จัด “ชุดปฏิบัติการพิเศษเคลือนที่เร็ว” รุกถึงบ้านรับผู้ป่วยโควิด-19ตกค้าง อาการรุนแรงขึ้นเข้ารักษาทันที ไม่ต้องรอมีเตียงรองรับ
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 ก.ค.2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข นาวาเอก นพ. พิสิทธิ์ เจริญยิ่ง ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ด้านปฏิบัติการฉุกเฉิน โฆษกสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) กล่าวว่า ขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อมีจนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดปัญหาผู้ป่วยยังคงค้างอยู่ที่บ้านมีอาการรุนแรงมากขึ้น จนบางครั้งนำสู่การเสียชีวิตที่บ้าน เพื่อเป็นการแก้ปัญหานี้ ได้มีการสั่งการให้สพฉ.ดำเนินการจัดทีมปฏิบัติการพิเศษ เพื่อจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เมื่อรับรู้ว่ามีผูป้วยติดค้างที่บ้านและมีอาการุนแรงมากขึ้นจนถึงขั้นจะเป็นอันตราย ต้องนำผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยเร่งด่วน ไม่อาจที่จะรอคิว หรือรอให้มีการชี้บ่งได้ว่าจะได้รักษาที่รพ.ใด มีเตียงหรือไม่อย่างไร เพราะอาการรอไม่ได้ ซึ่งจะทีมเข้าไปอยู่จุดที่ผู้ป่วยอยู่ด้วยความรวดเร็วและให้การช่วยเหลือ และนำส่งรพ. โดยรพ.ที่ได้รับประสานจากทีมปฏิบัติการนี้ ต้องรีบเร่งดำเนินการรับตัวและให้การช่วยเหลือเบื้องต้นให้ดีที่สุด โดยเร็วที่สุด จะมีเตียงให้นอนต่อหรือไม่ก็ตาม โดยจะดำเนินการโอนย้ายไปยังรพ.ที่มีเตียงเพียงพอในลำดับถัดไป
แนวทางการดำเนินงานของชุดปฏิบัติการพิเศษ เพื่อการนำส่งเร่วด่วนกรณีโรคโควิด-19 1. ผู้ป่วยที่อยู่ในชุมชน ที่มีอาการแดง ส้ม เหลือง จะเป็นกลุ่มมีอาการและมีความเสี่ยงอาการรุนแรงขึ้นยื่นคำร้อง ซึ่งจะมีช่องทางในการเสาะหาคำร้อง เพื่อจัดทีมปฏิบัติการพิเศษเข้าไปให้การช่วยเหลือ และนำส่งรพ. โดยช่องทางข้อมูล จากภาคประชาสังคม เพจต่างๆ การส่งข้อมูลทางไลน์ เปิดคู่สายเพิ่ม 1668 ,1330, 1669 และเครือข่ายมูลนิธิจิตอาสาของสพฉ. จากนั้น ทีมสพฉ.รวบรวมข้อมูลและคัดกรองจัดลำดับ ชื่อนามสกูล เบอร์โทรและที่อยู่ จะปฏิบัติการ 24 ชั่วโมงในการประสานประเมิน อาการป่วยอยู่ในระดับใด ว่าจะได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแค่ไหน ผลการตรวจยืนยัน จากนั้นทีมปฏิบัติการพิเศษออกไปช่วยเหลือดูแลบนำส่งรพ.ทันที ปฏิบัติการ 24 ชั่วโมง โดยศูนย์เอราวัณรับผู้ป่วยสีแดง สพฉ.และเครือข่ายจิตอาสารับผู้ป่วยสีเหลือง และผู้ป่วยสีเขียวเข้าสู่กระบวนการตามที่สธ.กำหนด
“เมื่อรับผู้ป่วยติดค้างที่บ้านและมีอาการุนแรงมากขึ้นมาดูแลที่รพ.แล้ว จากนั้นจะส่งต่อไปเตียงที่ไหนก็จะมีการประสานอีกครั้ง จะดำเนินการไปตลอดจนกว่าจะบรรเทาความเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด โดยการนำส่งแบบเดิมในกทม.และปริมณฑลก็ยังคงอยู่ ควบคู่กับการที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ขยายเตียงมากขึ้น รองรับผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษามากขึ้น หรือพัฒนากระบวนการอื่นที่ครอบคลุมผู้ป่วยที่มากขึ้นอย่างครอบคลุมและเพียงพอ”นาวาเอก นพ. พิสิทธิ์กล่าว
นาวาเอก นพ.พิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่เม.ย.2564 สพฉ.ได้ระดมจิตอาสา ทรัพยากรที่มีทั้งบุคคล และอื่นๆ มาใช้ในพื้นที่กทม.และปริมณฑลเพื่อนำส่งผู้ป่วยที่มีผลยืนยันติดเชื้อจากที่บ้านไปส่งรพ.ปลายทางตามที่กรมการแพทย์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด รวมถึงปฏิบัติการในจ.ต่างๆทั่วประเทศที่มีความชุกของการระบาดมากขึ้น ทั้งนี้ ผลการดำเนินการที่ผ่านมาในการปฏิบัติการนำส่งผู้ป่วยไปยังรพ. สะสมตั้งแต่กลางเม.ย.-9 ก.ค.2564 จำนวน 10,735 ราย ส่วนหนึ่งวันที่ผ่านมา ดำเนินการสะสม 235 ราย จำนวนทีมที่ออกปฏิบัติการใน 1 วันที่ผ่านมา 24 ทีม โดยเป็นทีมจิตอาสาในเครือข่ายมูลนิธิภาคประชาชนที่ขึ้นทะเบียนและผ่านการอบรมเพื่อความปลอดภัยตามหลักสูตรสพฉ. ซึ่งการปฏิบัติตามพื้นที่ต่างๆ นำส่งจากบ้านไปรพ. มีทั้งผู้มีอาการเล็กน้อยและอาการมากขึ้น ส่วนรุนแรงช่วยเหลือพิเศษมีการประสานกับศูนย์เอราวัณ ในเขตกทม.และปริมณฑลให้เป็นผู้นำส่งไปรพ.






