เทศบาลทุ่งหัวช้าง ประสาน 4 หน่วยงานขับเคลื่อนหลัก สกัดโควิด-19 พร้อมเปิดสายด่วนบริการ199 งัดมาตรการดูแลเข้มออกบัตรประจำตัวคัดกรองกลุ่มเสี่ยงติดตาม 14 วัน ผุดจิตอาสาโควิดบทบาทสำคัญทำงานร่วมประสานฝ่าวิกฤต ลุยทำงานต่อเนื่อง
นายอภิชัย ปวงมาลัย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข กองสาธารณสุข เทศบาลทุ่งหัวช้าง อ.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน กล่าวถึงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่ ว่า ขณะที่ในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 อบต.ทุ่งหัวช้าง ได้ทำงานร่วมกันทั้ง 4 หน่วยงาน คือ เทศบาล ท้องที่ โรงพยาบาลทุ่งหัวช้าง และภาคประชาชน ทั้งในด้านนโยบายและปฏิบัติการ โดยมีมาตรการเริ่มต้นตั้งแต่มีกระแสการติดเชื้อไวรัสโควิด หลังจากนั้นได้มีมาตรการร่วมกัน คือ
1.มาตรการกักตัวทุกคนที่เดินทางกลับเข้ามาในพื้นที่ เช่น เดินทางกลับจากต่างประเทศ ต่างจังหวัด กรุงเทพมหานคร และจังหวัดที่มีความเสี่ยง
2.เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม. จะทำหน้าที่ในการเข้าไปดูแลเฝ้าระวังตลอด14 วัน
3. ตั้งจุดคัดกรองประจำหมู่บ้าน มีการให้บัตรประจำตัวทุกคนมาจากนอกพื้นที่
4.ปิดสถานทีบันเทิง ไม่มีการให้นั่งรับประทานอาหาร ทุกคนต้องซื้อกลับไปกินที่บ้าน
5.ในระดับเจ้าหน้าทีส่วนราชการมีการผลัดกันมาทำงาน โดยให้ทำงานวันเว้นวัน ทำงานที่บ้าน
6.แจกอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย และอบรมให้ความรู้ โดยแจกเจลแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัยโดยมีการจัดจ้างทำ เพื่อนำมาแจกจ่ายให้ชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ให้ครบจำนวน โดยจุดบริการแจกจ่ายมีไว้ที่จุดคัดกรองประจำหมู่บ้าน และอบรมให้ความรู้ ในการทำหน้ากากอนามัย ข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสโควิด ในการดูแลเอง วิธีการป้องกันทั้งตัวเองและผู้อื่น
7.มาตรการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร รณรงค์ มีทั้งผ่านโซเชียลมีเดีย (เฟซบุ๊ก) และสื่อสารผ่านช่องทางวิทยุชน เสียงตามสายประจำหมู่บ้าน เพื่อให้การกระจายข่าวสารครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด
“ในการทำงานทั้ง 4 หน่วยงานมีการประชุมร่วมกันเพื่อให้การทำงานไปในทางเดียวกัน โดยมีมาตรการระดับตำบล ชุมชน หมู่บ้าน โดยในการดูแลกลุ่มเสี่ยงเป็นหน้าที่หลักของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุ่งหัวช้าง อสม. และเทศบาล ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกในการดูแลมาตรการความปลอดภัย หรือการบังคับตรวจตราในพื้นที่ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนภาคประชาชน โดยผู้นำท้องถิ่นได้มีการตั้งจุดคัดกรองแต่ละหมู่บ้าน และมีจิตอาสาโควิดในพื้นที่” นายอภิชัย ระบุ
นายอภิชัย กล่าวด้วยว่า ได้มีการวางมาตรการเข้มข้น และค้นนวัตกรรมมาใช้งานแทบทุกรูปแบบ โดดเด่นที่สุดคือการใช้บัตรคัดกรองสำหรับกลุ่มเสี่ยง ด้านหน้าเป็นชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ ประวัติ ขณะที่ด้านหลังมีตารางติดตามตัว 14 วัน เริ่มนับวันแรกตั้งแต่การผ่านจุดคัดกรองในพื้นที่ หากมีสถานการณ์เร่งด่วนสามารถโทรสายตรง 199 ของเทศบาล เพื่อดำเนินการส่งต่อไปสู่โรงพยาบาลทุ่งหัวช้าง โดยทีมตำบล ทีมหมู่บ้าน และทีมอื่นๆ อีกมากมายล้วนทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว
“ขณะที่การเฝ้าระวัง ดูแลเคสกลุ่มเสี่ยง ทุกเคส ไม่ว่าจะที่มาจากต่างประเทศ ในประเทศ เจ้าหน้าทุกคน ที่ลงไปทำงาน ทุกคนมีอุปกรณ์ป้องกันตัวครบถ้วน รวมทั้งเทศบาลได้เพิ่มให้มีหน้ากากพลาสติกสำหรับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเทศบาลได้ช่วยกันทำและบริจาคไปยังโรงพยาบาลด้วย ขณะที่มาตรการในการดูแลพฤติกรรมของการพบปะสังสรรค์ ได้เน้นการประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือในช่วงดังกล่าวให้งดพบปะสังสรรค์งานประเพณี ส่วนงานศพ ซึ่งไม่สามารถหลีกเลียงได้การรวมกลุ่มคนจำนวนมากได้ ได้มีมาตรการให้เจ้าหน้าที่ลงไปให้ความรู้ และให้ทุกคนที่มาร่วมงาน ใส่หน้ากากอนามัย มีเจลบริการชาวบ้าน” นายอภิชัย กล่าว
เจ้าหน้าทีสาธารณสุขผู้นี้ ระบุด้วยว่า ในส่วนบทบาทของการติดตาม เก็บข้อมูล หรือ เยี่ยมบ้าน ได้กระทำการควบคู่ไปกับการให้ความรู้ อธิบายสาเหตุ ความเป็นมาเป็นไป เหตุใดจึงต้องมีมาตรการเพื่อดูแลป้องกัน ในการกักตัวเพื่อตัวเองและชุมชน เมื่อลงไปสังเกตการณ์ สังเกตอาการ จะมีเจ้าหน้าที่นำโดย จนท.จากเทศบาล และเจ้าหน้าที่ รพ. และอสม.ลงไป สำหรับการดำเนินการดูแลเคส ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่มีบ้านญาติ อยู่ใกล้กันสองหลัง จะไม่ให้มีการกักตัวอยู่บ้านเดียวกัน แต่จะอพยพญาติไปอยู่อีกหลัง และให้เคสกักตัวดูอาการอีกหนึ่งหลังแยกกันอย่างชัดเจน ส่วนในอนาคต กรณีที่เกิดเคสไม่มีญาติบ้านใกล้กัน ได้มีการคิดหาทางออกให้มีการส่งตัวกลุ่มเสี่ยง กักตัว ไปอยู่วัดบนดอย อันเป็นพื้นที่สาธารณะ ซึ่งมีพื้นที่อำนวยความสะดวกครบครัน มีห้องน้ำแยก
นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมล้างมือ สอนการล้างมือ 7 ขั้นตอนที่ถูกต้อง ถูกวิธีการใช้เจล ในการระวังอันตรายห้ามทาเจลแล้วไปทำอาหาร เปิดแก๊สเพราะอาจเกิดอันตรายได้ รวมทั้ง social distance มีการประชาสัมพันธ์ ควบคุม ดูแลตนเอง ทั้งคนในพื้นที และคนที่มาจากนอกพื้นที่ มีการทำงานร่วมกันเป็นทีมเวริ์ค ทั้งหมด ภาคประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ และผู้บริหารโรงพยาบาล และเทศบาล โดยมีการตั้งกลุ่มไลน์เฉพาะกิจในเรื่องโควิดขึ้น เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสาร ติดต่อ ปรึกษากัน
สำหรับการบริหารจัดการ การทำงานด้านจิตอาสานั้น นอกเหนือจากจิตอาสาโควิด ในพื้นที่ ที่ประจำอยู่ตามจุดคัดกรองประจำหมู่บ้าน ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าทีสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมประชุมหากสถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น ในการช่วยเหลือทั้งเรื่องอาหาร และอื่นๆเพื่อสนับสนุนการทำงานทุกภาคส่วน
“ขณะเดียวกันสำหรับชาวบ้านในพื้นที่ยังมองว่า เจ้าหน้าที่อสม.ก็ถือเป็นจิตอาสาที่สำคัญ เป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับวิกฤตไวรัสโควิด โดยเจ้าหน้าที อสม.เข้าไปดูแลครอบครัว ในอัตรา 1 ต่อ 10 ครอบครัว ครอบคลุมถึงการดูแลด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษา เป็นกำลังใจ ให้กับกลุ่มเสี่ยง กลุ่มที่ถูกกักตัว และครอบครัว ญาติมิตร ตลอดจนให้ความรู้ มาตรการล่าสุดที่ ประกาศ พรก.ฉุกเฉินจากรัฐบาล ในการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุ และเด็กเล็กที่อายุไม่ถึง 5 ขวบ” นายอภิชัย กล่าว
นายอภิชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า การทำงานของเครือข่ายจิตอาสาในชุมชน โดยเฉพาะ อสม. ซึ่งสถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้ยิ่งแสดงให้เห็นความสำคัญของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเจ้าหน้าที่ อสม. ถือเป็นจิตอาสาที่สำคัญ เป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับวิกฤตไวรัส COVID-19 มี อสม.เข้าไปดูแลแต่ละชุมชนและแม้ขณะที่ตัวเลขของผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจะลดลง แต่ชุมชนทุ่งหัวช้างก็ยังไม่วางใจ มีการประชุมหารืออย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกรณีสถานการณ์รุนแรงขึ้นเสมอ โดยมีการทำงานทั้ง On Ground และ Online มีการประชาสัมพันธ์วิธีดูแลตนเอง ทั้งคนในพื้นที และคนที่มาจากนอกพื้นที่ เราทำงานร่วมกันเป็นทีมเวิร์ค ทั้งภาคประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจ โรงพยาบาล และเทศบาล โดยมีการตั้งกลุ่มไลน์เฉพาะกิจเรื่อง COVID-19 ขึ้นมา เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสาร ติดต่อ และปรึกษากัน






