โซนแดงโควิด-19ในไทยมี 5 จังหวัด ขณะที่พื้นที่พบผู้ป่วยรอบ28วันเหลือแค่ 19 จังหวัด ผุด “แพลตฟอร์มไทยชนะ”สร้างคิวอาร์โค้ดเฉพาะร้าน คนใช้บริการต้องสแกนเข้า-ออก หวังติดตามผู้สัมผัสกรณีพบคนติดเชื้อได้เร็ว ตัดวงจรระบาด
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณืโรคโควิด-19 กล่าวว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย เป็นผู้ป่วยกลุ่มอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกังกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ โดยเป็นชายไทย อายุ 39 ปี อาชีพรับจ้าง ภูมิลำเนาจ.เชียงใหม่ ทำงานที่จ.ภูเก็ต เดินหลับบ้านที่จ.เชียงใหม่เมื่อวันที่ 2 พ.ค.2563 พร้อมลูกและภรรยา โดยผู้ติดเชื้อรายนี้ไม่ได้มีอาการแสดงใดๆ แต่ได้รับการตรวจหาเชื้อจากการดำเนินการของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)ในพื้นที่เชียงใหม่ ภาพรวมประเทศมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,018 ราย รักษาหายแล้ว 2,850 ราย ยังรักษาในรพ. 112 ราย และเสียชีวิตสะสม 56 ราย
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์โรคโควิด-19ของประเทศไทยเป็นรายจังหวัด มีจังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยใน 28 วันที่ผ่านมา 19 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สุพรรณบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา กระบี่ ชุมพร นราธิวาส ปัตตานี ภูเก็ต ยะลา และสงขลา จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยช่วง 28 วันที่ผ่านมา 49 จังหวัด และจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยมาก่อน 9 จังหวัด คือ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี อ่างทอง และสตูล
ขณะที่หากพิจารณาจากอัตราป่วยสะสม พบว่าเป็นพื้นที่สีเขียวเกือบทั้งประเทศ ยังมีจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดงคืออัตราป่วยสะสมมากกว่า 10 รายต่อแสนประชากรใน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ภูเก็ต ปัตตานี และยะลา ส่วนสีส้มเข้มอัตราป่วยสะสม5.1-10 รายต่อแสนประชากรมี 2 จังหวัด สีส้มอ่อน อัตราป่วยสะสม 1.1-5 รายต่อแสนประชากรมี18 จังหวัด สีเหลือง อัตราป่วยสะสม 0.1-1 รายต่อแสนประชากร มี 42 จังหวัด และสีเขียว อัตราป่วยสะสม 0 รายต่อแสนประชากร มี 10 จังหวัด
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวด้วยว่า ส่วนหนึ่งของการปรับตัวเข้าสู่ชีวิตวิถีใหม่(New Normal) ซึ่งเป็นสิ่งที่ศบค.ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ จึงมอบหมายให้ทีมทำงานที่เกี่ยวข้องสร้างแพลตฟอร์มชื่อไทยชนะขึ้น โดยแพลตฟอร์มนี้ผู้ประกอบการในกิจการนั้นๆจะต้องเข้าไปลงทะเบียนออนไลน์แล้วจะได้คิวอาร์โค้ดที่เป็นของกิจการมา จากนั้นนำมาติดไว้หน้าร้านหรือสถานประกอบการ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการในกิจการนั้นใช้โทรศัพท์มือถือสแกนคิวอาร์โค้ดเมื่อเข้า-ออกจากร้าน ซึ่งจะทำให้รู้ว่ากรณีที่เกิดมีผู้ติดเชื้อขึ้นในร้านนั้น จะต้องมีผู้ที่ต้องเฝ้าระวังในการติดเชื้ออีกจำนวนเท่าไหร่ ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถค้นเจอได้อย่างรวดเร็วและตัดวงจรการแพร่ระบาดได้เร็วที่สุด
นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้ที่จะไปใช้บริการสามารถรู้ได้ว่าร้านที่จะไปใช้บริการในช่วงเวลานั้นมีผู้ใช้บริการเต็มจำนวนแล้วหรือไม่ จะได้ไม่ต้องไปใช้บริการเพื่อลดความแออัด รวมถึง กรณีห้างสรรพสินค้าที่จะมีการเปิดโซนให้บริการมากขึ้นด้วย สามารถตรวจสอบได้จากแพลตฟอร์มนี้ก่อนว่า ช่วงเวลานั้นๆมีผู้เข้าใช้บริการเต็มจำนวนที่กำหนดแล้วหรือไม่ และประชาชนยังสามารถใช้แพลตฟอร์มนี้ในการให้เรตติ้งกับร้านที่ไปใช้บริการได้และหากพบไม่น่าพึงพอใจก็สามารถตรวจสอบร้านได้ด้วย ส่วนคนที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือในการที่จะสแกนคิวอาร์โค้ด ส่วนของผู้ประกอบการก็อาจจะต้องใช้การลงทะเบียนด้วยการเขียนควบคู่ไปด้วย
“ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะในการเช็คอินเข้า-ออกการใช้บริการแต่ละร้านนั้น จะใช้เพียงแค่เบอร์โทรศัพท์เท่านั้นเพื่อใช้สแกนคิวอาร์โค้ดของร้าน ที่สำคัญข้อมูลทั้งหมดจะอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้ดูแลเรื่องสุขภาพเท่านั้น เหล่านี้เป็นเรื่องที่คิดหลายชั้นหลายกระบวนการ ทั้งหมดต้องการให้สามารถค้นหาผู้ที่สัมผัสคนที่ติดเชื้อได้อย่างรวดเร็วที่สุด เมื่อพบมีคนติดเชื้อเข้าใช้บริการในกิจการใด ซึ่งการติดตามตัวผู้ติดเชื้อและผู้สัมผัสได้เร็วก็จะช่วยให้สามารถตัดวงจรการแพร่ระบาดได้เร็วด้วย คล้ายกับกรณีที่สถานทบันเทิงย่านอิแทวอน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อพบผู้ติดเชื้อ 1 ราย ก็สามารถระบุได้ทันทีว่ามีผู้ใช้บริการในสถานบันเทิงนั้นที่จะต้องข้ารับการตรวจและเฝ้าระวังโรคจำนวนกี่คน เป็นต้น”นพ.ทวีศิลป์หล่าว





