background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

วิธีเลือกหน้ากากสู้ 'ฝุ่นPM 2.5' พร้อมขั้นตอนสวมใส่ให้ถูกต้อง

วิธีเลือกหน้ากากสู้ 'ฝุ่นPM 2.5' พร้อมขั้นตอนสวมใส่ให้ถูกต้อง

เปิดประเภทของหน้ากากกันฝุ่นประเภทต่างๆ รวมถึงวิธีเลือกหน้ากากที่เหมาะสมในการใช้ป้องกัน "ฝุ่น PM 2.5" พร้อมเจาะขั้นตอนการสวมใส่ให้ถูกต้อง

สถานการณ์ "ฝุ่นพิษ" หรือ "ฝุ่น PM 2.5" ในกรุงเทพฯ เริ่มกลับมารุนแรงอีกครั้ง และมีแนวโน้มว่าจะมีความรุนแรงและยาวนานมากกว่าปีที่แล้ว คนไทยที่อาศัยในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ คงต้องเริ่มกลับมาดูแลสุขภาพในช่วงฝุ่นถล่มเมืองกันให้มากขึ้น โดยวิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้นคงหนีไม่พ้นการสวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น แต่จะเลือกใช้แบบไหนดี? ถึงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด มาหาคำตอบไปพร้อมกัน

  • เปิดบทเรียน : หน้ากากอนามัย 101 

รู้หรือไม่? หากคุณกำลังป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ การไอหรือจามในแต่ละครั้งทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายออกไปได้ไกลถึง 3 ฟุต เชื้อโรคที่ยังมีชีวิตเหล่านั้นจะลอยปะปนอยู่ในอากาศ ทำให้ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดมีโอกาสได้รับเชื้อนั้นๆ ไปด้วย

จากงานวิจัยขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า การใส่ "หน้ากากอนามัย" สามารถลดการแพร่กระจายของอณูเล็กๆ ที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนได้ถึงร้อยละ 80 ดังนั้นหากคุณมีอาการป่วยและมีอาการไอและจาม ก็ควรใส่หน้ากากอนามัยเมื่อจำเป็นต้องออกไปในที่ชุมชนหรือต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่นในที่สาธารณะ เช่น ห้องเรียน ห้องทำงาน ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ โรงแรม โรงพยาบาล รถโดยสาร เครื่องบิน โดยเฉพาะในห้องปรับอากาศ ฯลฯ 

ในขณะเดียวกัน หน้ากากอนามัยนั้นยังสามารถใช้ป้องกันฝุ่นหรือสารเคมีจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ไม่ให้เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ได้ด้วย แต่ทั้งนี้ก็ต้องรู้จักเลือกประเภทของหน้ากากอนามัยให้เหมาะสมกับการใช้งาน

157908074038

  • ประเภทของหน้ากากอนามัย

หน้ากากอนามัยมีหลากหลายแบบให้เลือกใช้งาน สำหรับหน้ากากอนามัยที่วางขายทั่วไปแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้

1. หน้ากากอนามัย N95

สำหรับสถานการณ์ฝุ่นพิษ หรือ ฝุ่น PM 2.5 ในบ้านเรา หน้ากากอนามัยที่เหมาะสมที่สุด คือ หน้ากากอนามัย N95 เพราะมีประสิทธิภาพมากที่สุด สามารถป้องกันฝุ่นขนาดเล็กมากๆ ตั้งแต่ 2.5 ไมครอน ไปจนถึงพวกฝุ่นควันขนาดใหญ่ในสิ่งแวดล้อม และยังป้องกันเชื้อโรคชนิดต่างๆ ทั้งเชื้อไวรัส เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียได้ดีที่สุดด้วย มีประสิทธิภาพในการกรองมากถึง 95% ที่สำคัญหน้ากากอนามัย N95 มีอายุการใช้งานนานประมาณ 3 สัปดาห์ สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ แต่เพื่อสุขอนามัยที่ดีควรจะเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 1-2 วันจะดีที่สุด

แต่หน้ากาก N95 มีข้อเสียตรงที่ราคาแพงกว่าหน้ากากอนามัยแบบทั่วไป และควรเลือกซื้อเฉพาะหน้ากากที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของ NIOSH จะมีชนิด N,R,P และมาตรฐานยุโรป EN P1,P2,P3 เพื่อประสิทธิภาพในการใช้งานที่ดีที่สุด บางรุ่นก็จะมีช่องสำหรับหายใจออก (exhalation valve) ให้ด้วย บางรุ่นก็ไม่มี แต่ถ้าได้มาตรฐานตามที่บอกข้างต้นก็ถือว่ามีประสิธิภาพดีเช่นเดียวกัน

ข้อควรรู้:  หน้ากาก N95 อาจไม่เหมาะที่จะใช้งานกับผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืด โรคปอด และหญิงตั้งครรภ์ เพราะลมหายใจจะผ่านเข้าออกได้ยากขึ้นเนื่องจากแรงต้านภายใน (หายใจลำบาก) และหน้ากากอนามัยชนิด N95 ออกแบบมาสำหรับผู้ใหญ่ หากนำมาให้เด็กใช้ต้องดูแลเป็นพิเศษ

157908073966

2. หน้ากากอนามัยแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้น

หน้ากากอนามัยแบบนี้เป็นร฿ูปแบบที่คุ้นตาพวกเรามากที่สุด เพราะมีขายตามท้องตลาดทั่วไป ราคาไม่แพง ใช้สำหรับสวมใส่เมื่อป่วยและมีอาการไอและจาม เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคสู่ผู้อื่น หรือในยามที่โรคหวัดกำลังระบาด มีคนในที่ทำงานหรือผู้คนในรถสาธารณะป่วยกันเยอะๆ คนที่ยังไม่ป่วยก็สามารถสวมใส่หน้ากากป้องกันเชื้อโรคเหล่านั้นไม่ให้เข้าสู่ร่างกายได้ด้วย เพราะมีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นและกรองเชื้อโรคบางชนิดได้ดี เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา แต่ถ้าเป็นเชื้อไวรัส ไม่สามารถป้องกันได้ เพราะเชื้อไวรัสมีอนุภาคขนาดเล็กมากในระดับไมครอน นอกจากนี้ก็ไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำ ต้องเปลี่ยนหน้ากากใหม่ทุกวัน แต่หน้ากากชนิดนี้ไม่สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้

ข้อควรรู้:  ทั้งนี้เคยมีผู้รู้ออกมาแสดงความเห็นในโลกออนไลน์เมื่อครั้งฝุ่นพิษถล่มกรุงเมื่อปีที่แล้ว ระบุว่า หากมีงบน้อย ไม่สามารถซื้อหน้ากากN95 บ่อยๆ ได้ ก็สามารถใช้หน้ากากอนมัยแบบเยื่อกระดาษพร้อมกับกระดาษทิชชู่ 2 แผ่นซ้อนกัน ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ดีใกล้เคียงกับหน้ากากN95 เลยทีเดียว แต่ก็ควรสวมใส่ให้มิดชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ (แม้จะมีประสิทธิภาพไม่เท่าหน้ากากN95 แต่ก็ดีกว่าไม่ใส่หน้ากากเลย)

157908073986

3. หน้ากากอนามัยที่ผลิตจากผ้า

หน้ากากอนามัยที่ผลิตจากผ้ามีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับหน้ากากแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้น แต่การใช้งานจะเน้นใช้สำหรับป้องกันฝุ่นละอองขนาดใหญ่ และป้องกันการกระจายของของเหลวจากร่างกาย เช่น น้ำมูกหรือน้ำลาย แต่ไม่สามารถกรองเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กมากๆ ได้ ดังนั้นหน้ากากแบบผ้าจึงไม่เหมาะสำหรับการใช้เพื่อป้องกันเชื้อโรคขนาดเล็กอย่าง เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส และไม่สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้

ข้อควรรู้:  หน้ากากแบบนี้เหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นควันขนาดใหญ่ เช่น คนทำครัวหน้าเตาย่าง คนเผาถ่าน งานไม้ที่มีฝุ่นขี้เลื่อย หรือการทำงานอื่นๆ ที่มีฝุ่นขนาดใหญ่และมีความฟุ้งกระจายมากๆ ซึ่งข้อดีของหน้ากากาแบบผ้าคือ สามารถซักทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ช่วยให้ประหยัดเงิน แต่ไม่ช่วยกรองฝุ่นพิษ

4. หน้ากากป้องกันมลพิษและสารเคมี

ส่วนหน้ากากประเภทนี้เป็นหน้ากากขนาดใหญ่แบบที่ต้องสวมใส่ครอบศีรษะ ใช้สำหรับป้องกันมลพิษโดยเฉพาะ สามารถป้องกันได้ทั้งฝุ่นละอองขนาดเล็กที่สุดไปจนถึงฝุ่นละอองขนาดใหญ่ที่สุด ป้องกันควันพิษ ไอเสียรถยนต์ และไอระเหยของสารเคมีต่างๆ ได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่ามันสามารถช่วยป้องกันฝุ่นพิษ หรือฝุ่นPM 2.5 ได้ด้วย แต่หน้ากากแบบนี้กลับไม่สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ ดังนั้นจึงไม่เหมาะที่จะนำมาสวมใส่เพื่อป้องกันโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจ 

ข้อควรรู้:  หน้ากากป้องกันมลพิษมีราคาสูงมาก เหมาะกับใช้ในโรงงานสารเคมี ไม่เหมาะสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

157908074137

อ่านมาถึงตรงนี้คงทราบกันแล้วว่าหน้ากากแบบไหนเหมาะสมที่สุดสำหรับใช้เพื่อป้องกันฝุ่นพิษ หรือ ฝุ่นPM 2.5 โดยสามารถสรุปได้ดังนี้ อันดับหนึ่ง คือ หน้ากาก N95 และรองลงมาคือ หน้ากากเยื่อกระดาษ 3 ชั้น พร้อมทิชชู่อีก 2 ชั้น นอกจากนี้ก็ควรดูแลตัวเองในด้านอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น หลีกเลี่ยงการออกนอกอาคารหรือที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน หลีกเลี่ยงการเดินริมถนน และควรหาซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใช้ในบริเวณที่อยู่อาศัยเป็นต้น

  • 7 ขั้นตอนการสวมใส่หน้ากากให้ถูกต้อง

มาถึงวิธีการสวมใส่หน้ากากอนามัย N95 ให้ถูกต้องกันบ้าง เพื่อการป้องกันและช่วงกรองฝุ่นPM 2.5 ได้ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยกรมอนามัยได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการสวมใส่หน้ากากอนามัยไว้ดังนี้

1. เลือกใช้หน้ากากกันฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ที่ได้มาตรฐาน และเลือกขนาดที่เหมาะกับใบหน้า ครอบได้กระชับกับจมูกและใต้คางและใส่ได้แนบสนิทกับใบหน้า

2. ควรเปลี่ยนหน้ากากอนามัยชิ้นใหม่ทันที หากพบว่ามีรอยเปื้อนจำนวนมาก ชำรุด หรือชื้นแฉะ

3. หน้ากากอนามัยเป็นของใช้เฉพาะบุคคล ไม่ให้ใช้ร่วมกับคนอื่น

4. ควรล้างมือก่อนการสวมใส่และหลังการถอดออกทุกครั้ง

5. หน้ากากที่ถูกใช้งานไปแล้ว และต้องการเก็บไว้ใช้ใหม่ ให้พิจารณาว่ามีการเปื้อนมากน้อยเพียงใด ทำความสะอาดได้หรือไม่ โดยเฉพาะด้านที่สัมผัสกับอากาศภายนอก รวมทั้งไม่หัก/พับ/งอ เนื่องจากทำให้เสียรูปทรง และเกิดรอยยับ ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการกรองเชื้อโรคลดลง

6. การไอ จาม หรือพูดคุยขณะสวมใส่หน้ากาก อาจทำให้อากาศภายนอกรั่วเข้าไปได้ ดังนั้นต้องระมัดระวังให้หน้ากากให้มิดชิดแนบสนิทกับใบหน้าเสมอ

7. กรณีเป็นผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจหรือโรคปอด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะใช้หน้ากาก หรือหากไม่ป่วยแต่เมื่อสวมหน้ากากแล้วมีอาการมึนงงหรือคลื่นไส้ ควรหลบไปอยู่ที่ปลอดมลพิาแล้วถอดหน้ากากออกให้หายใจสะดวก และพบแพทย์

157908073968

--------------------

อ้างอิง:

FB กรมอนามัย https://www.facebook.com/anamaidoh/posts/1588071184646615/

http://www.ultimateplus.co.th/knowledge.php?id=12

https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/889534