background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'นวัตกรรมอวัยวะเทียม'ระดับพรีเมี่ยม ตัวช่วย 'ผู้พิการ'

'นวัตกรรมอวัยวะเทียม'ระดับพรีเมี่ยม ตัวช่วย 'ผู้พิการ'

จุฬาฯเปิด "นวัตกรรมอวัยวะเทียม"ระดับพรีเมี่ยม มาตรฐานสากล ช่วย"ผู้พิการ" เคลื่อนไหวร่างกาย เพิ่มคุณภาพชีวิต

จากข้อมูลกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เปิดเผยถึงสถานการณ์ผู้พิการในประเทศไทย (ข้อมูล เดือนมี..2564) พบว่า มี"ผู้พิการ"ทั้งหมด 2,092,595 คน โดยเป็น"ผู้พิการ"เพศชาย 1,091,845 คนหรือ 52.18% และเพศหญิง1,000,750 คน หรือ 47.82% โดยในจำนวนดังกล่าว มี "ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกาย" 1,043,192 คน หรือ49.87%

  • "ผู้พิการ"มากขึ้นทุกปี สะท้อนปัญหาสังคม

ทั้งนี้ คนพิการที่อยู่ในวัยทำงาน (อายุ 15 - 59 ปี) มี 857,253 คน แบ่งเป็น คนพิการในวัยทำงานที่ประกอบอาชีพ 207,169 คน 24.17 % ของจำนวนคนพิการวัยทำงานทั้งหมด คนพิการในวัยทำงานที่สามารถประกอบอาชีพได้แต่ยังไม่ได้ประกอบอาชีพ จำนวน 72,466 คน 8.45% คนพิการในวัยทำงานที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ (เนื่องจากพิการมากช่วยเหลือตนเองไม่ได้) 53,479 คน 6.24%

161849446463

ด้วยจำนวน"ผู้พิการ"มากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะ "ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกาย" และส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน ปัญหาที่ตามมาจึงไม่ใช่เพียงงบประมาณในการดูแลรักษา ช่วยเหลือ"ผู้พิการ"เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสังคม เศรษฐกิจ การขาดคนวัยแรงงานถือเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนประเทศ และที่สำคัญการนำเครื่องมือทางการแพทย์ อย่าง อวัยวะเทียม นำเข้าจากต่างประเทศ ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

"เครื่องมือทางการแพทย์และสุขภาพ"ที่นำเข้าจากต่างประเทศ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ครุภัณฑ์ และชุดตรวจ จากการสำรวจโครงสร้างอุตสาหกรรม"เครื่องมือทางการแพทย์และสุขภาพ"ไทยในปี 2563 สถาบันพลาสติก พบว่า ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทย มีอยู่ราว 513 ราย โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ (จากผู้ให้ข้อมูล 494 ราย) ส่วนใหญ่เป็นวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ 245 ราย (43%) ครุภัณฑ์ทางการแพทย์159 ราย (28%) การบริการสนับสนุน 37 ราย (6%) น้ำยาและชุดวินิจฉัย 36 ราย (6%) และอื่นๆ 96 ราย (17%) ทั้งนี้ ผู้ประกอบการบางรายมีการประกอบธุรกิจมากกว่า 1 ประเภท และ 1 ผลิตภัณฑ์ จึงอาจเกิดการนับซ้ำ

161850122522

  • วิศวะจุฬาฯ“นวัตกรรมอวัยวะเทียม"คุณภาพพรีเมี่ยม

ในงานเสวนา CHULA the Impact ครั้งที่ 4 "นวัตกรรมอวัยวะเทียม"ระดับโลกฝีมือคนไทย เพื่อนำเสนอนวัตกรรมอวัยวะเทียม จัดโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.ดร.ไพรัช ตั้งพรประเสริฐ ผู้ร่วมพัฒนานวัตกรรมอวัยวะเทียมจากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึงนวัตกรรม เท้าเทียมไดนามิก ว่าเท้าเทียมไดนามิกเป็นผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่พัฒนาขึ้น อยู่ในช่วงการทดลองทางคลินิก (clinical trial) ระยะที่2 ซึ่งเป็นเท้าเทียมที่มีข้อเท้า ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติกว่าเท้าเทียมที่ผลิตจากไม้ที่ใช้กันอยู่ทั่วไป เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ

จากการสำรวจข้อมูลและลงพื้นที่ พบว่า มีผู้พิการขาและเท้าประมาณ 40,000 กว่าคน และ 99% จะใส่เท้าเทียมที่คุณภาพไม่ดี โดยเป็นเท้าเทียมที่ทำจากไม้ หุ้มด้วยยางและไม่มีข้อเท้า ทำให้การใช้งานไม่ได้เต็มประสิทธิภาพเหมือนคนปกติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จึงร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และศิริราชพยาบาล คิดค้นพัฒนาเท้าเทียมไดนามิก หรือเท้าเทียมพรีเมี่ยม ที่จะทำให้ผู้สวมใส่สามารถกระดกเท้า หมุนเท้า เดินวิ่งได้เหมือนคนปกติ ช่วยในการเคลื่อนไหวร่างกายทำให้ผู้พิการสามารถใช้ชีวิตได้มีคุณภาพ ทำงาน ช่วยเหลือตัวเองได้ผศ.ดร.ไพรัช กล่าว

161849398051

ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่ใช้ "เท้าเทียมไดนามิก" ประมาณ 1% ของประชากรผู้พิการ นำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งหมดราคาค่อนข้างสูง ขณะที่ผู้พิการเท้าส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย เท้าเทียมไดนามิก ที่คิดค้นขึ้น เป็นการใช้วัสดุที่ได้มาตรฐาน มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา มีการออกแบบดีไซต์ให้หมุนข้อเท้าได้ ผ่านการทดสอบในคนและได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO10328 จากห้องแล็ปจากประเทศเยอรมนี และมาตรฐานอื่นๆ ซึ่งในขณะนี้ได้มีการใช้งานจริงในหลากหลายโรงพยาบาล

ทั้งนี้ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เน้นการออกแบบเครื่องมือแพทย์เพื่อผู้สูงอายุและผู้พิการ โดยต้องเป็นอุปกรณ์ที่เน้นความปลอดภัย มาตรฐานสากล ระดับโลก มีการพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ที่ใช้ทางการแพทย์ทั้งในและนอกร่างกาย โดยขณะนี้มีการพัฒนากลไกข้อเข่าเท้าเทียมไดนามิก และข้อสะโพกเทียมสำเร็จแล้วแต่ไทยยังไม่มีสถาบันที่รับรองเครื่องมือแพทย์มาตรฐานระดับโลก ต้องส่งเท้าเทียมไปตรวจมาตรฐานที่เยอรมนีต้องใช้เงินประมาณ 5-10 ล้าน รวมถึงต้องผ่านมาตรฐาน การรับรองในทุกขั้นตอนซึ่งต้องใช้เวลานาน หากไทยสามารถผลิตเท้าเทียมได้เอง จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าจากต่างประเทศได้ถึง 10 เท่า

  • นวัตกรรม "3D Printing" ผลิตอวัยวะเทียม

ด้าน ผศ.ดร.เชษฐา พันธ์เครือบุตร จากภาควิชาวิศวกรรมโลหการ "คณะวิศวกรรมศาสตร์" และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัทMeticuly ได้นำนวัตกรรม กะโหลก ใบหน้าและขากรรไกรเทียม ที่ผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยี "3D Printing"มานำเสนอโดยเน้นไปที่กระบวนการการผลิตกระดูกเทียมที่มีความแข็งแรง ออกแบบด้วยความแม่นยำสูง เพื่อให้เข้ากับความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของคนไข้ ช่วยยกระดับ"นวัตกรรมทางการแพทย์"ของไทยให้สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้อย่างทัดเทียม

ขณะนี้มีผู้ป่วยที่ต้องใช้กะโหลก ใบหน้าและขากรรไกรเทียมมากกว่า 1 แสนราย และมีการนำผลิตภัณฑ์อวัยวะเทียม ไปใช้แล้วกว่า 350 ราย เพราะการผลิตด้วยเทคโนโลยี3D Printing แม้จะได้ไซต์ตามที่ต้องการเหมาะกับผู้ป่วยไม่ต้องไปพึ่งพาไซต์จากต่างประเทศ แต่ต้องใช้เวลาในการในการออกแบบให้เหมาะสม น้ำหนักเบา มีความแข็งแรงและเหมาะกับการใช้ชีวิตของคนๆ นั้น ซึ่ง Meticuly จะมุ่งเน้นเรื่องของการพัฒนานวัตกรรม และความเป็นไปได้อื่นๆในการใช้เทคโนโลยี "3D Printing"เพื่อการผลิตกระดูกเทียมในอนาคต อันนำไปสู่การรักษาโรคที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายแม่นยำ และเหมาะกับสรีระของผุ้ป่วย อวัยวะเทียมจึงมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับผู้ป่วยผศ.ดร.เชษฐา กล่าว

161850118923

แพทย์ผู้ใช้งาน นพ.ชินดนัย หงสประภาส จากภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่ามีความจำเป็นอย่างมากในการใช้ "นวัตกรรมกระดูกเทียม"ในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งกระดูก ซึ่งปัจจุบันทางคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย นำนวัตกรรมจากต่างประเทศ ราคาประมาณ 400,000-500,000 บาทต่อชิ้น จึงรักษาได้เฉพาะกลุ่ม การที่ไทยจะผลิต "นวัตกรรมอวัยวะเทียม" นอกจากลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วย ผู้พิการได้เข้าถึงอวัยวะเทียมมากขึ้น

นวัตกรรมชิ้นส่วนทดแทนกระดูก มีประโยชน์อย่างมากในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งกระดูก โดยต้องผ่าตัดกระดูกบริเวณที่เป็นมะเร็งออกไปและต้องหาวัสดุมาทดแทนที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ วัสดุที่ได้รับการยอมรับกันคือการใช้ข้อโลหะเทียมชนิดพิเศษซึ่งสามารถทำให้ผู้ป่วยใช้งานแขนหรือขาได้ทันที แต่วัสดุดังกล่าวต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาที่สูงมาก รวมถึงไม่สามารถเบิกจ่ายจากสิทธิการรักษาได้ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาวิธีนี้ นวัตกรรมชิ้นส่วนทดแทนกระดูกที่คิดค้นและพัฒนาขึ้น จึงเป็นทางเลือกที่ดีมาก ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงวัสดุทดแทนกระดูกที่มีคุณภาพ ในราคาที่สมเหตุผลนพ.ชินดนัย กล่าว