เปิดจังหวัดที่ไม่สวม "หน้ากากอนามัย" ออกนอกเคหะสถานที่ เข้าข่ายผิดกฎหมาย ถูกจับและปรับ 2 หมื่นบาท เช็คที่นี่! พร้อมเปิดวิธีการใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง ทำอย่างไรบ้าง?
สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ในไทยเกิดขึ้นเป็นระลอกที่ 3 แล้ว ครั้งนี้เกิดจากคลัสเตอร์สถานบันเทิง การแพร่ระบาดครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และขยายวงกว้างไปในจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งครั้งนี้ผู้ติดเชื้อหลายรายแทบจะไม่มีการแสดงอาการเหมือนการแพร่ระบาดในครั้งก่อน และบางคนอาจมีการละเลยการสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันตัวเอง รวมถึงการไม่เว้นระยะห่าง
หากดูสถิติของศูนย์ข้อมูล COVID-19 (ข้อมูล ณ วันที่ 21 เมษายน 2564) จะพบว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อยังคงอยู่ในระดับสูง แตะหลักพันมาเป็นระยะเวลา 8 วันแล้ว โดยปัจจุบัน (21 เมษายน 2564) พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 1,458 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 46,643 ราย ขณะเดียวกันมีผู้เสียชีวิตแล้ว 110 ราย
ทั้งนี้ตัวเลขการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้หลายจังหวัดจำเป็นต้องออกมาตรการเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการขยายตัวมากขึ้นไปอีก เนื่องจากยังมีการเคลื่อนที่ของผู้คนที่ได้เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่มาตรการกักตัวหากเดินทางมาจากพื้นที่สีแดงหรือพ้นที่ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรงในบางจังหวัดแล้ว รวมถึงต้องมีการแจ้งและรายงานกับเจ้าหน้าที่ภายในจังหวัดนั้นๆ แล้ว
อีกหนึ่งมาตรการที่หลายจังหวัดได้ออกมาคือ การออกคำสั่งจังหวัดเข้มงวดการสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกจากเคหะสถาน หรือออกจากบ้าน 100% และมีการกำหนดบทลงโทษ หากผู้ใดฝ่าฝืน ถือเป็นความผิดตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
โดยมีจังหวัดที่เข้มงวดการสวมหน้ากากอนามัย หากไม่ปฏิบัติตามถือว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย ดังนี้
1.กาญจนบุรี
2.สุราษฎร์ธานี
3.ชัยภูมิ
4.ตรัง
5.ปัตตานี
6.ยะลา
7.นครศรีธรรมราช
8.นราธิวาส
9.สงขลา
โดยวิธีการใส่หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ถูกต้องนั้น จะใส่ด้านที่เป็นสีเข้มออกข้างนอก เนื่องจากจะช่วยกันน้ำและการแพร่ของเชื้อไวรัสที่มาจากสารคัดหลั่ง ทั้งละอองน้ำลาย น้ำมูก การจามหรือไอ
ซึ่งมี 8 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
1.ล้างมือให้สะอาด
2.นำด้านลวดอยู่ด้านบนตรงบริเวณจมูก นำสายคล้องเข้ากับหู
3.กดขอบลวดให้แนบกับสันจมูก ไม่ควรให้เหลือช่องว่างระหว่างหน้ากากกับใบหน้า
4.ดึงหน้ากากลงมาให้อยู่บริเวณใต้คาง
5.ไม่ต้องถอดหน้ากากระหว่างการสนทนากับผู้อื่น
6.เปลี่ยนหน้ากากเมื่อเปื้อน
7.ในการถอดทิ้งนั้น ให้จับบริเวณสายคล้องหู
8.การทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว ควรใส่ถุงพลาสติกก่อนทิ้งลงถังขยะที่มีฝาปิด





