ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด 8 ก.ย. 64 พบผู้ป่วยรายใหม่ 14,176 ราย เสียชีวิต 228 ราย เผยหลังปรับมาตรการ 1 - 7 ก.ย. แนวโน้มป่วยอาการหนักลดลง ขณะที่กทม. ยังสูงแม้ภาพรวมจะลดลง
วันนี้ (8 ก.ย. 64) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายแพทย์เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 โดยระบุว่า ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 14,176 ราย แบ่งเป็น ผู้ติดเชื้อในประเทศและมาจากต่างประเทศ 13,670 ราย ผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 506 ราย ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,322,519 ราย
ผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 228 ราย ทำให้การระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2564 มียอดผู้เสียชีวิตสะสมถึง 13,417 ราย ขณะที่ภาพรวมของการเสียชีวิตจากสถานการณ์โควิด-19 มีผู้เสียชีวิตรวม 13,511 ราย กำลังรักษาตัวอยู่ 142,644 ราย กลุ่มคนไข้อาการหนัก 4,387 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 960 ราย ยอดผู้ป่วยหายป่วยกลับบ้านวันนี้ 16,769 ราย สะสมตั้งแต่ 1 เมษายน 2564 มี 1,166,583 รายด้วย
- ป่วยโควิด อาการหนักแนวโน้มลด
ภาพรวมจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศที่อาการหนัก (ปอดอักเสบ) ตั้งแต่วันที ่1 - 7 ก.ย. 64 มีทิศทางลดลง จากวันที่ 1 ก.ย. 64 จำนวน 4,841 ราย ลดลงมา เหลือ 4,367 ราย ยกเว้น จ.นครปฐม ที่มีผู้ติดเชื้ออาการหนักแนวโน้มสูงขึ้น จาก 210 ราย เป็น 238 ราย เป็นส่วนที่มีการติดตามดูแล ขณะที่ กทม.ปริมณฑล ยังสูงอยู่ แม้ภาพรวมจะลดลง แต่การรักษายังมีการรักษาต่อเนื่อง บางคนที่มีอาการมากจะมีการรักษามากกว่า 14 วัน
- เด็กเล็กเสียชีวิต 3 ราย
นพ.เฉวตสรร กล่าวต่อไปว่า รายละเอียดผู้เสียชีวิต 228 ราย ส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป 165 ราย คิดเป็น 72% โรคเรื้อรัง 42 ราย คิดเป็น 18% รวมทั้งสองกลุ่ม 90% ขณะที่เดียวกัน ยังพบหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิค 1 ราย จ.ลพบุรี และมีเด็กเล็ก 3 ราย อายุไม่เกิน 2 ปี และ พบผู้เสียชีวิตที่บ้าน 1 ราย แต่เป็นการตรวจหาเชื้อหลังจากเสียชีวิต ไม่มีประวัติฉีดวัคซีน ดังนั้น พี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆ ขอให้รีบลงทะเบียน และฉีดวัคซีนกันให้มาก เพราะสามารถป้องกันการเสียชีวิตได้
- แนวโน้ม ติดเชื้อ เสียชีวิตลดลง
หากดูภาพรวมการเสียชีวิตทั้งหมดแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม ใน 48 จังหวัด และ สมุทรปราการ ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในระดับ 9-20 กว่ารายต่อวัน
"การติดเชื้อตอนนี้ทิศทางยังเป็นไปในทางที่ลดลง เป็นสัญญานที่ดี ในต่างจังหวัดคิดเป็น 56% ขณะที่ กทม.ปริมณฑล 44% ขณะที่ การเปลี่ยนแปลงในแต่ละวันหลายพื้นที่หลังจากที่มีการเข้มงวดในการตรวจคัดกรอง ทำให้มีการเข้าถึงการตรวจ กักแยกผู้ป่วย ทำให้การแพร่ระบาดน้อยลง จะเห็นพื้นที่จากสีส้มกลายเป็นสีเหลือง และเหลืองกลายเป็นเขียว โดยเฉพาะในภาคเหนือ อีสาน
- เฝ้าระวังคลัสเตอร์ที่ยังแอคทีฟ
ขณะที่ กลุ่มก้อนการระบาดของโรคติดเชื้อ พบว่า โรงงานสถานประกอบการแคมป์คนงาน มีกว่า 318 คลัสเตอร์ที่ยังแอคทีฟและต้องติดตาม ส่วนใหญ่ในเขตสุขภาพที่ 6 คือ ภาคกลาง ย้ำให้เห็นความสำคัญของบับเบิ้ลแอนด์ซีล
ขณะที่ การพบในตลาดชุมชน ครอบครัว 131 คลัสเตอร์ กระจายไปทุกเขต ในช่วงที่มีการล็อกดาวน์ ยังเจอการแพร่กระจายเป็นกลุ่มก้อน ย้ำมาตรการ universal prevention
ร้านอาหารสถานบันเทิง คลัสเตอร์ไม่เยอะ 3 คลัสเตอร์ แต่ต้องจับตามองหลังจากปรับมาตรการ มีการใช้บริการร้านอาหารต่างๆ หากมีมาตรการป้องกันตนเองสูงสุด ประกอบกับมาตรการ COVID-Free Setting
สถานศึกษา สำนักงาน มี 12 คลัสเตอ์ โดยเขตสุขภาพที่ 6 ยังพบคลัสเตอร์สูง ขณะที่คลัสเตอร์อื่นๆ อยากจะย้ำให้เห็นความสำคัญ ว่า เรายังเจอการระบาดในวงพนัน สุรา พิธีกรรมทางศาสนา งานแต่งงาน งานศพ ยังมีอยู่ ส่วหนึ่งในเรื่องของ รพ. ผู้ปฏิบัติงาน บุคลากร พี่น้องประชาชน ย้ำว่าเราจะต้องป้องกันตนเองสูงสุดทุกที่ทุกเวลา
- ฉีดวัคซีนแล้ว 37.4 ล้านโดส
จำนวนการได้รับวัคซีนสะสม (28 ก.พ. - 7 ก.ย. 2564) รวม 37,461,284 โดส ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น
จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 สะสม : 25,954,106 ราย
จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม : 10,900,001 ราย
จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 3 สะสม : 607,177 ราย
- กทม. ฉีดวัคซีนสูงวัย 98.4%
สำหรับการฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป พบว่า กทม. ฉีดไป 98.4% ปทุมธานี 70.3% รวมถึง สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี สมุทรปราการ ย้ำในเรื่องของการฉีดวัคซีนโดยเน้น 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ โรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์
“จุดสำคัญของการควบคุมการระบาดในช่วงการผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว เราเห็นว่าช่วงที่มีเหตุการณ์ผู้ติดเชื้อจำนวนเยอะ การเจอผู้ป่วยแต่ละจุดเจอเยอะมาก บางทีสอบสวนหาไทม์ไลน์ไม่ชัดเจน ดังนั้น ที่มาของการป้องกันตัวเองสูงสุด ทุกที่ ทุกเวลา จึงเป็นจุดสำคัญมากที่อยากทำให้นอกจากทำแล้ว คนที่อยู่ใกล้ตัว พี่น้อง พ่อแม่ ลูกหลาน ช่วยกันดูแล ให้มีมาตรการในการป้องกันตัวอย่างเต็มที่ เสมือนว่า ไม่ว่าใครก็ตามจะอยู่กับเรา จะสนิทหรือไม่ หรือเป็นเป็นคนแปลกหน้า อาจจะมีการติดเชื้อแฝงอยู่ หรือ แม้แต่ตัวเราเองที่ไม่มีอาการเลย ก็อาจจะมีการติดเชื้อแฝงที่อาจจะกระจายสู่คนอื่นได้ เพราะฉะนั้น การอยู่ห่าง ล้างมือ สวมหน้ากาก ก็จะช่วย ป้องกันตนเองอย่างเต็มที่ทุกที่ทุกเวลา” นพ.เฉวตสรร กล่าว





