วันนี้ ศบค.รายงานยอดผู้ติดเชื้อ "โควิด-19" เฉพาะในกรุงเทพฯ พบติดเชื้อพุ่ง 1,582 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมในการระบาดระลอกใหม่สูงถึง 7,097 ราย เมื่อ กทม.ระบาดหนักขนาดนี้ รัฐจะพิจารณา "ล็อคดาวน์" หรือไม่?
จากการแถลงข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 และมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ของ ศบค. วันนี้ (24 เม.ย.) หนึ่งในประเด็นที่น่าตกใจคือ ยอดผู้ติดเชื้อโควิดในพื้นที่ "กรุงเทพฯ" พุ่งสูงกว่าทุกๆ ผ่านมา ทำเอาหลายคนอยากรู้ว่า ศบค. จะยกระดับมาตรการควบคุมการระบาดอย่างการประกาศ "ล็อคดาวน์" หรือไม่?
ในเบื้องต้น นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิณ โฆษกศบค. แถลงข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 วันนี้ภาพรวมทั่วประเทศ มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 2,839 ราย ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 53,022 ราย เฉพาะระลอกเมษายน สะสม 24,159 ราย
อีกทั้ง มีรายงานผู้เสียชีวิต 8 ราย เสียชีวิตสะสม 129 คน เฉพาะระลอกเมษายน เสียชีวิต 35 รายแล้ว คิดเป็น 0.24% มีผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในระบบรวม 22,327 ราย แบ่งเป็นรักษาในรพ. 17,924 ราย, รักษาในรพ.สนามและที่อื่นๆ 4,403 ราย ขณะที่มีผู้ป่วยอาการหนัก 418 ราย, มีผู้ป่วยที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 113 ราย
ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉพาะในพื้นที่ "กรุงเทพฯ" และปริมณฑล วันนี้พบว่ามีการแพร่ระบาดในกทม.และปริมณฑล จำนวนมาก โดยใน กทม.มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,582 ราย ยอดสะสมผู้ติดเชื้อโควิดระลอกเมษายนในกทม. 7,097 ราย
จากยอดผู้ติดเชื้อในกรุงเทพฯ ที่พุ่งสูงดังกล่าว นำมาสู่ประเด็นคำถามที่ว่า หากไทย (โดยเฉพาะกรุงเทพฯ) ยังคงพบผู้ติดเชื้อพุ่งสูงกว่านี้ ศบค.จะมีมาตรการอะไรที่เข้มข้นกว่านี้ออกมาหรือไม่? เพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาด โดย นพ.ทวีศิลป์ ให้คำตอบว่า
เรื่องนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบค. ได้รับทราบข้อมูลอย่างใกล้ชิด ทีมคณะทำงานได้รายงานสถานการณ์ต่างๆ โดยตรงถึงนายกฯ ซึ่งนายกฯ ได้รับทราบและติดตามผลการประชุมคณะทำงานอย่างเป็นทางการ ในหลายๆ การประชุม ซึ่งนายกฯ ได้กล่าวว่า “พร้อมที่จะยกระดับ” ในการดูแลพี่น้องประชาชนชาวไทยในภาพรวม
แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ ข้อมูลชุดน้ำเข้าจะต้องมีการนำมาวิเคราะห์แยกแยะให้ชัดเจน ว่ากลุ่มก้อนไหนที่เป็นปัญหา และจัดการให้เฉพาะที่ อย่างในขณะนี้เป็นที่ชัดเจนว่าพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่ายังมีตัวเลขผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้น มีผู้ป่วยรอรับการบริการทางการแพทย์
ตรงนี้กำลังแก้ไขการบริหารจัดการที่ต้องทำให้ดีขึ้น ทำให้เคลียร์ เพื่อไม่ให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งทุกคนต้องช่วยกัน ใครเป็นกลุ่มเสี่ยงก็ต้องไม่เอาเชื้อไปแพร่ต่อให้คนในครอบครัว แล้วหาตัวเลขผู้ป่วยที่เป็นจริงมีเท่าไหร่
อีกทั้ง กิจการ-กิจกรรมต่างๆ ก็ต้องพิจารณาเพิ่มเติม อย่างวันนี้ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก ก็ได้ลิสต์กิจการ-กิจกรรมที่มีความเสี่ยงออกมา 7-8 กิจการ ซึ่งจะต้องเพ่งเล็งและถูกจัดการอย่างไรบ้าง ตรงนี้เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนมาก วันนี้ เลขาฯ ศบค. ระบุว่า ได้รับข้อสั่งการมาแล้ว แต่ต้องนำมาพิจารณาก่อน
ตอนนี้ยังอยู่ในห้วง 2 สัปดาห์ของมาตรการที่ทาง ศบค. ได้ประกาศไปตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นการยกระดับมาตรการใดๆ ก็ตามจะมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนอย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่างที่บอกไปว่า ถ้าเราจะยกระดับ เราต้องพิจารณาดูตามพื้นที่ ไม่ใช่ประกาศไปทั่วทั้งประเทศ
อย่างไรก็ตาม อาจพิจารณายกระดับเป็นพื้นที่เฉพาะ อาจเป็นกลุ่มพื้นที่ควบคุมสูงสุดหรืออะไรก็แล้วแต่ อยากให้ประชาชนรอเวลาสักนิด ตอนนี้ทางทีมฝ่ายยุทธศาสตร์ยังคงทำงานต่อเนื่องและคิดให้ละเอียดรอบคอบ แล้วจะมีข้อเสนอในเชิงมาตรการออกมาให้รับทราบกันอีกครั้งหนึ่ง





