการกำหนด รวมทั้งมาตรการที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบกำหนดขึ้นเป็นการเฉพาะ

 

สรุป 8 ข้อกำหนด "ปรับมาตรการ" จาก ศบค. บังคับใช้ 16 ต.ค. 64

 

(1) เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับเวลาการห้ามออกนอกเคหสถาน ให้สถานที่ กิจการ หรือกิจกรรมที่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการได้แล้วและมีเงื่อนไขเรื่องกำหนดเวลาทำการไว้ เช่น ร้านจำหน่าย อาหารและเครื่องดื่ม โรงภาพยนตร์ โรงมหรสพ ห้างสรรพสินค้า สนามกีฬา สวนสาธารณะ สามารถเปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติแต่ไม่เกินเวลา 22.00 น.

 

(2) ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด หรือตลาดนัด สามารถปิดเพื่อการจำหน่ายสินค้าได้ทุกประเภทตามเวลาปกติจนถึงเวลา 22.00 น. และหากมีการเปิดให้บริการเครื่องเล่นให้คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด แล้วแต่กรณี ประเมินและพิจารณาอนุญาตตามความเหมาะสม สำหรับร้านสะดวกซื้อที่เปิดให้บริกรในช่วงเวลากลางคืน ให้ปิดการให้บริการในช่วงระหว่าง เวลา 22.00 น. ถึง 03.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

 

สรุป 8 ข้อกำหนด "ปรับมาตรการ" จาก ศบค. บังคับใช้ 16 ต.ค. 64

 

(3) ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ สามารถเปิดให้บริการในลักษณะของการดูแลผู้สูงอายุแบบเช้าไปเย็นกลับได้ โดยให้คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด แล้วแต่กรณี พิจารณาอนุญาตตามความเหมาะสม โดยกำหนดเงื่อนไขที่ผู้รับบริการและบุคลากรเจ้าหน้าที่ต้องได้รับการฉีดวัคนครบตามเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด และให้ผู้ประกอบการ สุ่มตรวจบุคลากรเจ้าหน้าที่ทุกสัปดาห์โดยการใช้ชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัย การติดเชื้อ SARS-CoV-2 (เชื้อก่อโรค COVID-19) แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง เพื่อยืนยันว่าไม่มีเชื้อโรคโควิด-19 หรือโดยวิธีการที่ทางราชการกำหนด

 

สรุป 8 ข้อกำหนด "ปรับมาตรการ" จาก ศบค. บังคับใช้ 16 ต.ค. 64

 

(4) โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม สถานที่จัดนิทรรศการ หรือสถานที่ที่มีลักษณะคล้ายกัน สามารถเปิดให้บริการเพื่อการจัดประชุม สัมมนา หรือการจัดงานพิธีตามประเพณีนิยมได้จนถึงเวลา 22.00 น. โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กรที่กำหนด เช่น การจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงาน การให้ผู้เข้าร่วมงานสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา การจัดให้มีช่วงเวลาพักเพื่อการระบายอากาศของห้องประชม การจัดเตรียมอาหารแบบแยกเป็นชุด การเว้นระยะห่างไม่ให้แออัด รวมทั้งดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรศการ (องค์การมหาชน)กำหนดอย่างเคร่งครัด

 

สรุป 8 ข้อกำหนด "ปรับมาตรการ" จาก ศบค. บังคับใช้ 16 ต.ค. 64

 

(5) ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบกิจการอื่นที่มี ลักษณะคล้ายกัน สามารถเปิดให้บริการเพื่อการจัดประชุม สัมมนา หรือการจัดงานพิธีตามประเพณีนิยม ได้จนถึงเวลา 22.00 น. และให้ปฏิบัติตามมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กรที่กำหนดเช่นเดียวกับ กรณีตาม (4) โดยยังคงให้งดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และปิดให้บริการในส่วนที่เป็นร้านเกม ตู้เกม เครื่องเล่น สวนสนุก และสวนน้ำ

 

สรุป 8 ข้อกำหนด "ปรับมาตรการ" จาก ศบค. บังคับใช้ 16 ต.ค. 64

 

ข้อ 5 การขนส่งสาธารณะ

 

การขนส่งผู้โดยสารสาธารณะทุกประเภทในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และการขนส่งสาธารณะระหว่างจังหวัดทุกประเภททั่วราชอาณาจักรให้ผ่อนคลายมาตรการจำกัดจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการตามที่ได้เคยประกาศไว้เดิมในข้อ 7 แห่งข้อกำหนด (ฉบับที่ 32) ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2564 โดยผู้ประกอบการหรือผู้รับผิดชอบต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข ตามที่ทางราชการกำหนดและสอดคล้องกับความเหมาะสมของยานพาหนะและสภาพการเดินทางให้กระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร จังหวัด หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบและกำกับดูแลการให้บริการขนส่งผู้โดยสารสาธารณะทุกประเภทในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

 

รวมทั้ง การขนส่งสาธารณะระหว่างจังหวัดทุกประเภททั่วราชอาณาจักรให้เป็นไปตามแนวทางที่ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) กำหนด โดยจัดการให้การขนส่งสาธารณะแก่ประชาชนมีจำนวนเพียงพอและเหมาะสมแก่การให้บริการประชาชน

 

สรุป 8 ข้อกำหนด "ปรับมาตรการ" จาก ศบค. บังคับใช้ 16 ต.ค. 64

 

ข้อ 6 การปฏิบัติงานนอกสถานที่ทำการของหน่วยงาน (Work from Home) ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

 

ให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐและเอกชนยังคงให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรในความรับผิดชอบปฏิบัติงานนอกสถานที่ทำการอย่างเต็มความสามารถที่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติได้ โดยการปฏิบัติงานดังกล่าวต้องไม่กระทบกับภารกิจเพื่อการให้บริการประชาชน

 

สรุป 8 ข้อกำหนด "ปรับมาตรการ" จาก ศบค. บังคับใช้ 16 ต.ค. 64

 

ข้อ 7 การผ่อนคลายมาตรการเพื่อกิจการหรือการดำเนินกิจกรรมบางประเภท

 

(1) ร้านเกม ตู้เกม หรือเครื่องเล่น ที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบกิจการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน "ที่มิได้อยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด " ให้สามารถเปิดดำเนินการได้ในลักษณะของเกมหรือเครื่องเล่นเฉพาะที่มีผู้เล่นเป็นผู้ใช้เครื่องเล่นเดี่ยวหรือการเล่นเป็นคู่เท่านั้น โดยให้ผู้เล่นสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา แต่สวนสนุกและสวนน้ำยังคงให้ปิดดำเนินการ

 

(2) การปรับเงื่อนไขกำหนดเวลาการให้บริการของสวนสาธารณะ สนามกีฬา ยิม ฟิตเนส หรือสถานที่เพื่อการออกกำลังกายทุกประเภท "ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด " ให้สามารถเปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติแต่ไม่เกินเวลา 22.00 น.

 

สรุป 8 ข้อกำหนด "ปรับมาตรการ" จาก ศบค. บังคับใช้ 16 ต.ค. 64

 

ข้อ 8 การเตรียมความพร้อมเพื่อการผ่อนคลายมาตรการสำหรับกิจการบางประเภทในอนาคต

 

สถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ยังคงให้ปิดดำเนินการทั่วราชอาณาจักรในช่วงเวลานี้ ผู้ประกอบการหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบสถานประกอบการควรเตรียมความพร้อมในการปรับปรุงสภาพแวดล้อม การจัดการสถานที่และบุคลากรเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่หรือติดโรค

 

เช่น การจัดสถานที่ให้อากาศสามารถหมุนเวียนถ่ายเทได้ดีหรือมีระบบฟอกอากาศ การให้พนักงาน ผู้ให้บริการได้รับวัคนครบตามเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด รวมทั้งการปฏิบัติตามมาตรการ คำแนะนำ และแนวปฏิบัติของทางราชการ

 

สรุป 8 ข้อกำหนด "ปรับมาตรการ" จาก ศบค. บังคับใช้ 16 ต.ค. 64

 

“ข้อกำหนดทั้งหมด 8 ข้อ ต้องมีการกำหนด กำกับ ติดตาม ดูแล ให้สถานประกอบการดำเนินตามมาตรการต่างๆ โดยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันดำเนินการเพื่อเตรียมพร้อมในการกำกับดูแลให้สถานประกอบการดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ที่กำหนดไว้ เพื่อการผ่อนคลายให้สามารถเปิดดำเนินการได้ในอนาคตตามความพร้อมและความเหมาะสม รวมทั้งเป็นไปตามแผนและกรอบเวลาที่รัฐบาลกำหนด” พญ.สุมนี กล่าว