background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

12 มิ.ย. วันต่อต้านการใช้ 'แรงงานเด็ก' สากล ย้อนดูปมปัญหาเด็กในโรงงาน 'ช็อคโกแลต'

12 มิ.ย. วันต่อต้านการใช้ 'แรงงานเด็ก' สากล ย้อนดูปมปัญหาเด็กในโรงงาน 'ช็อคโกแลต'

สรุปสถานการณ์การการใช้ "แรงงานเด็ก" ปี 2564 และย้อนดูปัญหาแรงงานเด็กในอุตสาหกรรม "ช็อคโกแลต"

ช็อคโกแลต เครื่องดื่มยอดนิยมของคนทั่วโลก ที่ถูกผลิตจากเมล็ดคาเคา (Cacao) หรือที่เรียกว่าเมล็ดโกโก้ แต่ใครจะรู้ว่ารสชาติอันหอมมันที่เราหลงรัก กลับมีเบื้องหลังอันขมขื่นอย่างการใช้แรงงานเด็กในการผลิต 

  • แรงงานเด็ก เรื่องเด็กที่ไม่เล็ก 

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) รายงานสถานการณ์แรงงานเด็กปี 2564 พบว่า รงงานเด็กได้เพิ่มขึ้นเป็น 160 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งเพิ่มขึ้น 8.4 ล้านคนในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา โดยเด็กอีกหลายล้านคนกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงเนื่องจากผลกระทบของโควิด 19 

ทั้งนี้เมื่อสรุปผลการใช้แรงงานเด็กในด้านต่างๆ พบว่า

  • ร้อยละ 70 (112 ล้านคน) อยู่ในภาคเกษตรกรรม
  • ร้อยละ 20 (31.4 ล้านคน) อยู่ในภาคบริการ 
  • ร้อยละ 10 (16.5 ล้านคน) อยู่ในภาคอุตสาหกรรม

รวมถึงแรงงานเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 5  - 11 ปี เกือบร้อยละ 28 และ แรงงานเด็กอายุตั้งแต่ 12 – 14 ปี ร้อยละ 35 เป็นเด็กที่ไม่ได้เรียนหนังสือ 

นอกจากนี้เมื่อสรุปภูมิภาคที่มีอัตราการใช้แรงงานเด็ก พบว่าทางใต้ของทะเลซาฮาราในทวีปแอฟริกามีการใช้แรงงานเด็กเพิ่มขึ้น 16.6 ล้านคนในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา 

ในรายงานยังย้ำว่าเรื่องที่น่ากังวลสำหรับแรงงานเด็ก คือยังมีเด็กอีก 9 ล้านคนที่มีความเสี่ยงจะถูกผลักให้เป็นแรงงานเด็กภายในสิ้นปี 2565 จากผลกระทบของโรคระบาดโควิด-19 

  • ช็อกโกแลตเกี่ยวอะไรกับการใช้แรงงานเด็ก 

เมล็ดโกโก้กว่า 70% ถูกผลิตในประเทศแถบแอฟริกา ซึ่งคิดเป็น 2 ใน 3 ปริมาณการผลิตของทั้งโลก ประเทศผู้ส่งออกเมล็ดโกโก้รายหลักของโลก คือ อวอรี โคสต์ (30.4%) กานา (18.0%) อินโดนีเซีย (16.7%) กระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริการายงานว่าพบแรงงานเด็กกว่า 2.1 ล้านคน อยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตช็อคโกแลตในประเทศเหล่านี้

จากรายงานดังกล่าวทำให้ทั่วโลกโดยเฉพาะองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนเรียกร้องประเด็น แรงงานเด็กและความยากจนแก่บริษัทในอุตสาหกรรมช็อคโกแลตต่างๆ ได้แก่ เนสเล่ส์ โกดิวา เฟอร์เรโร เป็นต้นจนมีอนุสัญญาเรียกร้องให้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2543

ล่าสุดในปี 2562 กรีน อเมริกา หน่วยงานต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่าและการใช้แรงงานเด็ก เผยแพร่รายงานเกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานเด็กในอุตสาหกรรมการผลิตช็อคโกแลตว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ ยังไม่มีการจัดการเรื่องแรงงานเด็ก โดยแบรนด์ที่อยู่ในขั้นวิกฤติคือ แบรนด์ช็อคโกแลตหรู "โกดิวาอย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่แบรนด์นี้เท่านั้น แต่ยังมี  "เฟอร์เรโร" และ "มอนเดเลซ" ที่เข้าข่ายอีกด้วย

รายงานของกรีน อเมริกา ระบุว่า เด็กจากครอบครัวยากจนจากประเทศกานาและไอวอรี โคสต์ จำนวนมากถึง 1.6 ล้านคน ถูกนำไปเป็นแรงงานเก็บเมล็ดโกโก้และได้ค่าแรงวันละ 2 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าเป็นค่าครองชีพที่ถูกที่สุดในโลก ทั้งนี้เป็นการแสดงว่าการจัดการแรงงานเด็กในประเทศยากจนในอุตสาหกรรมล้มเหลว 

ทางด้านโกดิวาออกมาตอบโต้รายงานดังกล่าวว่า "ที่ผ่านมาโกดิวาได้ออกกฎทำข้อสัญญากับทางผู้ผลิตโกโก้ที่เป็นบุคคลที่สามอย่างชัดเจนตามมาตรฐานของโกดิวา ซึ่งระบุว่า ห้ามให้มีการบังคับใช้แรงงานเด็ก"

ที่ผ่านมาบริษัทผู้ผลิตช็อคโกแลตและบริษัทโกโก้หลายแห่งได้รวมตัวกันเพื่อยกระดับมาตรฐานของโกโก้ที่ผ่านการรับรองด้านจริยธรรมในการผลิต แต่ทางด้านของกรีน อเมริกา กล่าวว่า การรับรองโกโก้ในเรื่องของจริยธรรมนั้นไม่เพียงพอ บริษัทผู้ผลิตช็อคโกแลตและโกโก้เหล่านี้ต้องคำนึงถึงความยั่งยืนและการยกระดับรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ด้วย

ตามการอ้างอิงของหน่วยงานโกโก้นานาชาติระบุว่า เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ในแอฟริกานั้นต่างมีรายได้ที่ต่ำกว่าเส้นความยากจนของธนาคารโลก โดยมีรายได้ต่ำกว่า 2 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน รวมไปถึงมีการใช้แรงงานเด็กในอุตสาหกรรมการปลูกโกโก้ด้วยเช่นกัน

ทางด้านประเทศกานาและไอวอรีโคสต์กล่าวว่า "ที่ผ่านมาบริษัทโกโก้ให้ความสำคัญกับแผนงานความยั่งยืนของตนเอง มากกว่าแผนการจ่ายเงินที่เป็นค่าครองชีพตามที่ประเทศต่างๆ เพื่อบรรเทาความยากจนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้"

ที่มา :  รายงานสถานการณ์แรงงานเด็ก องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ)