‘โควิด’ พรากชีวิต ‘สูญเสีย’ แบบไม่เสียศูนย์

‘โควิด’ พรากชีวิต ‘สูญเสีย’ แบบไม่เสียศูนย์

การระบาดของไวรัส"โควิด 19 "สร้างความสูญเสียให้กับหลายครอบครัว หลายกรณีเป็นบทเรียน ที่รัฐจะต้องทำความเข้าใจกับเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ส่วนในเรื่องของจิตใจ “ดร.วรภัทร ภู่เจริญ” อาจารย์ทางธรรมมีมุมมองใหม่ๆ ในด้านการพัฒนาชีวิต มาแนะนำ

รายงานผลตัวเลขของการติดเชื้อ จำนวนผู้ป่วย ผู้เสียชีวิต ที่มีมาต่อเนื่องทุกวัน และดูเหมือนว่าจะทวีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้หลายคนรู้สึกท้อแท้ห่อเหี่ยวหมดกำลังใจ แล้วยังต้องต่อสู้ใช้ชีวิตประคองตัวเองให้รอดปลอดภัยต่อไป แต่ทว่าบางคนอาจต้องประสบกับเหตุการณ์ที่พวกเขาไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย

ชีวิตพังเพราะ‘โควิด’

แอดมินเพจ รีวิวหนังเพจหนึ่ง (ไม่ประสงค์ออกนาม) ได้สื่อสารกับแฟนคลับในเพจของตัวเองว่า

“ป๊าผมติดโควิดก่อนได้ฉีดวัคซีน 3 วัน ตั้งแต่ลงทะเบียน พวกเราอดทน ระวังตัว เฝ้ารอ ติดตามข่าวสารสลับกับอาการของป้าในห้อง ICU ที่แย่ลงเรื่อยๆ

เราแทบติดต่อกันไม่ได้ เพราะสายของโรงพยาบาลไม่เคยว่าง ไม่ได้เดินไปจับมือ ไม่ได้ไปอยู่ข้างๆ ให้กำลังใจ จิตใจของคนในบ้าน จิตใจของผู้ป่วยย่ำแย่ลง ป๊ามีอาการ กลัว เพ้อ โวยวาย

หมอบอกว่าเป็น ICU Syndrome หลังฟื้นตัว ป๊าก็เอามือถือเข้าไปเพื่อติดต่อสื่อสาร ป๊าโทรมาสั่งให้ผมเอาเสื้อ กางเกง รองเท้า 20 ชุด และล็อตเตอรี่เลขท้าย 88 หลายสิบใบไปแจกพยาบาลและคนป่วย

ผมกับน้องแบกของทั้งหมดไปที่หน้า ICU แล้วกลับบ้านพร้อมของทั้งหมด เพราะพยาบาลบอกว่า ป๊าผมเพ้อ พูดจาสับสนวกวนไปมา แทบทุกคืนป๊าจะดึงสายออกซิเจนออก มีคืนหนึ่ง ค่าออกซิเจนตกลงไปที่ 50 ยังดีที่ห้อง ICU มีพยาบาลดูแลตลอด

จากนั้นป๊าได้ย้ายออกจาก ICU ไปห้องรวมพักฟื้น ที่ไม่มีคนดูแล ถูกจับมัดแขนไว้ วันถัดมาราว 6 โมงเช้า พยาบาลโทรมาบอกว่า ค่าออกซิเจนและสัญญาณชีพต่ำลงเรื่อยๆ กำลังช่วยปั๊มหัวใจ หมอโทรมาบอกว่า ป๊าจากไปตอน 10 โมง ทั้งที่อาการดีขึ้น ออกจาก ICU ได้ 3 วัน

162934554890

ความหวังของผมและครอบครัวพังทลาย ไม่ใช่แค่ความ สูญเสีย การร่ำลายังไม่สามารถทำได้ เรารีบเอาป๊าไปเผาวันนั้น ทำได้เพียงสัมผัสร่างกายป๊า ผ่านถุงห่อศพสีขาวที่หนาแน่นปิดมิดชิด ผมพยายามจะสัมผัสเท้า มือ ศรีษะของท่าน แต่มันยากเหลือเกิน ถุงมันหนาเหลือเกิน แม้แต่ใบหน้า ยังไม่อาจได้มองดู กายไม่ได้สัมผัส

แม้แต่เวลา ยังไม่มีให้พวกเราเลย ป๊าถูกคนในชุด PPE ขนขึ้นเตาเผา คนร่วมงานมีแค่คนในครอบครัวไม่กี่คน วันถัดมา เราพาป๊าไปลอยอังคารตามคำสั่งเสียที่ให้ไว้กับแม่นานแล้วว่าให้ไปลอยที่พระสมุทรเจดีย์ พ่อเดินทางกลับไปสู่ธรรมชาติ เหลือทิ้งไว้เพียงความทรงจำ ความโหดร้ายทารุณ

ไม่ใช่แค่ความโศกเศร้าของการ สูญเสีย เรายังต้องทนเห็นพฤติกรรมคนในรัฐบาลที่ดูถูกเรา พรากวัคซีนไปจากเรา การบริหารงานอันเหลวแหลก โกหก อวดอ้าง โจมตีประชาชนที่หวาดกลัว โศกเศร้า สับสน รัฐบาลไร้ความเห็นใจ ไร้คำขอโทษที่จริงใจ ดูถูก เหยียดหยาม ประชาชนในภาวะวิกฤตโควิดอย่างถึงที่สุด

ผมสูญเสียแค่หนึ่งคนยังรู้สึกถึงเพียงนี้ แล้วครอบครัวอื่นที่ติดกันทั้งบ้าน สูญเสียหลายคน สูญเสียงาน สูญเสียอนาคต สูญเสียครอบครัว

7 วันที่ป๊าจากไป ผมพยายามดึงความทรงจำที่ดีมาก ลบความทรงจำ 1 เดือนที่ป๊าติดโควิด การเขียนช่วยผมได้มาก เหตุการณ์ที่ผ่านมา มันยากจะพูดออกไป หลายเดือนก่อนหน้านั้น เราเพิ่งตระหนักว่า ป๊ากับม๊าอายุจะ 70 ลูก 5 ขวบของเรากำลังน่ารัก ชีวิตครอบครัวกำลังดี ป๊ากับม๊ายังแข็งแรงดี ไม่มีเจ็บป่วย"

หลังวางสายเมื่อได้รับข่าวร้ายจากหมอ เรารู้สึกหนาวมากจนตัวสั่น แรงกายฟีบหาย เราเริ่มร้องไห้แบบที่ไม่เคยร้องมาก่อน เศร้าแบบที่ไม่เคยเศร้ามาก่อนในชีวิต ทำให้เราใจสลาย เราไม่เคยเห็นม๊าเศร้าและร้องไห้ขนาดนี้มาก่อนในชีวิตของเรา

เรากับน้องสองคนนัดกันไปบอกม๊าพร้อมกัน เราเป็นคนพูดเอง จำไม่ได้หรอกว่าพูดอะไรออกไป แต่น่าจะ “ป๊าไปแล้วนะม๊า” ความรู้สึกที่ทลายลงไปก็ถูกบดละเอียดเป็นผุยผงซ้ำอีกครั้ง เราไม่กล้ารับความจริงที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งวันนี้ก็ตาม...."

 

สูญเสียแบบไม่มีทางเลือก

อีกหนึ่งครอบครัว ที่ต้อง สูญเสีย มากมายจากไว้รัสโควิด 19 แอดมินเพจ AVELA Clinique โพสต์ว่า

เคสพี่สาวผม (นอ. หญิง ดร. พญ. สรัญยา ฬาพานิช) เป็นเเพทย์ที่เเม้จะฉีดวัคซีนไปแล้ว ก็ยังติดเชื้อโควิดและเสียชีวิต

ครอบครัวเราเสียชีวิตจากโควิด ตอนนี้สามชีวิตครับ คือ คุณแม่ เมื่อ 25/7 คุณพ่อ 31/7 แล้วก็พี่สาว เมื่อวานนี้

ผมคิดว่าผมมีสิทธิที่จะพูดความรู้สึก และความต้องการที่เห็นสถานการณ์โควิด ในประเทศปัจจุบันนี้

ผมเองไม่อยากจะโทษวัคซีนใดๆว่าดีหรือไม่ดี เพราะหลายยี่ห้อฉีดครบก็มีเสียชีวิตครับ แต่โดยหลักทางวิชาการที่ยอมรับในหลายๆประเทศทั่วโลกนั่น ชนิด mRNA น่าจะเป็นคำตอบที่ดีในเบื้องต้นนี้ครับ

162934559689

และเเม้ว่าวัคซีนที่น่าจะครอบคลุมทุกเชื้อ น่าจะเป็นล็อตของปีหน้า แต่เรารอเเบบนั้นไม่ได้นะครับ เราต้องมีวัคซีนที่มาตรฐานจำนวนมากกว่าที่มีตอนนี้ครับ

ปัญหาของเราคือ “กฎที่ออกว่า ใครจะซื้อต้องผ่านหน่วยงานรัฐ” ผมเองไม่มั่นใจในเรื่องกฎหมายเท่าไรนัก

แต่ผมคิดว่า ถ้าเราสามารถออกกฎแบบที่ราชกิจจาฯ ที่ให้ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์นำเข้าได้ ก็น่าจะออกให้บรรดา โรงพยาบาลเอกชน หรือ องค์กรเอกชน สามารถนำเข้าได้ ถ้าไม่เชื่อใจโรงพยาบาลเอกชนที่ใด ก็ผ่านตัวสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ก็น่าจะเป็นสมาคมใหญ่ในระดับที่น่าเชื่อถือได้นะครับ

การนำเข้าวัคซีนที่ยอมรับ ในต่างประเทศมามากที่สุด เท่าที่ทำได้ ในทุกๆ ทาง โดยไม่ต้องอาศัยกฎเกณฑ์ ผ่านหน่วยงานรัฐ น่าจะอนุโลมให้ใช้ในสถานการณ์ที่คนไทยได้ฉีดวัคซีนเพียง 25% (นี่คือรวมเชื้อตายและmRNA) ของประชากร

เพราะวัคซีนยิ่งเยอะ (โดยเฉพาะพวก mrna และ Subunit Protein) มันก็จะยิ่งดีไม่ใช่หรือครับ

มันน่าจะถึงเวลาที่เราควรแก้บางกฎ เพื่อให้คนไทยได้วัคซีน “ที่มาตรฐาน” ที่จะพอป้องกันตัวเองได้ อย่างน้อย เราก็พอมองเห็นทางสว่างข้างหน้าครับ

ผมเชื่อว่า ถ้าออกกฎที่แก้ได้ จะมีบริษัท หรือ โรงพยาบาลมากมาย หรือแม้แต่หน่วยงานใดๆ ที่จะยินดีติดต่อเอง และเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้ อย่างรวดเร็ว เพราะเราเสียเวลามามากเกินไปแล้วครับ กับคำว่ารอ วัคซีนที่มาตรฐาน ครับ เปิดโอกาสให้องค์กรต่างๆ นำเข้าวัคซีนเองเถอะครับ มีมากดีกว่ามีไม่พอนะครับ "

..................

นายแพทย์สิทธิพงศ์ ฬาพานิช (หมอเตี๋ยว)

ธรรมะจากผู้จากไป

ในช่วงวิกฤตโควิดที่มีการ สูญเสีย มากกว่าชีวิตปกติ บางครอบครัวสูญเสียทั้งพ่อแม่ พี่น้อง และจากไปด้วยเวลาอันรวดเร็ว โดยไม่ได้สั่งเสีย ดร.วรภัทร ภู่เจริญ อดีตวิศวกรนาซ่า อาจารย์ทางธรรมที่มีมุมมองใหม่ๆ ในการพัฒนาชีวิต  บอกว่า สถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้นทั่วโลกในขณะนี้ ธรรมชาติกำลังเอาคืน มนุษย์ผู้ทำลายสมดุลของโลก จนเกิดโรคระบาดมากมาย

ธรรมชาติลุกขึ้นมาทำหน้าที่ จัดการเผ่าพันธุ์ซึ่งไม่ยอมปรับตัว มนุษย์ที่เห็นแก่ตัว แย่งทรัพยากรธรรมชาติ เดี๋ยวก็จะมีเรื่องไฟไหม้ น้ำท่วม หิมะตก เป็นการสร้างสมดุล

เราต้องถามตัวเองว่า ภายใต้วิกฤติอย่างนี้ เรามาสะสมอะไร สะสมความกลัว หรือจะสะสมอริยทรัพย์ ในเรื่องของความตาย อีกไม่นานหรอก เดี๋ยววิญญาณมันก็ออกจากร่างแล้ว"

สถานการณ์ในช่วงนี้ ดร.วรภัทร แนะนำว่า

1)ต้องหยุดเสพสื่อ

"ฟังข่าวร้ายๆ ไปทำไม หันไปคบหาบัณฑิต บูชาคนที่ควรบูชา ไปคุยกับผู้ใหญ่ที่เรานับถือ ไปฟังเรื่องดีๆ หรือไปคุยกับพระดีๆ ไม่ว่าศาสนาใด พระคริสต์ โต๊ะอิหม่าม หรือพระสงฆ์ มีสติกันหน่อย เมื่อได้ฟังเรื่องดีๆ แล้ว เช่น โครงการพระไม่ทิ้งโยม, โครงการเปลี่ยนโรงเรียนเป็นรพ.สนาม เราก็ชื่นชมกัน ใจมันจะขึ้น"

162934564660

2)ต้องพึ่งพาตัวเอง

"ต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ ยกระดับจิตใจไปเป็นจิตอาสา ทำบุญทำทาน อย่าวิตกกังวล ความตายเขากำหนดไว้แล้ว เราอาจจะไม่ตายด้วยโควิด แต่ถูกไม้จิ้มฟันแทงตายก็ได้ แล้วกฎแห่งกรรม ไม่ใช่การชดใช้ แต่เป็นแบบฝึกหัดให้เอามาพัฒนาปรับปรุงตัวเรา ทำให้เราฉลาดขึ้น แข็งแกร่งขึ้น"

3)หายใจลึกๆ สติมา ปัญญาเกิด

"คนที่สูญเสีย ก็ต้องเข้าใจ ความสูญเสียเป็นเรื่องธรรมดา กับความเศร้าที่มีอยู่ ก็ยอมรับ ผู้ตายกำลังสอนธรรมะให้เราได้เรียนรู้ ให้เห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ทำให้ผู้ตายได้บุญครั้งใหญ่

แต่ถ้าเขาตายแล้วเราเศร้า วิญญาณเขาอาจจะไปเกิดไม่ได้ ก็ไปทรมานวิญญาณเขาอีก ให้หันกลับมาถามตัวเราเองว่า เวลาที่เหลืออยู่ ฉันจะทำประโยชน์อะไร เพื่อผู้อื่น เพื่อตนเอง เพื่อสังคม ฉันจะทำอะไร

อย่างพ่อกับแม่ผมเสียชีวิตไป คิดซะว่า เขาก็แค่ไปเรียนต่อดวงดาวอื่น ที่ติดต่อยากแค่นั้นเอง เดี๋ยวพอเราตายออกจากร่างนี้ เดี๋ยวก็เจอกันอีก กลัวอะไร ไปเจอกันอีกโลกหนึ่ง

เราต้องคิดว่าเขาไปดีกันหมด ถ้าเขาไปไม่ดี เราก็ส่งสังฆทานตามไป ตอนนี้ผู้ป่วยที่ตายจากโควิดได้บุญน้อย เพราะไม่ค่อยมีใครส่งอาหาร หรือสังฆทานไปให้ หิวโหยเต็มไปหมดเลย พระก็มัวแต่ไปเผาศพจนเมรุระเบิดพังไป"