สถานการณ์ที่ไทยเผชิญอยู่ แม้ไม่ประกาศปิดประเทศ แต่สภาพที่เป็นอยู่ปัจจุบันก็ใกล้เคียง หากตัวเลขคนติดเชื้อยังไม่นิ่งเสียที บางทีรัฐบาลอาจต้องทบทวนมาตรการ ทั้งนี้ถ้าคนไทยผนึกกำลัง ร่วมมือร่วมใจ ประเทศไทยก็จะผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้
สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 ยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทวีปยุโรปที่ยังสาหัส ประเทศอิตาลี มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ จำนวนเพิ่มขึ้น 427 ราย รวมเสียชีวิต 3,405 ราย ส่งผลให้ขณะนี้ อิตาลีมีจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่าจีนซึ่งอยู่ที่ระดับ 3,249 ราย อิตาลีใช้มาตรการปิดเมืองทั่วประเทศ และให้ประชาชนราว 60 ล้านคนอยู่แต่ในบ้าน ยกเว้นเหตุจำเป็น การประกาศปิดเมืองจะมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 3 เม.ย. ขณะที่เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกมาประกาศเตือนอาจมีประชาชนเสียชีวิตหลายล้านคนทั่วโลกจากโควิด-19 โดยเฉพาะในประเทศยากจน หากปล่อยให้ไวรัสระบาดลุกลามเหมือนไฟลามทุ่ง โดยไม่ร่วมมือหยุดยั้งการระบาดอย่างจริงจัง
ข้ามมาอีกซีกโลก ประเทศไทยบ้านเรา วันนี้การแพร่ระบาดลุกลามออกไปในหลายจังหวัดมากแล้ว นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงวานนี้ (20 มี.ค.) ว่า ในไทยมีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม 50 ราย รวมผู้ป่วยสะสมตอนนี้ 322 ราย ท่ามกลางความพยายามของภาครัฐในการออกมาตรการปิดสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ทั้งมีการประชาสัมพันธ์วิธีป้องกัน วิธีหลีกเลี่ยง ขณะที่ หน่วยงานองค์กรธุรกิจต่างๆ พร้อมใจร่วมสกัดการแพร่ระบาด ให้พนักงานที่มีความพร้อม ‘ทำงานที่บ้าน’ ได้ เพื่อลดความแออัดในองค์กร แต่เราก็ยังคงมีการรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศ “ปิดประเทศ”
สถานการณ์ที่ประเทศไทยเผชิญอยู่นี้ แม้ไม่ประกาศปิดประเทศ แต่สภาพที่เป็นอยู่ปัจจุบันก็ใกล้เคียง เพราะรัฐประกาศปิดสถานที่สุ่มเสี่ยง เช่น ผับ บาร์ สถานบันเทิง โรงภาพยนตร์ สนามมวย ฯลฯ เพื่อสกัดการกระจายของเชื้อไวรัส หากตัวเลขคนติดเชื้อก็ยังไม่นิ่งเสียที หรือบางทีรัฐบาลเอง อาจต้องทบทวนมาตรการ หรือมองไปถึงการ “ปิดประเทศ” จริงๆ แต่อย่างไรก็ตาม เรายังเห็นว่า ภาคประชาชน หน่วยงานต่างๆ ควรต้อง “เข้มงวด” มาตรการป้องกันที่เป็นของตัวเองให้มากขึ้นอีก ไม่ต้องรอ “ปิดประเทศ” เริ่มจากตัวเรา เริ่มจากองค์กรธุรกิจ ดูแลสุขภาพอนามัยของตัวเอง หยุดการเดินทาง (ถ้าไม่จำเป็น) อยู่บ้านให้มากขึ้น ธุรกิจต้องเข้มมาตรการป้องกันพนักงาน การเปิดโอกาสให้ทำงานที่บ้านได้ ก็เป็นหนึ่งในมาตรการที่ดี ขณะที่ทุกคนต้องอัพเดทติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง
วิกฤตไวรัสครั้งนี้ ดูเหมือนจะสาหัส แต่เรายังเชื่อว่าสังคมไทยเอง ผ่านเหตุการณ์ ร้อน หนาว เหตุการณ์ใหญ่ๆ มามากมาย และสามารถผ่านมาได้ ทั้งบอบช้ำน้อย บอบช้ำมาก ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ประเทศไทยมีบุคลากรด้านต่างๆ ที่เก่ง การแพทย์ของไทยไม่เป็นรองใคร เรามีแพทย์ที่เก่งระดับที่ฝรั่งยังต้องบินมารักษา ในวิกฤติครั้งนี้ เรายังเห็นความพยายามของกลุ่มคนหลายๆ กลุ่ม ช่วยเหลือกันคนละไม้คนละมือ ไม่ว่าจะนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ พัฒนาแอพพลิเคชั่นต่างๆ ทำระบบติดตาม ระบบแผนที่ตรวจสอบสถานการณ์ของโรคโควิด-19 เป็นแหล่งข้อมูลเพื่อให้ประชาชนได้อัพเดทข่าวสาร และรู้วิธีป้องกัน
เราเชื่อว่า ถ้าคนในประเทศไทยผนึกกำลัง ดึงความเก่ง ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านของแต่ละกลุ่ม ร่วมมือร่วมใจ ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ รับฟัง เสียสละ ประเทศไทยจะผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ แม้จะบอบช้ำ แต่เราจะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้น พร้อมรับมือกับวิกฤติอื่นๆ ในอนาคตได้อย่างแข็งแกร่ง






