ไทยพร้อมร่วมจีนทดลองวัคซีนโควิดในคน คาด 3-4 เดือนมีวัคซีนนำเข้ามาทดลองในไทย
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า วัคซีนที่มีความก้าวหน้าที่สุด คือ ของจีน เนื่องจากเกิดโรคก่อน ซึ่งประเทศไทย โดย สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ได้มีการเข้าร่วมทดสอบวัคซีนในคนกับจีนด้วย โดยเข้าร่วมทั้ง 3 ระยะ จะทำให้เมื่อจีนสามารถผลิตวัคซีนได้ ประเทศไทยก็จะเป็นประเทศแรกๆในการที่จะสามารถเข้าถึงวัคซีน ส่วนจะเข้าถึงได้มากน้อยแค่ไหนก็อยู่ที่ปริมาณการผลิตของจีน
สำหรับการผลิตวัคซีนโดยคนไทย ก็ได้เริ่มมีการดำเนินการบ้างแล้ว และมีการเตรียมพร้อม ทั้งคน โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทั้งนี้เมื่อจีนสามารถผลิตวัคซีนได้ ไทยก็จะได้รับการถ่ายทอดทางเทคโนโลยี หรือหากมีการให้วัคซีนมาบรรจุเอง ก็มีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว เช่น โรงงานที่จ.ฉะเชิงเทรา ที่เป็นการร่วมทุนขององค์การเภสัชกรรมและเอกชน หรือหากจีนจะถ่ายทอดกระบวนการนั้น เบื้องต้นไทยเตรียมพร้อมไว้ด้วย เป็นต้น
นพ.สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า การผลิตวัคซีนของจีน มีความก้าวหน้าถึงขั้นมาทดสอบในคนแล้ว ซึ่งมีวัคซีนจากหลายบริษัท โดยระยะ ที่ 1 น่าจะทดลองในคนประมาณ 100 คน ระยะ 2 ประมาณ 1,000 คน และระยะ 3 ประมาณ 10,000 คน ซึ่งจากการระบาดของโรค น่าจะสามารถนำมาทดลองในไทยได้ภายใน 3-4 เดือน
การฉีดวัคซีนจะใช้ 2 มิติ คือ 1.ลดการเสียชีวิต จะฉีดในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว เด็กเล็ก เป็นต้น และ2.ลดการเจ็บป่วย จะฉีดในกลุ่มวัยทำงาน ในกลุ่มเมือง ที่พบว่ามีการติดเชื้อจำนวนมาก ซึ่งหากฉีดในกลุ่มนี้จะช่วยลดโอกาสการแพร่โรค อย่างไรก็ตามการจะฉีดในกลุ่มไหนต้องมีการประเมินอีกครั้ง ส่วนความต้องการวัคซีนตามหลักแล้วจะต้องฉีดให้ได้มากกว่า 60% แต่หากมีวัคซีนเหลือจำนวนมากก็จะฉีดให้ได้ 90%ขึ้นไปเป็นต้น






