สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดช่องทางพิเศษในการขึ้นทะเบียน "วัคซีนโควิด 19" สำหรับภาคเอกชน
"สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)" ยืนยันว่าเอกชนสามารถดำเนินการได้ แต่ขอให้นำ "วัคซีนโควิด 19" ที่จะนำเข้ามา "ขึ้นทะเบียน" กับอย.ให้ถูกต้อง ซึ่งหากมีข้อมูลและเอกสารครบถ้วนตามที่อย.กำหนดก็จะพิจารณาการ "ขึ้นทะเบียน" ได้ตามข้อกำหนด
หากรพ.เอกชน จะนำเข้าวัคซีน 2 ยี่ห้อที่มีการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยแล้ว คือ "ซิโนแวค"และ "แอสตร้าเซนเนก้า" ก็ให้นำเอกสารมาแจ้งที่กรมควบคุมโรค(คร.) เพื่อรับทราบข้อกำหนด หลักเกณฑ์ ข้อบังคับกระบวนการฉีด และการเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นหลังการฉีดวัคซีนโควิต 19 โดยจะต้องดำเนินการในหลักเกณฑ์เดียวกับการฉีดในสถานพยาบาลของรัฐ
- รพ.เอกชนยังไม่ขึ้นทะเบียนวัคซีน
อย่างไรก็ตามจนถึง ขณะนี้มีบริษัทผลิต "วัคซีนโควิด19" ที่มายื่นขึ้นทะเบียนกับ "สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)" 4 บริษัท โดยมี 2 บริษัทได้รับทะเบียนแล้ว คือ วัคซีน "แอสตร้าเซนเนก้า" ที่นำเข้าโดยบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด และวัคซีน "ซิโนแวค" ที่องค์การเภสัชกรรมเป็นผู้นำเข้า
ส่วนวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้มีการยื่นเอกสารครบ 100 % แล้วอยู่ระหว่างการพิจารณา และบริษัท บารัต ของประเทศอินเดียเอาเอกสารมายื่นแล้วแต่ยังไม่ครบถ้วน
“กรณีผู้รับอนุญาตนำเข้านั้น มีคนมาขออนุญาตตรงนี้จำนวนมาก รวมถึงรพ.เอกชนด้วย แต่ข้อสำคัญคือต้องมาขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด19 ที่จะนำเข้าให้ได้ ซึ่งตรงนี้รพ.เอกชนยังไม่มีการมาขึ้นทะเบียนวัคซีนแต่อย่างใด”นพ.ไพศาลกล่าว
“ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ” หัวหน้าศูนย์เชี่ยววชาญด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไขข้อข้องใจ เรื่อง“วัคซีนโควิด 19"ที่ไม่ให้ภาคเอกชน นำเข้า ว่า “วัคซีนโควิด-19” ในปัจจุบัน ทั่วโลก จะ“ขึ้นทะเบียน”แบบใช้ใน ภาวะฉุกเฉินEUA (Emergency Use Authorization)เกือบทั้งหมด ดังนั้น การใช้ในแต่ละประเทศ รัฐบาลของแต่ละประเทศจะต้องรับผิดชอบเอง บริษัทผู้ผลิตจึงจะไม่เจรจากับภาคเอกชนและไม่เข้ามารับผิดชอบร่วมด้วย ในกรณีที่เกิดมีอาการแทรกซ้อน หรืออาการไม่พึงประสงค์
ดังนั้น ทางออกที่จะให้ภาคเอกชน ได้ร่วมจัดซื้อ ลงทุน หรือบริการวัคซีน ช่วยภาครัฐได้ จะต้องรวมตัวกัน เจรจากับภาครัฐ และทางฝ่ายรัฐ หรือตัวแทนภาครัฐ จะต้องเป็นคนเจรจากับบริษัทวัคซีน ต้องรับรอง หรือมีเงินกองทุน รับผิดชอบ กรณีมีปัญหาของวัคซีน
- คาดมี“วัคซีนอย่างน้อย7บริษัท
“ดร.ภก.นรภัทร” ปีสิริกานต์ รกน.ผอก.ผลิตวัคซีน จากไวรัส องค์การเภสัชกรรม ระบุว่า ในปี 2564ว่า เป็นที่คาดการณ์ไว้ว่าในปีนี้จะมี“วัคซีนโควิด 19” เข้ามาไทยอย่างน้อย 7 บริษัท ที่ได้ทะเบียนฉุกเฉินอายุ 1 ปี ณ ขณะนี้มี 2 แหล่งคือ 1.แอสตร้าเซเนกา และ 2.Sinovac
ส่วนอีก 5 แหล่งที่เหลือตาม timeline น่าจะประกอบด้วย 3.Moderna,4.จอห์นสัน แอนด์จอห์นสัน ,5.Sinopharm,6.Novavaxและ 7.Pfizer ส่วนความเร็วในการได้“ขึ้นทะเบียน”จะมีของส่งให้ไทยได้หรือเปล่านั้น ขึ้นกับหลายๆปัจจัยทั้งกลไกราคา อุณหภูมิการเก็บรักษา การสั่งจองล่วงหน้า (Advance purchase agreement)รวมทั้งความสัมพันธ์ทางการทูต
- ไทยฉีดแล้ว30%เป้าแสนคน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเทศไทยได้มีการฉีด“วัคซีนโควิด19” ไปแล้ว 30% จากเป้าหมาย 1 แสน 1 หมื่นราย และยังไม่พบการแพ้อย่างรุนแรง
“นพ.เฉวตสรร นามวาท” รักษาราชการแทน ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้มีการฉัดวัคซีนไปแล้วเกือบ 3 หมื่นราย จากเป้าหมายทั้งหมดประมาณ 1 แสน 1 หมื่นราย ทั่วประเทศ จากวัคซีน 2 แสนกว่าโดส ซึ่งคิดเป็นประมาณ 30% แล้ว ซึ่งจะฉีดครบตามเป้าหมายอีกประมาณ1เดือนครึ่ง และที่ผ่านมา มีรายงานผู้มีอาการไม่พึงประสงค์ 900 กว่าราย






