ศบค.เผยไทยมีอัตราติดเชื้อ 1.05 % ปัจจัยเสี่ยง 10 อันดับ ทำคนไทยติดโควิด-19สูงสุด ย้ำเจอในสถานที่แออัดยังต้องระวัง หลังผ่อนปรนกิจการ ยกกรณีเกาหลีใต้ เป็นตัวอย่าง เชิญชวนทุกกิจการเสนอข้อคิดเห็นมาตรการคลายล็อค ผ่านสำนักนายกฯ
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กล่าวว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย โดยเป็นผู้ป่วยที่มีปนะวัติสัมผัสกัฐปผ็ป่วยยืนยัน รายแรก หญิงไทย อายุ 19 ปี มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยในครัวเรือนคือพี่สาวพี่เชย และหลานสาว เริ่มป่วยด้วยอาการไข้ ถ่ายเหลว ในวันที่ 5 พ.ค. และรายที่ 2 หญิงไทย อายุ 51 ปี มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน ภาพรวมประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,017 ราย รักษาหายแล้ว 2,798 ราย ยังรักษา 163 ราย และเสียชีวิตสะสม 56 ราย แม้ตัวเลขต่ำมากแต่ยังไม่เป็น 0 รายก็ยังไม่น่าไว้วางใจ
ปัจจัยเสี่ยงช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ศูนย์กักกัน ผู้ต้องกัก 23 ราย 2. การค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกและค้นหาผู้ติดเชื้อในชุมชน 18 ราย 3.สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้า 16 ราย 4.ผู้ที่เดินทางมาตากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันของรัฐ(State Quarantines) 12 ราย และ5.ไปสถานที่ชุมชน เช่น ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว 3 ราย ซึ่งในข้อที่ 5 แม้จะเจอน้อยแต่เป็นสิ่งที่ต้องระวัง เพราะประเทศไทยจะมีการยขยายมาตรการผ่อนปรนกิจการ/กิจกรรมสู่ระยะที่ 2 แม้จำนวนผู้ป่วยรายใหม่แต่ละวันจะเป็นเลขหลักเดียว แต่มีบทเรียนให้เห็นจากประเทศเกาหลีใต้ ที่เจอผู้ติดเชื้อเพียงคนเดียว แต่ขยายเป็นเจอคนติดเชื้อแล้ว ณ วันที่ 12 พ.ค.2563 จำนวน 94 ราย
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า ส่วนปัจจัยเสี่ยง 10 อันดับจากที่พบผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศไทย ได้แก่ 1.สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ 1,182 ราย 2.อาชีพเสี่ยง เช่น ทำงานในสถานที่แออัด 284 ราย 3.สนามมวย 276 ราย 4.คนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ 270 ราย 5.สถานบันเทิง 226 ราย 6.คนต่างชาติเดินทางมาจากต่างประเทศ 125 ราย 7.ไปสถานที่ชุมชน เช่น ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว 101 ราย 8.พิธีกรรมทางศาสนา 99 ราย 9.บุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข 96 ราย และ10.ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันของรัฐ(State Quarantines)90 ราย
“สิ่งที่ประเทศไทยจะต้องเรียนรู้จากประเทศเกาหลีใต้ คือ จากการที่พบผู้ติดเชื้อ 1 คน ซึ่งไปเที่ยวในสถานบันเทิงย่านอิแทวอน ทำให้มีตัวเลขรายงานการระบาดรอบ 2 ณ วันที่ 12 พ.ค.2563 พุ่งขึ้นเป็น 94 ราย นี่คือตัวอย่างของประต่างประเทศที่มีมาตรการผ่อนคลายไป แต่มีตัวเลขกลับมาเจอระบาดซ้ำ และหวังว่าประเทศไทยจะไม่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันกลับมาเป็นเลข 2 หลัก เพราะฉะนั้นการผ่อนคลาย ระหว่างการเปิดกิจการกับตัวเลขผู้ป่วยต้องสมดุลกัน”นพ.ทวีศิลป์กล่าว
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวด้วยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)รายงานข้อมูล ณ วันที่ 8 พ.ค. 2563 ประเทศไทยมีการตรวจตัวอย่างยืนยันเชื้อทางห้องปฏิบัติการ(ห้องแล็บ)แล้วกว่า 286,008 ตัวอย่าง คิดเป็น 4,294 ตัวอย่างต่อล้านประชากร พบผู้ติดเชื้อ 3,000 ราย ประเทศไทยมีอัตราติดเชื้อ 1.05 % ซึ่งเป็นอัตราการตรวจยืนยันทางห้องแล็บที่ไม่น้อย มากกว่าไต้หวัน เวียดนาม ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เป็นต้น
“กรณีที่ร่างกิจการ/กิจกรรมที่จะมีการผ่อนปรนในระยะ 2 อย่างเช่น กรณีรายการบันเทิง ที่กำหนดให้ออกกองได้ไม่เกิน5 คนนั้น ย้ำว่าข้อกำหนดนี้ยังไม่เป็นข้อยุติเป็นเพียงข้อร่าง ถ้าผู้ประกอบกิจการกิจกรรมใดมีเหตุผลอย่างไร สามารถปรึกษาและนำเสนอให้คณะกรรมการเป็นข้อเสนอจากกิจการ/กิจกรรมได้ โดยศบค.มีจุดรับข้อเสนอที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สามารถนำเสนอได้ เพื่อหามาตรการที่เหมาะสมร่วมกันในการผ่อนปรนมาตรการให้กับกิจการ/กิจกรรมต่างๆต่อไป”นพ.ทวีศิลป์กล่าว






