คุณภาพชีวิต-สังคม

"อนุทิน"เผยระบบสาธารณสุขเขต11 ยังพร้อมรองรับ"ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์"

 “อนุทิน”เผยระบบสาธารณสุขเขตฯ 11 พร้อมรองรับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ หลังพื้นที่ พบยอดติดโควิด-19สูง  ซื้อแอสตร้าฯเพิ่มจากยุโรป ฉีดเป็นเข็ม 3  พ้อถูกด้อยค่าทางการเมือง  ย้ำไม่เอาประชาชน คนป่วย สถานการณ์ระบาดมาเป็นเครื่องมือสร้างความนิยมทางการเมือง


     เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์กรณีการติดโควิด19เพิ่มมากขึ้นในพื้นที่จ.ภูเก็ตซึ่งเปิดเป็นพื้นที่แซนด์บอกซ์รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ว่า ต้องเร่งควบคุมสถานการณ์ซึ่งในการประชุม ศปก.สธ. เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดสธ.ได้รับทราบนโยบายเกี่ยวกับภูเก็ตแซนด์บอกซ์ และจังหวัดใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ต่างจังหวัดมีระบบสาธารณสุขรองรับหลายระดับ ตั้งแต่รพ.จังหวัด รพ.อำเภอ รพ.สต. และมีการดูแลร่วมกันในกลุ่มจังหวัดเป็นระดับเขตสุขภาพ 
      “ ขณะนี้ได้รับรายงานว่าเขตสุขภาพที่ 11 ที่ครอบคลุมพื้นที่จ.ภูเก็ตมีความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ ไม่ใช่ว่าเราเจอแค่นี้แล้วหยุดหรือยกเลิกอะไรทุกอย่าง แต่ต้องดูว่าการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นนั้น มีอาการหนักมากน้อยแค่ไหน หรือเจ็บป่วยแต่อาการไม่หนัก ซึ่งเป็นกลุ่มนี้ ก็ให้ทำการดูแลที่บ้าน หรือที่ชุมชน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้อยู่แล้ว เพราะเมื่อเปิดกิจกรรมต่างๆ ในภูเก็ต ก็เปรียบเสมือนห้องรับแขก เป็นที่ที่จะทำให้เห็นว่าประเทศไทยจะมีการเปิดประเทศไปแต่ละจังหวัด ๆ มีการเตรียมระบบสาธารณสุขรองรับผู้ป่วย” นายอนุทิน กล่าว   


    เมื่อถามว่าท่านนายกฯ มีข้อสั่งการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องการควบคุมโรคนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีการ สั่งการให้ทำงานกันอย่างเต็มที่ทุกวัน ทุกพื้นที่ไม่เฉพาะที่ภูเก็ตเท่านั้น ให้ดูทั้งประเทศให้มีความปลอดภัย และเมื่อวันที่ 14 ก.ย.2564 ก็อนุมัติงบจัดซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนกาจากกลุ่มประเทศยุโรป เพื่อฉีดเป็นเข็ม 3 ให้ประชาชน ทั้งนี้ วัคซีนมีมากขึ้น และศักยภาพในการฉีดก็เพิ่มขึ้นด้วย ปีนี้จะฉีดให้ครอบคลุมประชาชนทั้งประเทศ  ส่วนการจัดหาวัคซีนในปี 2565 ก็จะไม่ตึงเครียดมากนัก เพราะเป็นการเน้นจัดหาวัคซีนเข็มกระตุ้น ไม่ต้องกันไว้เป็นเข็ม 2 อีก รวมถึงปีต่อๆ ไปสถานการณ์น่าจะคลี่คลาย ที่มีการฉีดวัคซีนกระตุ้นเหมือนโรคไข้หวัดใหญ่ที่ฉีดทุกปี  
       "ระบบสาธารณสุขถูกด้อยค่ามาก มีการตั้งความคาดหวังสูงเกินกว่าระบบรองรับได้ และการด้อยค่าทางการเมืองให้เกิดความตื่นตระหนก ทำลายล้างระหว่างกันทางการเมือง แต่รัฐบาลไม่ได้กังวลใจ ไม่เคยเอาประชาชน คนป่วย สถานการณ์ระบาดมาเป็นเครื่องมือสร้างความนิยมทางการเมือง นายกฯ มีแต่พูดเรื่องสนับสนุนสาธารณสุขทุกอย่างให้ความปกติของคนไทยกลับมามากที่สุด รับการดูแลอย่างดีที่สุด" นายอนุทินกล่าว 

       นายอนุทิน  กล่าวด้วยว่า การจัดหาวัคซีนทำอย่างเต็มที่ ที่บอกว่าสั่งช้า ไม่ทัน เป็นการพูดปากเปล่า ทั้งที่วัคซีนมาก่อนกำหนดเวลา ทุกอย่างอยู่ภายใต้การทำแผนของสธ.มาอย่างดี แต่อาจไม่ถูกใจคนบางกลุ่ม  ส่วนเวชภัณฑ์ หยูกยา เครื่องมือแพทย์ก็มีความพร้อม ไม่เคยมีการขาดแคลน ขาดตลาด และมีตัวเสริมความแข็งแกร่ง คือ วัคซีนที่ตอนนี้ฉีดเกิน 40 ล้านโดส สิ้นปีนี้ฉีด 100 ล้านโดส ครอบคลุมประชากรให้มากที่สุด ส่วนปีหน้าใช้บูสเตอร์โดส