background-default

วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม 2569

Login
Login

ศบค. ตั้งทีม CCRT เคลื่อนที่เร็วเบ็ดเสร็จ ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในชุมชน

ศบค. ตั้งทีม CCRT เคลื่อนที่เร็วเบ็ดเสร็จ ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในชุมชน

ศบค. ตั้งทีม CCRT เคลื่อนที่เร็วเบ็ดเสร็จ 200 ทีม ทั่วกรุง ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในชุมชน พร้อมติดตามรักษาแบบ Home Isolation พร้อมเตือนประชาชนใช้ Antigen Test Kit หากผลเป็นลบแต่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ควรตรวจซ้ำใน 5-7 วัน เหตุการอ่านค่าไม่แม่นยำหากเชื้อต่ำ

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 64 แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ระบุว่า ที่ประชุมในวันนี้ มีการพูดคุยถึงแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด -19 เชิงรุกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งรองอธิบดีกรมการแพทย์ ได้เสนอสถานการณ์ล่าสุดพบว่าประชาชนยังคงมีความต้องการเตียงสูงมาก ซึ่งในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีการพูดคุยถึงการทำ Home Isolation และ Community Isolation ซึ่งหลังจากนี้ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่า ด้วยอัตราผู้ติดเชื้อจำนวนมากมีผู้ป่วยระดับสีเหลืองและสีแดงที่มีความต้องการเตียงอย่างเร่งด่วนเป็นจำนวนมาก จึงขอสงวนเตียงที่เหลือเพื่อรองรับผู้ที่มีความรุนแรงเข้าโรงพยาบาล เพราะฉะนั้นในระดับชุมชนจะมีการจัดทีมเคลื่อนที่เร็วแบบเบ็ดเสร็จ หรือ CCRT หรือ Primary Care จำนวน 200 ทีม ซึ่งจะมีบุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรฝ่ายความมั่นคง บุคลากรของเขต ทั้ง 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งจะมีหน้าที่ค้นหาผู้ติดเชื้อในชุมชน เพื่อคัดกรองแยกผู้ป่วยออกจากคนปกติได้อย่างรวดเร็ว ให้การรักษาเบื้องต้น ให้ยา หากผู้ป่วยนั้นมีความต้องการที่จะต้องดูแลรักษา ก็จะมีการจัดสรรให้แยกกับที่บ้านหักมีอาการอยู่ในกลุ่มสีเขียว หากมีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน จะให้อยู่ในสถานที่พักคอยในชุมชน หรือโรงพยาบาลสนามชุมชน และจะมีการติดตามเป็นระยะเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงต่ออาการที่อาจจะแย่ลงจะมีการส่งต่อประสานงานให้ได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงการใช้ แอนติเจน Test หรือที่อาจเรียกกันว่า rapid Test ซึ่งทางการแพทย์มักจะใช้ในขณะที่จำเป็นฉุกเฉิน และรอนานไม่ได้ แต่ด้วยข้อจำกัดการตรวจในลักษณะนี้มีความแม่นยำต่ำ ถึงไม่แนะนำให้นำมาใช้ก่อนหน้านี้ แต่ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป มีความต้องการการตรวจที่มากขึ้น การติดเชื้อแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว หากต้องรอผลการติดเชื้อนาน 1-2 วัน อาจทำให้การควบคุมโรคเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ทางปลัดกระทรวงสาธารณสุขจึงมีการหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อทบทวนในการนำและ rapid Test ที่มีมาตรฐานที่ยอมรับได้มาหารือกัน โดยในวันนี้เวลา 13:30 น ปลัดกระทรวงสาธารณสุขจะมีการแถลงนโยบายหรือทิศทางการใช้ rapid test โดยหลักการหากเริ่มติดเชื้อหรือติดเชื้อ หรือมีเชื้อไม่มาก ผลตรวจอาจออกมาเป็นลบ แต่ขอประชาชนอย่านิ่งนอนใจ จะต้องมีการเฝ้าระวังอาการอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในรายที่มีประวัติสัมผัสผู้ที่มีการติดเชื้อยืนยันก่อนหน้านี้ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีการสัมผัสเสียงสูง และระหว่างที่เฝ้ารออาการจะต้องมีการแยกกักตัวเอง โดยสาธารณสุขแนะนำให้ตรวจซ้ำในวันที่ 5-7 โดยหากเป็นผู้ติดเชื้อ 5-7 วันปริมาณเชื้อจะมีจำนวนมาก การตรวจโดยวิธี antigen Test Kit ตรวจแล้วก็จะตรวจแล้วได้ผลแม่นยำมากกว่า ส่วนผู้ที่ตรวจแล้วผลเป็นบวกตั้งแต่ครั้งแรกขอให้เข้าระบบ ติดต่อไปยัง 1330 และนำไปสู่การตรวจด้วยวิธีมาตรฐานเพื่อยืนยันการติดเชื้อ เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาที่ปลอดภัย

ขณะที่รายงานการฉีดวัคซีนประจำวันที่ 11 กรกฎาคม 2564 มีการฉีดเพิ่มขึ้น 100,025 โดส ทำให้ยอดรวม อยู่ที่ 12,569,213 โดส ซึ่งจากที่ผ่านมาในการกำหนดมาตรการจากนี้ทางศบค.ขอความร่วมมือให้หน่วยฉีดวัคซีนทั้งกทมและปริมณฑล เร่งระดมการฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มเสี่ยง 7 โรค ซึ่งมีรายงานว่าสถานีกลางบางซื่อจะจัดให้มีการฉีดบุคคลทั่วไป โดยที่ผ่านมากทมมีการระดมฉีดกว่า 6000 รายต่อวันเป็นอย่างต่ำ ในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่ม 7 กลุ่มโรคเสี่ยง และจะมีการเพิ่มจำนวนให้เร็วขึ้นและครอบคลุมกลุ่มผู้ติดเชื้อให้มากขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้

ส่วนการฉีดวัคซีนครบแล้ว อาจมีความเสี่ยงในการเป็นผู้ติดเชื้อ รวมไปถึงเสียชีวิต นั้น แพทย์หญิงอภิสมัยระบุว่า ในทางสาธารณสุขระบุว่า ยังมีความเป็นไปได้ โดยมีข้อมูลจากทางสหรัฐอเมริกา มีรายงานใน Los Angeles มีจำนวนประชากรฉีดวัคซีนไปแล้ว 4.5 ล้านคน ครบทั้ง 2 เข็ม ซึ่งอัตราการติดเชื้อยังมีอยู่ แต่พบว่าเป็นจำนวนที่ติดเชื้อค่อนข้างต่ำ แล้วพบกันเสียชีวิต 20 คนหรือ 0.004 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นข้อมูลระบุว่าแม้ว่าการฉีดวัคซีนครบ 2 โดส แต่ยังสามารถเป็นผู้ติดเชื้อผู้แพร่เชื้อ และอาจมีอาการทรุดลงป่วยหนักและเสียชีวิตได้ ซึ่งจากรายงานระบุว่ากลุ่มผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เป็นกลุ่มผู้เปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ซึ่งจำเป็นต้องกดภูมิคุ้มกัน หรือคนไข้ที่อยู่ในดงเชื้อระบาดกันอย่างรุนแรง

ขณะที่รายงานความคืบหน้าโครงการภูเก็ต sandbox ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตจะต้องใช้มาตรการคัดกรองเข้าพื้นที่เดียวกัน ตามคำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 3491/2564 ซึ่งต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสอย่างน้อย 14 วัน เป็นผู้หายป่วยจากโรค โควิด -19 มาแล้วไม่เกิน 90 วัน ได้รับการตรวจเชื้อ covid19 ด้วยวิธี แอนติเจน Test หรือ RT-PCR ต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นหมอชนะและยินยอมใช้แชร์โลเคชั่นตลอดเวลาที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ต ต้องแสดงเอกสารหลักฐานขั้นต้นต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อก่อนเข้าจังหวัดภูเก็ต สังเกตอาการด้วยตนเอง ตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคหากพบอาการป่วยหรือสงสัยว่ามีอาการป่วยโควิด -19 ให้พบแพทย์โดยด่วน

โดยในช่วงท้ายแพทย์หญิงอภิสมัยระบุว่า การใช้มาตรการเข้มข้นจะเริ่มในวันนี้และใช้ไปอีก 2 สัปดาห์ ซึ่งคาดหวังว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อหรือผู้เสียชีวิตน่าจะมีแนวโน้มในทางที่ลดลง แต่อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนและให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรฝ่ายความมั่นคง ที่พยายามให้มาตรการที่ออกมานั้นใช้อย่างมีประสิทธิภาพ